ศาลให้ประกัน5แสน ‘อ้อ’ แก๊งบึ้มพรรคภท.

ศาลให้ประกัน 5 แสน ” อ้อ บุญสม” จำเลย แก๊งบึ้มพรรคภูมิใจไทย ระหว่างฎีกา แต่ห้ามออกนอกประเทศ

ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก มีคำสั่งให้ปล่อยชั่วคราว นางวริศรียา หรือ อ้อ บุญสม อายุ 47 ปี จำเลยที่ 4 คดีร่วมกันทำระเบิดพรรคภูมิใจไทย ปี 2553

ศาลให้ประกัน5แสน 'อ้อ บุญสม' แก๊งบึ้มพรรคภท.

ภายหลังศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้จำคุก 4 ปี นางวริศรียา แล้ว ญาติได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดิน ย่าน อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา มูลค่า 1 ล้านบาทเศษ ขอปล่อยชั่วคราวเพื่อต่อสู้คดีในชั้นฎีกา

โดยศาลพิจารณาคำร้องและหลักทรัพย์ ประกอบพฤติการณ์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว นางวริศรียา จำเลยที่ 4 โดยตีราคาประกัน 500,000 บาท แต่ศาลก็ได้กำหนดเงื่อนไขห้ามจำเลยเดินทางออกนอกราชอาณาจักรด้วย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

ข้อมูล INN

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

สลด!นนท.ญี่ปุ่นเซลฟี่ตกบันไดดับคาทัชมาฮาล!

สลด! นทท.เที่ยวญี่ปุ่นเกิดหัวใจวายกระทันหันขณะ ‘เซลฟี่’ คู่เพื่อน พลัดตกบันไดทัชมาฮาล ดับ 1 เจ็บ 2

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ได้เกิดเหตุนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น 3 ราย ประสบเหตุพลัดตกบันไดขณะถ่ายรูปเซลฟี่ ที่ประตูในบริเวณ ทัชมาฮาล อนุสรณ์สถานแห่งความรัก หนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา ที่เมืองอัครา รัฐอุตตรประเทศ ของอินเดีย เมื่อวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา

AGRA, UTTAR PRADESH, INDIA - 2015/07/06: The Taj Mahal looks different after a monsoon shower. (Photo by Frank Bienewald/LightRocket via Getty Images)

ภาพประกอบข่าว

โดยมี 1 รายได้รับบาดเจ็บสาหัส เนื่องจากศีรษะกระแทกพื้นหมดสติ และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ขณะที่อีก 2 รายได้รับบาดเจ็บขาหัก

โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ระบุ ผู้ตายชื่อนายฮิเดโตะ อูเอดะ วัย 66ปี ซึ่งก่อนเสียชีวิตนายอูเอดะและเพื่อนรวม 3 คน กำลังถ่ายถาพเซลฟี่อยู่ที่บริเวณบันไดหินอ่อนสีขาว ก่อนที่ทั้งหมดจะลื่นตกบันไดลงมา และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล โดยแพทย์ ระบุ นายอูเอดะมีอาการของหัวใจวาย

นอกจากนี้ บีบีซี ยังรายงานว่า ในไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีเหตุนักท่องเที่ยวเสียชีวิตจากการถ่ายเซลฟี่แล้วหลายราย จนถึงขั้นรัฐบาลรัสเซียต้องรณรงค์เตือนวัยรุ่นระมัดระวังกับการถ่ายเซลฟี่ ในบริเวณสถานที่

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ดราม่า! ชาวเน็ตจวก 2 หนุ่มเที่ยวภูทับเบิกไม่เสียเงิน

ชาวเน็ตจวกสองหนุ่มเที่ยวภูทับเบิก แต่ไม่เสียเงินสักบาทจนจบทริป ทำให้ชาวเน็ตจวกยับ ไม่มีความเกรงใจ

กลายเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงอย่างมากในเว็บไซต์พันทิป สำหรับกระทู้ฮอต เมื่อชายหนุ่มสองคนออกเดินทางจากกทม.ไปยังภูทับเบิก โดยไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว แม้จะมีจุดประสงค์เจ้าของกระทู้จะเพื่อเปิดมุมมองใหม่ๆ แต่ชาวเน็ตต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมในการท่องเที่ยวครั้งนี้

