เตือนระวัง!! ‘แก๊งสกิมเมอร์’ หลังเงินหายปริศนา?

ผู้เสียหายกว่า 20 ราย เข้าแจ้งความตำรวจบางใหญ่ หลังเงินหายจากบัญชีธนาคารกสิกรไทย คาดเป็น “แก๊งสกิมเมอร์”ตำรวจเร่งล่า

วันที่ 22 ก.ย. สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายที่ได้เปิดบัญชีกับธนาคารกสิกรไทย สาขาตลาดเจ้าพระยาจำนวนหลายราย ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรีว่า เงินในบัญชีที่ฝากไว้กับธนาคารได้หายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ

สกิมเมอร์

ผู้เสียหายแจ้งความเงินหายจากบัญชี

โดยนายโน๊ต เพรช อายุ 40 ปี สัญชาติกัมพูชา อาชีพผู้รับเหมาก่อสร้าง หนึ่งในผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความเปิดเผยว่า เงินในบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาตลาดเจ้าพระยา หายไปจำนวน 2 แสนบาทโดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้งที่บัตรเอทีเอ็มยังอยู่ที่ตนเอง ต่อมาได้ติดต่อไปยังธนาคารเพื่อให้ตรวจสอบ จึงพบว่ามีการนำบัตรเอทีเอ็มไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มหน้าปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ก่อนถึงวัดสวนแก้ว อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี โดยกดเงินไปทั้งหมด 9 ครั้ง

นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียหายรายอื่นๆเดินทางเข้าแจ้งความอีกกว่า 20 ราย โดยผู้เสียหายแต่ละรายถูกถอนเงินออกไปในลักษณะเดียวกัน และทางธนาคากสิกรไทยได้โอนเงินคืนให้แล้วบางส่วน แต่ทางธนาคารไม่ได้แจ้งสาเหตุให้กับลูกค้าทราบว่าเกิดจากสาเหตุใด

เบื้องต้นพ.ต.อ.เอกภพ ตันประยูร ผกก.สภ.บางใหญ่ กล่าวว่า ได้กำชับให้พนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐาน พร้อมประสานข้อมูลจากธนาคาร และภาพจากกล้องวงจรปิดจากตู้เอทีเอ็ม บริเวณที่ถูกกดเงินออกไป เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งคาดว่าจะเป็นพฤติกรรมของแก๊งสกิมเมอร์ ที่โจรกรรมเงินผ่านตู้เอทีเอ็ม

ขอบคุณภาพ/ข้อมูลจาก นักข่าวนนทบุรี

MThai News

อุทาหรณ์! สาวทาโลชั่นแก้เข่าดำ

อุทาหรณ์! สาวทาโลชั่นแก้เข่าดำ แต่ได้บทเรียนราคาแพง แพ้จนผิวเป็นรอยไหม้ดำอย่างรุนแรง 

วันนี้(22 ก.ย.) กลายเป็นกระทู้ฮอตเตือนภัยสำหรับสาวๆ ที่รักสวยรักงามได้เป็นอย่างดี สำหรับกระทู้บทเรียนราคาแพงที่เจ้าของกระทู้นั้นโดนมากับตัว หวังเป็นอุทาหรณ์สำหรับสาวๆ ที่ชอบอ่านรีวิวครีมในอินเทอร์เน็ตแล้วไม่ได้ดูให้แน่ชัดว่าตัวยานั้นควรใช้กับผิวหนังส่วนไหน อาจทำให้เกิดอาการแพ้ยาได้

สาวทาโลชั่นแก้เข่าดำ แต่ได้บทเรียนราคาแพง

โดยสมาชิกเว็บไซต์พันทิปหมายเลข 2656799 ได้บอกเล่าบทเรียนราคาแพงที่เจอมากับตัวเอง เรื่องมีอยู่ว่า “เจ้าของกระทู้ได้เอายารักษาผิวหนังและเชื้อราชนิดหนึ่งมาทาหัวเข่าทั้ง 2 ข้างของตัวเอง หลังจากอ่านกระทู้รีวิวจากชาวเน็ตว่าใช้แล้วจะทำให้ข้อศอก ตาตุ่ม หัวเข่าที่ด้านดำหาย

