ประกาศ! ปิดสะพานเจษฎาบดินทรานุสรณ์ วันนี้

ปิดการจราจรสะพานเจษฎาบดินทรานุสรณ์ 15.00-19.00 น. แนะเลี่ยงเส้นทาง

วันนี้ (30 ก.ย. 58) เฟซบุ๊กแฟนเพจ FM. 91 Trafficpro ได้ประกาศแจ้งเตือนว่า กรมทางหลวงชนบท ประกาศปิดการจราจรสะพานเจษฎาบดินทรานุสรณ์ (สะพานนนทบุรี 1) ในวันพุธที่ 30 กันยายน 2558 ตั้งแต่เวลา 15.00 – 19.00 น. เนื่องในโอกาสที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จทรงประกอบพิธีเปิดสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ (สะพานนนทบุรี 1) จึงขอใช้ผู้ใช้ทางหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวและขออภัยในความไม่สะดวกมาณ โอกาสนี้

87

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ FM. 91 Trafficpro

MThai News

สลด! พ่อโมโหฆ่าลูกสาว หลังจับได้ขโมยถุงยาง

พ่อรัดคอลูกสาวเสียชีวิตหลังจับได้ว่าลูกแอบขโมยถุงยางอนามัยไปมีเซ็กซ์กับแฟนหนุ่มที่ถูกสั่งห้ามให้คบหากัน

วานนี้ (29 ก.ย. 58) เว็บไซต์ เดอะ มิร์เรอร์ รายงานถึงคดีฆาตกรรมสุดสลดของครอบครัวชาวปากีสถาน ที่ไปอาศัยอยู่ใน เมืองดาร์มสตัดท์ ประเทศเยอรมนี โดยพ่อวัย 51 ปี ได้ฆ่ารัดคอลูกสาววัย 19 ปี ดับคามือ หลังจับได้ว่าลูกแอบขโมยถุงยางอนามัยไปมีเซ็กซ์กับแฟนหนุ่มที่ถูกสั่งห้ามให้คบหากัน

85

นายอะซาดุลเลาะห์ ข่าน ให้การรับสารภาพว่า ตนเป็นคนลงมือสังหาร น.ส.ลารีป ข่าน ลูกสาวของตัวเอง โดยทำไปเพื่อรักษาศักดิ์ศรี เพราะลูกสาวคนโต ซึ่งเป็นนักศึกษาทันตแพทย์ ทำให้ครอบครัวเสื่อมเสียเกียรติจากการคบหากับผู้ชายที่ครอบครัวไม่ยินยอม

ทั้งนี้ เหตุการณ์ฆาตกรรมเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 28 ม.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 02.00-03.00 น. ตนได้เข้าไปในห้องนอนของลารีป แล้วลงมือรัดคอลูกสาวขณะที่กำลังหลับอยู่ และภรรยาก็ยืนดูเหตุการณ์อยู่ด้วย ส่วนลูกสาวคนเล็กวัย 14 ปี ถูกส่งตัวไปพักที่บ้านญาติในคืนดังกล่าว จากนั้นตนและภรรยาได้ช่วยกันนำร่างไร้วิญญานของลูกสาวมาแต่งตัว ก่อนจับใส่รถเข็น นำไปขึ้นรถแล้วขับเอาศพไปทิ้งที่อ่างเก็บน้ำในป่าที่อยู่ห่างไกลจากบ้าน กระทั่งมีผู้ที่ผ่านไปบริเวณนั้นพบศพของลารีปในวันถัดไป

page

ด้าน นางชาเซีย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ลารีป ได้ไปค้างคืนนอกบ้านหลายวันติดต่อกัน กระทั่งวันหนึ่งก็มีจดหมายจากตำรวจส่งมาแจ้งที่บ้านว่า ลารีปถูกจับเพราะพยายามขโมยถุงยางอนามัยในร้านค้า จึงได้ทราบว่าลูกสาวกับแฟนหนุ่มเลยเถิดไปถึงขั้นมีเพศสัมพันธ์กันแล้ว จากนั้นจึงสั่งห้ามลารีปออกจากบ้านแต่เธอยังคงลอบไปพบกับคนรักเหมือนเดิม โดยตนต้องยอมจำนนทำตามสามี เพราะถูกข่มขู่และเธอเป็นโรคไขข้ออักเสบ ไม่มีแรงพอที่จะไปสู้เพื่อช่วยเหลือลูกสาวได้เลย

ขณะที่ ลูกสาวคนเล็ก ให้การแย้งว่า มารดาของตนไม่ได้ถูกบังคับขู่เข็ญแต่อย่างใด ทั้งยังบอกว่าตนเองก็เคยถูกแม่ตี ส่วน ราฮีล วัย 25 ปี แฟนของผู้ตาย ซึ่งเป็นนักศึกษาและคนขับรถแท็กซี่ ให้การว่าต่อศาลว่า ตนและลารีปวางแผนแต่งงานกัน ลารีปเคยเล่าให้ตนฟังว่าถูกแม่ตีด้วยแท่งไม้และเอามือเธอไปนาบกับหม้อร้อนๆ และพ่อก็เคยพยายามรัดคอเธอมาแล้ว

