รายการ Thai Voicemedia เผยชีวิตใหม่ “หลวงปู่เณรคำ”เป็นผู้ลี้ภัยในสหรัฐฯ โผล่สร้างวัดเป็นสำนักสงฆ์แห่งใหม่ อ้างถูกยัดคดีเหตุไม่ถวาย50ล้านให้มาเฟียไทย
เมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา นายจอม เพชรประดับ ผู้ดำเนินรายการ Thai Voicemedia เผยแพร่คลิปการสัมภาษณ์ “หลวงปู่เณรคำ” หรือนายวิระพล สุขผล ซึ่งขณะนี้ลี้ภัยอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

โดยภายในคลิปนั้นบรรยายว่า เรื่องราวของ “หลวงปู่เณรคำ” ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ ดีเอสไอ ในเมืองไทยกล่าวหาด้วยข้อหาร้ายแรงหลายคดีนั้น ขณะนี้เขาได้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ยังคงรูปแบบความเป็นพระสงฆ์เหมือนเดิม อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา และได้เปลี่ยนชื่อตัวเอง จากหลวงปู่เณรคำ เป็น “พระวิมุตติญาณ”แห่งวัดป่าขันติบารมี ซึ่งตั้งอยู่เมืองซานอิเอโก้ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยมีสถานภาพ “เป็นผู้ลี้ภัย” ที่ได้รับการรับรองสถานะอย่างถูกต้องตามกฎหมายของสหรัฐอเมริกา
สำหรับวัดป่าขันติบารมีนั้นตั้งอยู่บนเนินเขาสูง มีเนื้อที่ประมาณ 2 เอเคอร์ เป็นสำนักสงฆ์ที่พระเณรคำกำลังจะพัฒนาให้เป็นสำนักสงฆ์ของพุทธศาสนาแห่งใหม่ เป็นนิกายใหม่ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับคณะสงฆ์ไทยแต่อย่างใด คาดว่าภายในปีหน้าก็จะมีการเปิดตัวนิกายใหม่ ซึ่งจะจดทะเบียนในรูปของมูลนิธิ เป็นองค์กรใหม่ ที่จะได้รับการรับรองทางกฎหมายจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานจัดตั้งและการสร้างมวลชน
โดยในตอนหนึ่งของคลิปนายจอม ได้อ้างคำสัมภาษณ์ของ “หลวงปู่เณรคำ” ว่า ที่ตนเองโดนข้อกล่าวหาหนักจนต้องลี้ภัยนั้น เป็นเพราะว่าไม่ยอมถวายเงินจำนวน 50 ล้านบาท ให้กับมาเฟียในประเทศไทย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ก็ได้ถวายเงินเป็นจำนวนมาก แต่ภายหลังนั้นไม่ยอมถวายให้อีก เพราะจะนำจากผู้ที่ศรัทธาทั้งหลายไปสร้างโรงเรียน สร้างวัดจะดีกว่า แต่เมื่อไม่ยอมถวายเงินให้ ก็ถูกขู่ว่า “แบบนี้ก็คงไม่สามารถอยู่ในประเทศไทยได้อีกต่อไป” จากนั้นขบวนการทำลายล้างตนเองก็ถูกเริ่มขึ้น
สำหรับ “หลวงปู่เณรคำ”นั้น เป็นอดีตประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ถูกดีเอสไอ ตั้งข้อกว่าหาหลายคดี ถูกดำเนินคดีรวม 8 ฐานความผิด คือ
1.การใช้สื่อสารสนเทศลงโฆษณาอันเป็นเท็จ ซึ่งน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณชน เบื้องต้นถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 เนื่องจากมีการอ้างว่า ได้เข้าเฝ้าพระอินทร์แล้วพระอินทร์รับสั่งให้สร้างพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ ซึ่งดีเอสไอวิเคราะห์แล้วเห็นว่าความผิดสำเร็จแล้ว
2.กรณีการกระทำชำเราเด็กหญิงและพรากผู้เยาว์ซึ่งเป็นความผิดอาญา มาตรา 277 และ 317 วรรค3
3.กรณีที่หลวงปู่เณรคำกับพวกมีพฤติกรรมหลบเลี่ยงภาษีรถหรู เบื้องต้นพบรถยนต์ต้องสงสัย 9 คัน ซึ่งน่าจะมีการนำออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และรถเบนซ์อีกจำนวนหนึ่งที่ซื้อใน จ.อุบลราชธานี
4.กรณีเสพยาเสพติดให้โทษ
5.การแสดงและใช้วุฒิการศึกษาเท็จว่าจบด็อกเตอร์จากมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก ซึ่งเข้าข่ายความผิดตาม พรบ.การอุดมศึกษาเอกชน
6.คดีฆ่าคนตายโดยประมาทจากการขับรถชนคนตาย
7.ความผิดฐานฟอกเงินกรณีการเบียดบังเงินบริจาคไปซื้อทรัพย์สินและการนำเงินไปฝากในต่างประเทศ
8.การอวดอุตริ อภินิหาร
ทั้งนี้ ดีเอสไอได้มีการถอนหนังสือเดินทางหลางปู่เณรคำเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว แต่ขณะนี้ไม่ทราบว่าใช้หลักฐานหรือหนังสือเดินทางอะไร ที่ยังสามารถอาศัยอยู่ที่สหรัฐฯได้
ขอบคุณข้อมูลจาก มติชน,คลิปจาก jom voice
MThai News