แต่กลับเจอปัญหาใช้แล้วผิวหนังไหม้อย่างรุนแรง ต้องไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล และเสียค่ารักษาหลายหมื่นบาท ทุกวันนี้รักษามาแล้วกว่า 7 เดือน หัวเข่าก็ยังคงเป็นรอยไหม้ดำอย่างรุนแรง จึงได้ออกมาเตือนสาว ๆ หลายคนว่าอยากให้ลองตัดสินใจดี ๆ ก่อนจะทำอะไร ไม่งั้นอาจต้องเสียใจภายหลัง”

อย่างไรก็ตาม ฝากสำหรับสาว ๆ ที่รักสวยรักงาม ยารักษาโรคบางชนิดได้มีการระบุสรรพคุณ คำเตือน ให้เห็นกันอย่างชัดเจน ควรอ่านให้ถี่ถ้วน หรือควรดูข้อมูลต่างๆ ให้มาก ก่อนเชื่อรีวิวในอินเทอร์เน็ต

สาวทาโลชั่นแก้เข่าดำ แต่ได้บทเรียนราคาแพง

สาวทาโลชั่นแก้เข่าดำ แต่ได้บทเรียนราคาแพง

สาวทาโลชั่นแก้เข่าดำ แต่ได้บทเรียนราคาแพง

ขอบคุณภาพ สมาชิกพันทิปหมายเลข 2656799

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

บก.ลายจุดแจงเงินส่งลูกเรียนอเมริกา แม้โดนอายัด

บก.ลายจุด แจง โดนอายัดแต่ทำไม มีเงินส่งลูกเรียนอเมริกา 

จากกรณีที่บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความทวิตเตอร์สงสัยที่นายสมบัติ บุญงามอนงค์หรือบก.ลายจุด ถูกอายัดบัญชีทรัพย์สิน แต่ยังสามารถส่งลูกสาวไปเรียนต่างประเทศได้

104741

ล่าสุด นายสมบัติ ได้โพสต์เฟซบุ๊คเผยรายละเอียดคลายข้อสงสัยดังกล่าว โดยระบุว่า แนวคิดที่ส่งลูกสาวไปเรียนอเมริกาไม่ใช่ของตนและครอบครัว แต่มีรุ่นพี่คนเดือนตุลากลุ่มหนึ่งเสนอตัวช่วยเรื่องค่าใช้จ่าย 1 ปี ตอนที่ตนยังอยู่ในเรือนจำ

ในช่วงปีแรกลูกสาวของตนพักอยู่บ้านมิตรสหายท่านหนึ่งที่เป็นนักวิชาการไทย ท่านได้กรุณาลูกสาวให้ทั้งที่พัก เป็นผู้ปกครอง และ ดูแลอาหาร ซึ่งตอนนี้ลูกสาวได้ย้ายมาอยู่ที่อีกเมืองหนึ่ง ค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งได้มาจากเงินบริจาคของเพื่อน ๆ ที่ช่วยกันระดมทุนช่วยตอนที่ตนยังไม่ถูกจับในบัญชีของลูกสาว มีเงินบริจาคหลายแสนบาท

โดยมิตรสหาย NGOs ที่เป็นคนอเมริกันแต่เคยมาทำงานในเมืองไทยช่วยเขียนขอทุนกับองค์กรในไอซ์แลนด์เพื่อสนับสนุนครอบครัวนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ทุนมา 2 ปี สำหรับเป็นค่าเล่าเรียน

ขณะนี้ลูกสาวของตนเริ่มหารายได้พิเศษทำงานร้านอาหาร แม้ยังเพิ่งเริ่มแต่เขาก็พยายามดิ้นรนที่จะดำรงชีพให้ได้โดยตนส่งเงินที่ได้จากการขายนาฬิกา 2475 (ไม่กี่หมื่นบาท) รวมถึงขายรถที่เคยส่งลูกสาวไปเรียนหนังสือที่เมืองไทย ตั้งราคาไว้ 4 แสนยังขายไม่ได้

ทั้งนี้ตนบอกลูกว่าถ้าประเทศนี้ยังไม่กลับมาเป็นปกติพยายามหาหนทางมีชีวิตในต่างประเทศ เติบโตเรียนรู้ให้ได้ด้วยตนเอง

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News