กลุ่มหนุนลุยยื่นรัฐ เดินหน้าขุดคอคอดกระ

เครือข่ายรณรงค์ขุดคลองกระไทย เตรียมรณรงค์ผลักดันรัฐบาลเดินหน้าโครงการขุดคลองกระไทย ลั่นชี้ต้องเดินหน้าในรัฐบาลนี้เท่านั้น เพราะการเมืองปกติไม่สามารถผลักดันได้

วานนี้ (15 พ.ย. 58) นายพิเชียร อำนาจวรประเสิรฐ ประธานเครือข่ายรณรงค์ ขุดคลองกระไทย และอดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ได้กล่าวในงานสัมมนา “อนาคตเศรษฐกิจ พลังงานไทย ก้าวไกลด้วยโครงการขุดคลองกระไทย” ว่า

คอขอดกระ, ขุดคอคอดกระ, เครือข่ายรณรงค์ขุดคลองกระไทย

คอขอดกระ

การขุดคลองกระจะช่วยย่นระยะทางได้กว่า 1,500 กิโลเมตร ร่นระยะเวลาเดินทางระหว่างมหาสมุทรอินเดีย และทะเลจีนใต้ได้ 3 ถึง 4 วัน ลดค่าใช่จ่ายได้ร้อยละ 15 จากปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางเรือในภูมิภาคเอเชียเทนที่สิงคโปร์ได้ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษารายละเอียดให้แล้วเสร็จ และเริ่มเดินหน้าโครงการได้ภายใน 1 ถึง 2 ปี

สำหรับการลงทุนนั้น ไทยไม่มีความจำเป็นต้องลงทุนเอง เพราะจีนและญี่ปุ่นพร้อมที่จะเข้ามาลงทุน หากรัฐบาลเห็นว่าโครงการนี้มีประโยชน์ก็เร่งเดินหน้าได้ทันที อย่างไรก็ตาม จะต้องรับฟังผลกระทบทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนด้วย เพราะต้องยอมรับว่าโครงการขนาดใหญ่จะต้องมีผลกระทบบ้าง แต่ในภาพรวมเป็นผลดีต่อประเทศ

ขณะที่ นายเชียรช่วง กัลยาณมิตร กรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า หากโครงการดังกล่าวจะดำเนินการจริง ก็ต้องทำในรัฐบาลชุดนี้เท่านั้น เพราะที่ผ่านมาแม้จะมีการพูดเรื่องนี้หลายครั้ง แต่การเมืองปกติไม่สามารถผลักดันได้ โดยเชื่อว่า หากโครงการขุดคอคอดกระแล้วเสร็จ จะสามารถสร้างรายได้ให้คนไทยเฉลี่ย 5 แสนบาทต่อคนต่อปี

ด้านพล.ร.อ.ศุภกร บูรณดิลก อดีตผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ กล่าวว่า การขุดคลองกระจะทำให้กองเรือซึ่งอยู่ในอ่าวไทย สามารถร่นระยะเวลาในการเดินทางไปยังฝั่งอันดามันได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งด้านความมั่นคง และภารกิจช่วยเหลือกู้ภัย หากเกิดภัยพิบัติ เช่น สึนามิ เหมือนครั้งที่ผ่านมา
ข้อมูลจาก matichon.co.th

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

กลุ่มติดอาวุธอาเซียน รวมตัวตั้งเป็นสาขาย่อย IS

เจ้าหน้าที่ของมาเลเซียเปิดเผยว่า กลุ่มติดอาวุธในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เตรียมรวมตัวกันตั้งเป็นสาขาย่อยของกลุ่มไอเอสอย่างเป็นทางการ

เว็บไซต์ voicetv.co.th ได้มีการรายงานว่า กลุ่มติดอาวุธที่ทางการมาเลเซียต้องการตัว และได้หลบหนีอยู่ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ ได้โพสต์คลิปวิดีโอประกาศตัวสวามิภักดิ์ต่อกลุ่มไอเอสหรือดาอิช และกำลังวางแผนที่จะจัดตั้งสาขาย่อยของกลุ่มดาอิชอย่างเป็นทางการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ไอเอส, กลุ่มติดอาวุธในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

กลุ่มติดอาวุธในเอเชีย

โดยจะมีการรวมกลุ่มติดอาวุธในมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์เข้าด้วยกัน รวมถึงกลุ่มญะมาอะห์ อิสลามียะห์ในอินโดนีเซีย และกลุ่มอาบู ไซยาฟในฟิลิปปินส์

