ไม่กลัวตาย? ชาวบ้านแห่รองน้ำมัน หลังรถบรรทุกน้ำมันพลิกคว่ำ

วิจารณ์สนั่นโลกออนไลน์!! ชาวบ้านแห่รองน้ำมัน หลังรถบรรทุกน้ำมันเสียหลักตกร่อง

วันนี้ (25 ก.ย.) จส.100 รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 10.50 น. รถบรรทุกน้ำมันเสียหลักตกร่องกลางระหว่างช่องทางด่วนกับคู่ขนาน บน ถนนพระราม 2 ขาเข้า ก่อนถึงไทวัสดุ ประมาณ 500 เมตร จากนั้นได้มีชาวบ้านจำนวนหนึ่งแห่รองน้ำมันที่รั่วไหล ทางเจ้าหน้าที่จึงกันออก พร้อมดำเนินการขนถ่ายน้ำมันใส่ถัง เพื่อให้ยกรถได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ปิดการจราจร รถติดเพราะชะลอดู

12038036_1001476053209295_1188867211837719017_n

เจ้าหน้าที่ขนถ่ายน้ำมันใส่ถัง เพื่อให้ยกรถได้ง่ายขึ้น

หลังจากเรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่ผู้คนต่างพากันตำหนิ ชาวบ้านที่ไปรองเอาน้ำมันที่รั่วไหลว่า การกระทำเช่นนั้นเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง หากมีสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เพลิงเกิดลุกไหม้ ตัวชาวบ้านเองนั่นแหละที่จะได้รับอันตราย

พร้อมกับมีการยกตัวอย่างโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา เมื่อรถบรรทุกน้ำมันเสียหลักตกถนนในเขตมาริดี รัฐเอควาโทเรียตะวันตก ประเทศซูดานใต้ ชาวบ้านในละแวกนั้นเข้าไปตักน้ำมันจากรถบรรทุก จากนั้นก็เกิดระบิดขึ้น ทำให้ชาวบ้านเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

ชาวสังคมออนไลน์ส่วนใหญ่จึงเห็นว่า หากเกิดเหตุรถน้ำมันพลิกคว่ำเช่นนี้ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ อย่าหวังแต่อยากจะได้ของฟรีจนไม่ห่วงชีวิตตัวเองเลย…

12004724_1001476083209292_7936355578550458003_n

ชาวบ้านแห่รองน้ำมัน หลังรถบรรทุกน้ำมันเสียหลักตกร่อง

12038308_1001476056542628_3771381645380767064_n

เจ้าหน้าที่ขนถ่ายน้ำมันใส่ถัง เพื่อให้ยกรถได้ง่ายขึ้น

MThai News

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก จส.100

วงจรปิดเผยภาพอาเดมลอกคราบที่สวนลุม

ชุดสืบสวน พบเบาะแสชายเสื้อเหลืองจากกล้องวงจรปิด เดินเข้าสวนลุมพีนี ก่อนลอกคราบในห้องน้ำ

จากกรณีที่ นายอาเดม คาราดัค หรือนายบิลาเติร์ก มูฮัมหมัด ยอมรับว่า ตนเองเป็นชายเสื้อเหลืองที่วางระเบิด บริเวณแยกราชประสงค์ โดยมีการปลอมตัวนำวิกผมกับแว่นตากรอบดำมาใส่ ซึ่งหลังจากก่อเหตุได้นั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างไปลงที่ สวนลุมพินี เพื่อเปลี่ยนชุด ก่อนกลับไปที่พักย่านหนองจอก

45

ล่าสุด (24 ก.ย. 58) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดสืบสวนได้ออกค้นหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมในทันที เพื่อสนับสนุนคำสารภาพของ นายอาเดม ด้วยการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของสวนลุมพินี กระทั่งพบว่า วงจรปิดจับภาพชายเสื้อเหลืองที่นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์รับจ้าง มาลงที่ลานจอดรถเล็ก ๆ จากนั้นได้เดินเข้าไปในสวนลุมพินี ผ่านเข้าช่องทางประตู 5 ตรงข้ามกับ รพ.จุฬาฯ

ก่อนเข้าไปในห้องน้ำที่อยู่ด้านในเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าและถอดชุดอำพรางตัวออกทั้งหมด กลายเป็นชายที่มีผมเกรียน ไม่ใส่แว่นตา ส่วนเสื้อเปลี่ยนจากสีเหลือง เป็นเสื้อยืดคอกลมสีเทาหม่น ส่วนกางเกงเปลี่ยนจากกางเกงขาสามส่วนสีเข้ม เป็นกางเกงยีนขายาว แล้วเดินอ้อมมาทางหัวมุมห้องน้ำดังกล่าว