2

โดยสมาชิกเว็บไซต์พันทิปหมายเลข 2660955 ได้บอกเล่าประสบการณ์หลังไปเที่ยวภูทับเบิก โดยไม่ได้เสียเงินสักบาท ซึ่งเรื่องราวมีอยู่ว่า

“เริ่มต้นทั้งสองได้ออกจากจุดเริ่มต้น ที่ซอยเสรีไทย 29 ก่อนที่จะคุยกับลุงที่เดินมารอรถเมล์ สอบถามกับว่าถ่ายรายการอะไร ก่อนที่ลุงจะช่วยออกค่าตั๋วให้เพื่อที่จะไปลงทางขึ้นมอเตอร์เวย์มุ่งหน้าไปยังจุดที่สามารถโบกรถได้ ก่อนที่จะลงรถเมล์บริเวณทางขึ้นมอเตอร์เวย์ แล้วโบกรถไปลงดอนเมือง

จากนั้นข้ามฝั่งไปโบกรถเมล์สาย 29 เพื่อไปลงรังสิต ขอน้ำกินจากร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทาง ก่อนเดินไปเรื่อยๆ สลับโบกรถ จนได้ติดรถกระบะไปลงบางปะอิน หลังจากนั้นโบกรถบรรทุกไปลงปั้มก๊าซ แล้วขอติดรถตู้ไปลงลพบุรี ลงตรงแยกม่วงค่อมเพื่อโบกต่อหาคันใหม่

ต่อมาได้โบกรถตู้รับ-ส่งนักเรียนไปลงแถวแยกนาเฉลียง ก่อนจะติดรถกระบะไปลงที่แยกนาเฉลียง คนขับถามว่ามาทำอะไร ก็อธิบายไป ก่อนที่คนขับรถเลี้ยงไก่ย่างวิเชียรบุรี ถึงแยกนาเฉลียงก็ลงตรงแยกแล้วก็เดินต่อสลับก่อนโบกรถไปเรื่อยๆ ก่อนพบกับรถกระบะ แวะเข้าเมืองเพชรบูรณ์ เจ้าของรถกระบะเลี้ยงไมโลดิบ ก่อนที่จะพาไปค้างคืนที่ อ.หล่มเก่า ให้ชาร์จกล้องและมือถือ

ก่อนพาไปเลี้ยงข้าวเช้าที่ร้านขนมจีนเพชรลดา 3 และขึ้นไปส่ง ถึงจุดสูงสุดภูทับเบิก หลังจากเที่ยวชมวัดครบแล้วก็กลับมาหาที่พักใหม่ จากนั้นได้มีคนในเฟซบุ๊ก “แบกเป้เที่ยว” ขอจ่ายค่าที่พักให้ ซึ่งตกแล้วราคาคนละ 100 บาท เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 200 บาท พร้อมกับฝากขนมต่างๆ นานาไว้ให้ ชาวม้งยกผ้าพันคอมาให้ห่มกันหนาวคนละผืน

เมื่อฝนตกน้ำเริ่มท่วม กระเป๋าเสื้อผ้าทุกอย่างเปียกหมดแม้แต่กล้อง กระทั่งแฟนของพี่เจ้าของกระทู้ ที่ขับรถมาจากกรุงเทพฯ เพื่อมารับมาถึงแล้วในเวลาตี 1 พร้อมกับผ้านวมและหมอน แต่ต้องออกไปกางเต็นท์อีกอัน จากนั้นก็หลับตื่นมาอีกทีทุกอย่างชุ่มและแฉะไปหมด ก่อนที่ขึ้นไปบนยอดภูทับเบิกอีกรอบ เพื่อชมบรรยากาศก่อนกลับกรุงเทพฯ”

หลังจากที่กระทู้ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวโซเชียลต่างวิพากษ์วิจารณ์กันจำนวนมาก ถึงพฤติกรรมที่ไม่ยอมเสียเงินสักบาท รวมถึงมองว่าเป็นผู้รับ น่าจะควรตอบแทนผู้ให้บ้างเพราะดูเหมือนว่าไม่มีความเกรงใจ ขณะที่บางส่วนมองว่าถือเป็นการสะท้อนว่าคนไทยมีน้ำใจที่ดี