เจ้าหน้าที่ของมาเลเซียเตือนว่า หากกลุ่มติดอาวุธเหล่านี้สามารถรวมตัวกันได้สำเร็จ จะทำให้ภูมิภาคนี้ต้องเผชิญกับการก่อการร้ายที่รุนแรงขึ้นกว่าเดิมมาก และการประกาศตัวเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มดาอิช ก็เพื่อเป็นการดึงดูดให้มีแรงสนับสนุนและเงินสนับสนุนจากกลุ่มหัวสุดโต่งต่างชาติมากขึ้น

นักวิเคราะห์มองว่า กลุ่มติดอาวุธในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มองกว่ากลุ่มดาอิชเป็นเหมือนฮีโร่ จึงเกิดแรงบันดาลใจว่า กลุ่มติดอาวุธในภูมิภาคนี้จำเป็นต้องร่วมมือกัน เพราะกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาคนี้ไม่สามารถสถาปนาตัวเองให้ขึ้นมายิ่งใหญ่ได้เอง

ข้อมูลข่าวจาก voicetv.co.th

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ฝรั่งเศสทิ้งบอมบ์ 20 ลูก ล้างแค้นกลุ่ม IS

กระทรวงกลาโหมของฝรั่งเศส แถลงการณ์ กรณีการส่งเครื่องบินขับไล่ โจมตีทางอากาศฐานที่มั่นสำคัญของกลุ่มไอเอส

0.789456

วันนี้ (16 พ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว กรณีที่ กระทรวงกลาโหมของฝรั่งเศส แถลงการณ์ หัวข้อการส่งเครื่องบินขับไล่ 10 ลำ จากฐานทัพในจอร์แดนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อโจมตีทางอากาศถล่มพื้นที่ในเมืองรักกา ทางภาคเหนือของประเทศซีเรีย ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสำคัญของกลุ่มรัฐอิสลาม หรือกลุ่มไอเอส เพื่อตอบโต้เหตุวินาศกรรมกลางกรุงปารีส

ทั้งนี้รายงานระบุว่า เครื่องบินรบทิ้งระเบิด 20 ลูกทำลายศูนย์บัญชาการ คลังสรรพาวุธ และศูนย์ฝึกอบรมนักรบหลายแห่งของกลุ่มไอเอส แต่ยังไม่แน่ชัดถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการโจมตี ทั้งนี้ทั้งนั้น เหตุวินาศกรรมนองเลือดหลายจุดในกรุงปารีส เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 13 เป็นเหตุให้มีเหยื่อผู้เสียชีวิตราว 130 คน

อย่างไรก็ตาม นายฟรองซัวส์ ออลลองด์ ประธานาธิบดีแห่งฝรั่งเศส ประกาศ จะตอบโต้กลุ่มไอเอส ซึ่งออกมาอ้างความรับผิดชอบ หลังจากเกิดเหตุการณ์เพียงไม่นาน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศฝรั่งเศส ได้ออกมายืนยันว่า การตอบโต้ในครั้งนี้ ทำไปเพื่อป้องกันตัวเองเท่านั้น

พร้อมกันนี้ การสืบสวนนั้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายแบ่งเป็น 3 กลุ่มกระจายกำลังกันก่อเหตุที่สนามกีฬาสตาด เดอ ฟรองซ์ ร้านอาหาร 3 แห่ง และโรงละครบาตากล็อง ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมกันอย่างน้อย 130 ศพ และได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 350 คน

แม้คนร้ายทั้ง 7 คน จะเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ แต่เจ้าหน้าที่ยังคงปักใจเชื่อว่ามีผู้สมรู้ร่วมคิดอีกหลายคน และมีการออกหมายจับแล้ว 1 คน คือนายนายซาเลาะห์ อับเดสลาม ซึ่งเป็นพี่น้องกับผู้ต้องสงสัยถูกจับกุมที่เบลเยียม

นอกเหนือจากนี้ หน่วยข่าวกรองอิรัก ระบุว่า ประเทศ ที่กำลังจะตกเป็นเป้าโจมตีในเร็ว ๆ นี้ อีกหลายประเทศทั่วยุโรป รวมถึงอเมริกา และอิหร่าน

ขอบคุณภาพจาก rettznorge

ติดตามข่าวที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ที่มา  cnn