โดยในมือได้ถือถุงพลาสติกสีขาวคาดว่า จะใส่สิ่งของอำพราง เดินผ่านประตู 4 ภายในสวนลุมพินี ซึ่งอยู่ด้านหลังลานพระรูป ร.6 แล้วออกจากสวนลุมพินีประตูด้านหน้า ถนนพระราม 4 ฝั่งตรงข้ามอาคารอื้อจือเหลียง ซึ่งทางชุดสืบสวนได้เร่งหาภาพวงจรปิดเพื่อตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีต่อไป

นอกจากนี้ บ่ายวันเดียวกัน มีรายงานเพิ่มเติมว่า เนื่องจาก นายอาเดม มีโรคประจำตัวและเกิดอาการป่วยเป็นไข้หวัดและความดันสูง พักรักษาอาการป่วยที่สถานพยาบาลของเจ้าหน้าที่ทหารภายใน มทบ.11 สถานที่ควบคุมผู้ต้องหา ทำให้ยังไม่สามารถสอบปากคำต่อได้

ด้าน นายชูชาติ กันภัย ทนายความของนายอาเดม เชื่อว่า น่าจะเป็นเพียงกระแสข่าว เนื่องจากไม่เคยได้ยินทางการไทยแถลงข่าวว่านายอาเดมเป็นผู้นำระเบิดไปวาง อีกทั้งรูปร่างของคนร้ายกับนายอาเดมก็มีลักษณะที่แตกต่างกัน โดยคนร้ายมีรูปร่างสูง ไหล่กว้าง และตรง ส่วนนายอาเดมเป็นคนรูปร่างเล็ก ไหล่ตกลู่ และไม่พบว่าแขนซ้ายของนายอาเดมมีรอยแผลเป็นเหมือนชายเสื้อเหลือง จึงเป็นไปไม่ได้ว่า นายอาเดม จะเป็นคนร้ายที่นำระเบิดไปวาง

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ เดลินิวส์ 

MThai News

ชาวบ้านร้องเรียน พบพระสงฆ์ ยืนโบกรถ-เรี่ยไรเงิน

ชาวบ้านจันทบุรี แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังพบพระสงฆ์ ประพฤติตนไม่เหมาะสม ยืนโบกรถ และเดินเรี่ยไรเงิน

เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีพระสงฆ์ จำนวน 7 รูป ประพฤติตนไม่เหมาะสม มายืนโบกรถ และเดินเรี่ยไรเงินขอรับบริจาคจากชาวบ้าน บริเวณตลาดไทยศิริ

648274-01

พระสงฆ์ ยืนโบกรถ-เรี่ยไรเงิน

หลังรับแจ้ง พ.ต.อ.สุเทพ บุญค้ำ ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ลงพื้นที่ตรวจสอบพบพระสงฆ์ดังกล่าว ทั้งนี้เมื่อพระสงฆ์ทั้ง 7 รูป ได้เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ได้เดินหลบหนีไปคนละทิศละทาง

เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการสกัดจับ ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เป็นพระสงฆ์ต่างถิ่น มาจาก จ.ลพบุรี 6 รูป และปราจีนบุรี 1 รูป และมีใบสุทธิถูกต้อง แต่การมายืนโบกรถ เดินเรี่ยไรขอรับบริจาคจากชาวบ้าน เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ทางพระอรรถโมลี เจ้าคณะอำเภอเมืองจันทบุรี จึงได้มีการว่ากล่าวตักเตือนก่อนจะไปส่งขึ้นรถ บขส. กลับวัด

และห้ามให้พระสงฆ์ทั้ง 7 รูป เข้ามาทำพฤติกรรมเช่นนี้ใน จ.จันทบุรี อีกหากพบว่า มีการเข้ามาทำตัวและประพฤติตนไม่เหมาะสม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

648274-02

พระสงฆ์ ยืนโบกรถ-เรี่ยไรเงิน

648274-03

พระสงฆ์ ยืนโบกรถ-เรี่ยไรเงิน

648274-04

พระสงฆ์ ยืนโบกรถ-เรี่ยไรเงิน

648274-05

พระสงฆ์ ยืนโบกรถ-เรี่ยไรเงิน