ฮือฮา! ชาวบ้านแห่กราบไหว้ซาก “ควายครึ่งจระเข้”

ชาวบ้าน จ.ศรีสะเกษ แห่กราบไหว้ซาก ‘ควายครึ่งจระเข้’ เจ้าของเชื่อเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว

เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รายว่า ชาวบ้าน บ้านหนองโดน หมู่ 18 ต.บุสูง อ.วังหิน จ.ศรีสะเกษ ว่า พบลูกควายพันธุ์ไทยมีลักษณะผิดแปลกธรรมชาติ โดยมีผิวหนังเป็นเกล็ดคล้ายจระเข้

จากการตรวจสอบพบชาวบ้านจำนวนมาก กำลังยืนมุงดู ลูกควายประหลาด โดยชาวบ้านได้นำดอกไม้ธูปเทียน มากราบไหว้เพราะเชื่อว่าเป็นสิริมงคล และบางส่วนนำกล้องโทรศัพท์มือถือ มาถ่ายภาพเก็บไว้ อีกทั้ง ชาวบ้านยังได้นำแป้งมาโรย ตามตัว ลูกคลายประหลาด เพื่อขอโชคลาภ

ควายครึ่งจรเข้

จากการสอบถามนางพันธ์ ชาวนาผล เปิดเผยว่าได้เลี้ยงแม่ควายพันธุ์ไทย ที่ตกลูกควายประหลาด มาประมาณ 3-4 ปี โดยก่อนหน้านี้ แม่ควาย ได้ตกลูกออกมาแล้ว 1 ตัว เป็นเพศผู้ แต่ไม่มีลักษณะผิดปกติแต่อย่างใด

จนกระทั่งเมื่อช่วงเวลาประมาณ 09.00 น. ของวันที่ 24 ก.ย. แม่ควายได้ตกลูกควายออกมา อีก 1 ตัว แต่ปรากฏว่า ลูกควายมีลักษณะผิดธรรมชาติจากลูกควายทั่วไป คือมีผิวหนังเป็นลักษณะคล้ายกับจระเข้

ซึ่งหลังจากที่แม่ควายตกลูกออกมาได้ไม่นาน ลูกควายตัวนี้ก็ตาย ตนก็ได้นำร่างของมันมาเก็บไว้ โดยได้นำขันธ์ห้า ดอกไม้ธูปเทียนมาจุดรับขวัญรับโชค เพราะเชื่อว่าเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว

เมื่อชาวบ้านทราบข่าวก็พากันมาดู และขอเลขเพื่อเสี่ยงโชคลาภ ซึ่งตนก็ไม้ได้ห้ามแต่อย่างใด และคิดว่าคงต้องขึ้นอยู่กับบุญวาสนาของแต่ละคน

ขอบคุณ ข่าวสด

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

บุกทลาย! ‘ปาร์ตี้ต่างชาติ’คาบ้านหรูพัทยา

จนท.ฝ่ายปกครองบางละมุง บุกทลายปาร์ตี้ชาวต่างชาติคาบ้านหรูพัทยา พบหญิงไทยคอยให้บริการกว่า20คน ยึดรถยนต์หรู-สุราเลี่ยงภาษีกว่า1,000ขวด

เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เรืออากาศโทภรศิษฐ์ จิตรามวงศ์ ปลัดอำเภอบางละมุงฝ่ายป้องกัน นายประพันธ์ ประทุมชุมภู ปลัดอำเภอบางละมุง หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยนายสมศักดิ์ คูรัตนศิริ นักวิชาการสรรพสามิตชำนาญการและปราบปราม สำนักงานสรรพาสามิต พื้นที่ชลบุรี 2 นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าตรวจสอบบ้านพักเลขที่ 404/102-105 และ 404/122 ภายในโครงการหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่งย่านจอมเทียน จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งว่าบ้านหลังดังกล่าวมีการเปิดเสียงเพลงดังรบกวน และมีการจัดปาร์ตี้บ่อยครั้ง

ปาร์ตี้ชาวต่างชาติ

จนท.บุกทลายปาร์ตี้ชาวต่างชาติ

จากการตรวจสอบพบบ้านหลังดังกล่าวถูกดัดแปลงให้สามารถเดินทะลุกันได้รวม 5 หลัง ภายในตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หรูหรา มีสระน้ำอยู่ตามมุมต่างๆทั่วบริเวณบ้าน พบชายชาวต่างชาติกำลังดื่มสุราเปิดเพลงสังสรรค์กันกว่า 30 คน โดยมีหญิงสาวชาวไทยคอยให้บริการกว่า 20 คน

นอกจากนี้ พบรถยนต์หรูปอร์เช่ สีขาว พานาเมร่า ทะเบียน ฆต 1 กทม. รถยนต์แอสตัน มาร์ติน รุ่นแวนควิชสีขาว ทะเบียน ฆข 1 กทม. และรถยนต์ยี่ห้อโรลส์ รอยซ์ สีขาว ทะเบียน ฆย 1 กทม. จอดอยู่

ตรวจสอบภายในบ้านพบว่ามีการนำสุรา ไวน์และเบียร์ยี่ห้อต่างๆ มาเก็บไว้ตามมุมและตู้โชว์ภายในบ้านรวมกว่า 1,000 ขวด หนึ่งในนั้นมีสุรายี่ห้อ หลุยส์ เดอะ เธอทีนธ์ ซึ่งเป็นสุราราคาแพงที่มีราคามากกว่า 2 แสนบาท และยาสูบซิกก้าต่างประเทศกว่า 100 มวน รวมอยู่ด้วย เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้ทำการตรวจสอบถึงที่มาว่าถูกต้องหรือไม่