อย่างไรก็ตาม นายอะซาดุลเลาะห์ ข่าน และ นางชาเซีย ภรรยาวัย 41 ปี อพยพมาจากประเทศปากีสถาน และแต่งงานกันโดยผู้ใหญ่จับคู่ให้ตามความเหมาะสม จึงต้องการให้ลูกสาวแต่งงานด้วยวิธีการเดียวกัน รวมทั้งได้วางแผนหาคู่ครองไว้ให้แล้ว

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ข่าวสด

MThai News

“ชูวิทย์” ตั้งข้อสงสัย ตร.เร่งปิดคดีบึ้มราชประสงค์

ชูวิทย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ตั้งข้อสงสัย หลังตร.เร่งปิดคดีบึ้มราชประสงค์ ก่อนเกษียณอายุราชการ ผบ.ตร. ถามไอ้อ๊อด คือใคร ?? ทำไมเหตุระเบิดโยงถึงเสื้อแดง 

วานนี้ (29 ก.ย. 58) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก @ชูวิทย์I’m No.5 แสดงความเห็นถึงกรณีการปิดคดีระเบิดแยกราชประสงค์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากมีข้อสงสัยหลายจุดโดยเฉพาะผู้ต้องสงสัยชื่อ “อ๊อด” ที่โผล่มาในช่วงวันสุดท้าย ก่อนวันเกษียณของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง โดยระบุว่า

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, ระเบิดแยกราชประสงค์

ไอ้อ๊อด กับ ไอ้ปื๊ด

ความคลุมเคลือของคดีเหตุระเบิดราชประสงค์ อย่าว่าแต่ผู้สื่อข่าวต่างประเทศเลยครับ แม้แต่คนไทยแท้ๆ ยังสงสัยกะอีแค่การปราบปรามการค้ามนุษย์ มันทำให้ผู้เสียผลประโยชน์โกรธจนถึงกับต้องวางระเบิดใจกลางกรุงเพื่อแก้แค้นประเทศไทยเลยหรือ?

ข่าวการสืบสวนยิ่งแปลก ผู้ต้องหาคนแรกนายอาเดม จนบัดนี้ยังไม่รู้ว่าสัญชาติอะไร แต่ทำไปทำมาถูกระบุว่าเป็น “ชายเสื้อเหลือง” ที่ลงมือวางระเบิด แทนที่ระเบิดแล้วจะรีบบินออกนอกประเทศทันที กลับไปนั่งรอตำรวจอยู่ในอพาร์ทเม้นต์แถวหนองจอก พร้อมกับอุปกรณ์ระเบิดเต็มห้อง (โชคดีจริงๆ)

ส่วนผู้ต้องหาอีกคน ก็ดันไปเดินทอดน่องอยู่แถวชายแดนไทย-เขมร แทนที่จะรีบแจ้นขึ้นแท็กซี่ไปสุวรรณภูมิ บินออกนอกประเทศ ที่พูดไม่ได้หมายความว่าตำรวจไทยไม่เก่ง เก่งมั๊กๆ โดยเฉพาะคดีใหญ่ๆ แต่คดีใหญ่ทุกคดีล้วนลุกลี้ลุกลน จนกระบวนการสอบสวนขาดความชัดเจน แต่ปิดคดีเร็วยิ่งกว่า FBI

เหตุจูงใจในการวางระเบิดก็กลับไปกลับมา เสร็จแล้วก็รีบจ่ายเงินรางวัลจบๆ กันไป ทันวันที่ 30 ก่อน ผบ.ตร. เกษียณ พอดิบพอดี ตัวละครลึกลับคนสำคัญ “ไอ้อ๊อด” ก็เพิ่มมาอีกคนตอนหลังๆ ทีแรกบอกไม่เกี่ยวกับอุยกูร์ ต่อมาก็เป็นเรื่องการเมืองภายใน สักพักวนกลับมาเรื่องค้ามนุษย์ ท้ายสุดหักมุมไปลงเอยที่ไอ้อ๊อดเสื้อแดง

ผมล่ะกลัวจริงๆ เรื่องนี้ดูแล้วมันชอบกล ไม่รู้ “ไอ้อ๊อด” กับ “ไอ้ปื๊ด” เป็นญาติอะไรกันหรือเปล่า? ป่านนี้ยังหาตัวไม่เจอ และคิดว่าคงไม่มีวันเจออีกแล้ว มันไม่ค่อยจะเนียนสักเท่าไหร่เลยนะ

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News