ผู้นำสูงสุดของ อิหร่าน ออกมาตำหนิทางการ ซาอุดิอาระเบีย ต่อการดำเนินการจัด พิธีฮัจญ์ ใน เมืองเมกกะ หลังจากมีเหตุเหยียบกันตาย ส่งผลให้ผู้แสวงบุญสังเวยชีวิตอย่างน้อย 700 ศพ

เหตุเหยียบกับตายในระหว่างผู้แสดงบุญ กำลังร่วมประกอบพิธีฮัจญ์ในเมือง เมกกะ
วันนี้ (25 ก.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าวกรณีที่นาย อะลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ออกมาตำหนิทางการซาอุดิอาระเบีย ต่อการดำเนินการจัด พิธีฮัจญ์ในเมืองเมกกะ หลังจากมีเหตุโศกนาฏกรรมเกิดขึ้นหลายครั้ง ซึ่งครั้งล่าสุด คือเหตุชุลมุนจนมีผู้แสวงบุญเหยียบกับตาย ซึ่งยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงขึ้นเป็นอย่างน้อย 700 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้จากเหตุการณ์เลวร้ายดังกล่าว ส่งผลให้มีประชาชนชาวอิหร่านเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก โดยทางการอิหร่านได้มีการจัดตั้งสำนักงานพิเศษเพื่อสนับสนุนผู้แสวงบุญชาวอิหร่านในการเดินทางไปแสวงบุญในพิธีฮัจญ์
ส่วนทางด้านนาย โอฮาดิ หัวหน้าองค์กรพิธีฮัจญ์ประจำประเทศอิหร่าน ออกมาแสดงจุดยืนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ความสูญเสียที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เกิดจากการขาดความสนใจอย่างจริงจังเพื่อรักษาความปลอดภัย
อีกทั้งทางการซาอุฯ ยังขาดไหวพริบ และมาตรการทางด้านความปลอดภัยให้ผู้แสวงบุญ ซึ่งทางการซาอุดิอาระเบีย ต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ไม่เพียงเหตุการณ์ครั้งล่าสุดที่มีผู้เสียชีวิตระหว่างการประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น หากย้อนไปในช่วงต้นเทศกาล ได้เกิดอุบัติเหตุเครนก่อสร้างล้มในบริเวณมัสยิดอัลหะรอม นครเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย เนื่องจากเกิดพายุฝนและมีลมกรรโชกแรง
ทำให้ผู้แสวงบุญบาดเจ็บและเสียชีวิตกว่า 107 ศพ ต่อด้วยเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงแรมในนครเมกกะ ภายในบริเวณห้องพักแขก จนกระทั่งต้องสั่งอพยพผู้เข้าพักในโรงแรมและพนักงานนับพันคนออกจากโรงแรม และพบว่ามีผู้แสวงบุญชาวเยเมนบาดเจ็บ 4 คน หลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งแรกในสัปดาห์เดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ในแต่ละปีมีผู้แสวงบุญจากทั่วทุกมุมโลก หลั่งไหลไปร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์เป็นจำนวนมากกว่า 2 ล้านรายในแต่ละปี ส่วนเหตุโศกนาฏกรรมในระหว่างการประกอบพิธีฮัจญ์ กลายเป็นภาระหนักของรัฐบาลซาอุฯ ที่จะต้องรับมือกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนานาประเทศ ในการตั้งมาตรการในการแก้ไขปัญหาเหตุร้ายแรง ซึ่งเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com
MThai News
ที่มา aljazeera





