พนักงานรถไฟที่ก่อเหตุฆ่าข่มขืน “น้องแก้ม” เด็กหญิงวัย 13 ปี บนขบวนรถไฟก่อนโยนศพเหยื่อออกนอกหน้าต่างรถไฟ ตัดสินใจไม่ยื่นฎีกาสู้คดีต่อ ทำให้คดีเป็นอันถึงที่สุด ต้องรับโทษประหารชีวิตตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ก่อนหน้านี้นายวันชัย หรือเกมส์ แสงขาว อายุ 22 ปี พนักงานปูเตียงรถนอนประจำรถไฟขบวนที่ 174 ผู้ก่อเหตุฆ่าข่มขืนน้องแก้มเด็กหญิงวัย 13 ปี ขณะนอนหลับในตู้นอนบนขบวนรถไฟที่วิ่งจากต้นทาง จ.นครศรีธรรมราช มุ่งหน้าปลายทางกรุงเทพมหนคร เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 5 ก.ค.57 ต่อเนื่องวันที่ 6 ก.ค.57

ได้ให้ทนายความยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดหัวหินขอขยายเวลาการยื่นฎีกาสู้คดี หลังศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ประหารชีวิตนายวันชัยเมื่อวันที่ 14 ก.ย.58 ซึ่งศาลจังหวัดหัวหินอนุญาตให้ยื่นฎีกาได้ภายในวันที่ 13 พ.ย.58
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 11 พ.ย.58 ที่ผ่านมา ปรากฎว่านายวันชัยได้ให้ทนายความยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดหัวหินระบุว่า ขอไม่ใช้สิทธิในการยื่นฎีกา ส่งผลให้คดีนี้เป็นอันถึงที่สุดตามกฎหมาย และทำให้นายวันชัยต้องรับโทษประหารชีวิตตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ด้านนายวันชัย บุนนาค ทนายความของมารดาน้องแก้ม ซึ่งเป็นโจทก์ร่วมในคดีนี้ กล่าวว่า แม้จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องต่อศาลระบุไม่ประสงค์ใช้สิทธิยื่นฎีกา แต่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 247 กำหนดว่า คดีที่จำเลยต้องโทษประหารชีวิต ห้ามไม่ให้บังคับคดีตามคำพิพากษา จนกว่าจะได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติในประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยอภัยโทษ
ดังนั้นในระหว่างนี้จะต้องรอขั้นตอนการขออภัยโทษของจำเลย หากจำเลยไม่ได้รับการพระราชทานอภัยโทษ เจ้าหน้าที่ก็จะต้องดำเนินการบังคับคดี โดยลงโทษประหารชีวิตจำเลยตามคำพิพากษาที่ถึงที่สุด แต่หากจำเลยได้รับการพระราชทานอภัยโทษ ก็บังคับคดีไปตามผลสุดท้ายที่ได้รับอภัยโทษเท่าใดก็รับโทษตามนั้น
“ในฐานะโจทก์ร่วมต้องขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ตั้งแต่ผู้ว่าการรถไฟทั้งคนปัจจุบันและคนก่อน รวมทั้งเจ้าหน้าที่การรถไฟที่อำนวยความสะดวกและช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นอย่างดี นอกจากนี้ต้องขอบคุณกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่ตำรวจ พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ และศาลยุติธรรม ที่อำนวยความยุติธรรมตามกฎหมาย“ ทนายโจทก์ร่วมกล่าว
สำหรับคดีนี้ นอกจากนายวันชัย แสงขาว จำเลยที่ 1 ซึ่งต้องโทษประหารชีวิตตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 แล้ว ยังมีนายณัฐกรณ์ หรือหนึ่ง ชำนาญ พนักงานทำความสะอาดตู้รถไฟขบวนเดียวกัน เป็นจำเลยที่ 2
ถูกศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก 4 ปี ฐานมีส่วนรู้เห็นสนับสนุนการกระทำผิด โดยขณะนี้นายณัฐกรณ์ถูกคุมขังตามคำพิพากษาในเรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากตัดสินใจไม่ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นก่อนหน้านี้เช่นกัน.
ข้อมูลข่าวจากสำนักข่าวไทย
ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com
MThai News