ประวิตร’ ไม่ห่วง นายกฯ แม้ม็อบขู่ยิงสดนาทีต้าน

ประวิตร ไม่ห่วงนายกฯ แม้ม็อบขู่ยิงสดต่อต้านออกอากาศ รู้ว่ามีคนเกลียดแต่คนชอบก็เยอะ โต้ฮิวแมนฯ หลังบอกไทยยังไม่เป็นประชาธิปไตย ยันไม่ได้อยู่นานแต่ขอทำตามโรดแมป

วันนี้ (25 ก.ย. 58) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม และรักษาการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ม็อบเตรียมถ่ายทอดสดผ่านอินเทอร์เนตนาทีต่อต้านนายกรัฐมนตรี ในระหว่างการร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติที่มหานครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ว่า ทำไงได้ เพราะห้ามไม่ได้ ก็คงต้องปล่อยไป

ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ประชุมสหประชาชาติ

ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ทั้งนี้ไม่ได้รู้สึกกังวลหรือห่วงนายกฯ กับคำขู่ของม็อบกลุ่มดังกล่าว เนื่องจากเชื่อว่าความดีและสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะคุ้มครอง อย่างไรก็ตามอยากให้กลุ่มต้านกลับหันไปมองด้วยว่าประเทศไทยสงบเรียบร้อยได้เพราะใคร หากไม่ใช่ท่านนายกฯ ท่านเป็นคนทำ ท่านทุ่มเททุกอย่าง ซึ่งตนมองว่าไม่ใช่เฉพาะแค่คนไทยที่เห็นด้วย แต่ประเทศต่างๆ ก็ชอบที่ประเทศเราสงบด้วยเช่นกัน

ส่วนกรณีที่ Human Right Watch แถลงการณ์เรียกร้องให้ไทยกลับเป็นประชาธิปไตยนั้น ขอ บอกก่อนเลยว่ารัฐบาลกำลังทำอยู่ เพราะเรามีโรดแมป มีแผน ที่จะนำไปสู่ประชาธิปไตย ไม่ใช่ว่าเราจะเป็นอย่างนี้ อยู่อย่างนี้ตลอดไป ที่เข้ามาแก้เพราะประชาธิปไตยขณะนั้นตีกันตายเป็นร้อยเป็นพันคน หากไม่เข้ามา ก็ไม่รู้บ้านเมืองจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ภาพจาก Facebook Wassana Nanuam

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

‘ยิ่งลักษณ์-เยาวภา’ ทำพิธีไล่มารผจญ

“ยิ่งลักษณ์” ควง “เยาวภา-มณฑาทิพย์” ทำบุญปัดเป่ามารผจญตระกูลชินวัตร ที่เชียงใหม่ เสื้อแดงให้กำลังใจแน่น

วันที่ 25 ก.ย.58 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และนางมณฑาทิพย์ โกวิทเจริญกุล พี่สาวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางมายังวัดศรีบุญเรือง ต.หนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่

22-5

โดยมีนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกรัฐมนตรี พร้อมอดีต ส.ส.เพื่อไทย และแกนนำ นปช. เชียงใหม่ พร้อมประชาชนกลุ่มคนเสื้อแดง เข้าร่วมพิธีกว่า 100 คน

โดยในพิธีมีการ สวดเจริญพระพุทธมนต์ พระสิงห์ปางประทานพร ซึ่งมีอายุกว่า 40 ปี จาก อ.ฝาง ที่มีแต่ส่วนของเศียรพระ ประกอบพิธีสืบชะตาเสริมบารมี เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมด้วยพระสิงห์สีขาว หน้าตักกว้าง 16 นิ้ว จำนวน 50 องค์

โดยมีพระครูสุเทพสิทธิคุณ หรือหลวงพ่อพันเทวา เจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง พร้อมพระสงฆ์ รวม 6 รูป ทำพิธีดังกล่าว ก่อนนำไปประดิษฐานตามวัดทั่วเมืองเชียงใหม่

ด้านพระครูสุเทพสิทธิคุณ กล่าวว่า เดิมวัดมีเศียรพระสิงห์ 1 ปางประทานพรและเก็บรักษาไว้ที่วัดมานานกว่า 40 ปีแล้ว โดยหลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้มาทำบุญที่วัด และได้ดูดวง พบว่ามีอาถรรพ์ เจ้ากรรมนายเวร และมารผจญ จึงได้นำเศียรพระดังกล่าว มาให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำพิธีต่อเศียรเข้ากับองค์พระให้สมบูรณ์

พร้อมทำพิธีสืบชะตา เสริมบารมี เพื่อสะเดาะเคราะห์ ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ก่อนนำไปถวายและประดิษฐานที่วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร เพื่อคลายสิ่งร้ายให้กลายเป็นดี จากหนักเป็นเบา จากเบาเป็นไม่มี

ที่มา matichon

ข่าวที่เกี่ยวข้องทั้งหมด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร >>>

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

‘หัสวุฒิ’ ค้านมติศาลปค. ไล่ออกจากราชการ

อดีตปธ.ศาลปกครองสูงสุด เรียกร้องความเป็นธรรมต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ ก.ศป. ชี้เจตนากลั่นแกล้ง พิจารณาให้ออกจากราชการ

วันที่ 25 ก.ย. ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล อดีตประธานศาลปกครองสูงสุด แถลงโต้บอร์ดตุลาการศาลปกครอง พร้อมขอให้คนไทยร่วมผดุงความถูกต้อง กรณีที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง หรือ ก.ศป. ลงมติ 6-0 ให้ออกจากราชการ เกี่ยวกับเรื่องทำจดหมายสนับสนุนตำรวจของเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง

หัสวุฒิ

หัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล

โดยนายหัสวุฒิ กล่าวว่า ตนเองไม่ได้เป็นผู้จัดหา หรือติดต่อกับตำรวจคนดังกล่าว จึงต้องการความเป็นธรรมและความยุติธรรม เนื่องจากตนหมดความศรัทธาและหมดความเชื่อมั่นจากองค์กรศาลปกครอง ตนไม่อาจยอมรับคำวินิจฉัยดังกล่าวได้ เนื่องจากกระบวนการสอบสวน ไม่สอบสวนตามข้อกล่าวหา อีกทั้งการพิจารณายังไม่มีขอเพิ่มพยานหลักฐาน ที่จะสนับสนุนข้อกล่าวหาให้สอบสวนได้ จึงถือว่าเป็นการเจตนากลั่นแกล้ง

ตนเห็นว่าเรื่องดังกล่าว เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อถือในการปรับใช้กฎหมายขององค์กรตุลาการอย่างศาลปกครองเป็นอย่างยิ่ง จำเป็นที่ก.ศป. ต้องเสนอหลักฐานข้อเท็จจริง และแสดงเหตุผลต่อสังคมอย่างชัดเจนให้ปราศจากข้อสงสัยใดๆ มิฉะนั้น จะกระทบต่อความมั่นคงในการใช้กฎหมายและความเชื่อถือ

หัสวุฒิ

หัสวุฒิ แถลงค้านมติศาลปกครอง

อย่างไรก็ตาม ยืนยันจะไม่ใช้สิทธิ์ในการยื่นฟ้องเพิกถอนคำสั่งกรณีให้ออกจากราชการต่อศาลปกครอง เนื่องจากมองว่าผลสุดท้าย ก.ศป.ชุดเดิมยังทำหน้าที่ ตนก็ยังขาดความยุติธรรม ขาดความชอบธรรม และจะไม่ขอใช้กระบวนการอื่นด้วยเช่นกัน

MThai News