สุรายี่ห้อ หลุยส์ เดอะ เธอทีนธ์

สุรายี่ห้อ หลุยส์ เดอะ เธอทีนธ์

สอบสวน น.ส.พรชนก อายุ 36 ปี ซึ่งรับเป็นเจ้าของบ้านเผยว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นของสามีชาวต่างชาติ ซึ่งทำธุรกิจโรงแรมที่พักชื่อดังในเมืองพัทยา ทำให้มีเพื่อนๆ พากันมาปาร์ตี้ที่บ้านอยู่บ่อยครั้ง ส่วนสุราที่พบภายในบ้านนั้น ซื้อมาจากจุดปลอดภาษีตามสนามบินต่างๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ จึงควบคุมตัวไปสอบสวนอีกครั้งก่อนดำเนินคดี พร้อมอายัดรถยนต์ยี่ห้อแอสตัน มาร์ติน ไว้ตรวจสอบ เนื่องจากไม่มีหลักฐานมาแสดง

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า หลังจากทำการตรวจสอบสุราและยาสูบทั้งหมด พบว่ามีสุราและยาสูบเลี่ยงภาษีจำนวนมาก ซึ่งจากข้อมูลของเจ้าหน้าที่สรรพสามิตทราบว่าโทษของคดีความผิดดังกล่าวมีอัตราโทษปรับเป็นจำนวน 2 เท่าของค่าภาษี ซึ่งการบุกทลายปาร์ตี้ครั้งนี้ คิดความเสียหายด้านสรรพสามิตรวมไม่ต่ำกว่า 1.2 ล้านบาท

ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด

MThai News

ยกนิ้วให้! จนท.ช่วยแม่นำน้ำนมขึ้นเครื่อง

ชาวเน็ตแห่ชมเจ้าหน้าที่สนามบิน หลังมีการแชร์เรื่องราวเจ้าหน้าที่ช่วยผู้โดยสารนำ‘นมแม่’ขึ้นเครื่อง โดยไม่ต้องทิ้ง

กลายเป็นกระแสชื่นชมกันอย่างล้นหลาม สำหรับการแชร์เรื่องราวสุดประทับใจเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สนามบินดอนเมืองที่ได้ช่วยเหลือคุณแม่รายหนึ่งกำลังจะทิ้งนมแม่ เนื่องจากน้ำหนักเกิน นำขึ้นเครื่องไม่ได้ จนไม่ต้องได้ทิ้งนมดังกล่าว

ยกนิ้วให้! จนท.สนามบินช่วยผู้โดยสารนำ’นมแม่’ขึ้นเครื่อง

โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อGiftZy Dolly ได้โพสต์เรื่องราวขณะกำลังจะทิ้งลังนมสต็อกก่อนขึ้นเครื่องบินเพราะน้ำหนักเกิน ระบุว่า ‘น้ำหนักเกิน 6 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 400 บาท ต้องจ่าย 2,400 บาท เลยปรึกษาสามีตัดใจทิ้งลังโฟมนมเถอะ เดินไปบอกพนักงานสแกนสัมภาระบอก ฝากทิ้งด้วยนะคะ พนักงานเห็นข้อความบนกล่องว่านมแม่ จึงบอกว่าอย่าทิ้งเลยเสียดาย

เดี๋ยวช่วยแบ่งให้โหลดเพิ่ม 3 กิโลกรัม ไม่มีค่าใช้จ่าย และช่วยแบ่งใส่ถุงซิปให้ถือใส่เป้สามีสะพายขึ้นเครื่องได้ พนักงานช่วยทำให้หมดเสร็จสรรพ ไม่ต้องทิ้งสักถุง นม 60 ถุง ถุงละ 9 ออนซ์ ขอบคุณพนักงานท่าอากาศยานนะคะ ที่สนับสนุนนมแม่ ขอบคุณสังคมดีดีที่เห็นคุณค่าของความเป็นแม่ที่ตั้งใจทำเพื่อลูก เข้าใจมนุษย์แม่แบบเราๆ’

ซึ่งเพจเฟซบุ๊กมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ได้แชร์เรื่องราวดังกล่าว พร้อมระบุว่า ทราบมาว่าพนักงานชื่อ คุณวรรษมณ แก้วเพ็ชร ส่วนตรวจค้นฝรภ.ทดม. ฝากชื่นชมไปยังต้นสังกัดด้วยนะคะ น่าดีใจมากๆ ที่มีคนในสังคมใส่ใจกับเรื่องนมแม่มากขึ้น การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะง่ายขึ้นมากถ้าทุกคนสนับสนุน

นอกจากนี้ คุณแม่เจ้าของเรื่องยังโพสต์อีกว่า “คนที่ไม่เข้าใจจะคิดว่าทำไมต้องพยายามเอากลับมา แต่นมกล่องนั้นคือความพยายามตั้งใจปั๊มทุก 4 ชม. กลางคืนก็ตื่นมาปั๊มตรงเวลาทุกๆ วัน อดหลับอดนอนเพื่อจะได้นมให้ลูกดื่ม”

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด ได้มีมาตรการเรื่องของเหลวและการตรวจค้นตามประกาศของ ทอท. ระบุว่า ของเหลว ประเภทยาและนม หรืออาหารสำหรับเด็กทารก อนุญาตให้นำขึ้นในห้องโดยสารอากาศยานได้ในปริมาณที่เหมาะสม

ขอบคุณภาพจาก GiftZy Dolly

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News