หนุ่มรอ จนท.ช่วยรถยางแตกถูกปล้นฆ่าดับสยอง

สลด! หนุ่มเมาสุรารอ จนท.ช่วยรถยางแตก ถูกฆ่าชิงทรัพย์ดับสยอง ที่บริเวณถนนขอบอ่างมาบประชัน จ.ชลบุรี

วันนี้ 16 พ.ย. ตำรวจ สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตภายในรถยนต์ปิกอัพ บริเวณหน้าหมู่บ้านนทีกานต์ ปาร์ควิว ถนนขอบอ่างมาบประชัน ม.9 ต.โป่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า วีโก้ ภายในรถพบศพนายวสุรัตน์ แก้วสวี อายุ 32 ปี มีบาดแผลถูกทำร้ายไม่ทราบอาวุธ โดยสภาพรถจอดเปิดสัญญาณไฟขอทาง ยางหน้าฝั่งคนขับแตก

IMG_4211

จากการสอบสวนนายธานัท คุณาชัยกิจ รปภ.หมู่บ้านที่เกิดเหตุ ให้การว่าขณะที่กำลังเฝ้ายามอยู่ประตูทางเข้าหมู่บ้าน ได้พบผู้ตายขับขี่รถกระบะคันดังกล่าว ผ่านมาจอดบริเวณหน้าหมู่บ้านในสภาพยางแตกและมีร่องรอยการเฉี่ยวชน จากนั้นจึงไปเรียก รปภ.หมู่บ้านข้างเคียงเข้าไปช่วยเหลือ โดยผู้ตายอยู่ในอาการมึนเมาสุรา

แต่ผู้ตายกลับเปลี่ยนใจ โดยผู้ตายระบุว่าจะโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยเหลือแทน ก่อนจะเห็นผู้ตายเดินขึ้นไปนอนอยู่บนรถแล้วเปิดสัญญาณไฟขอทางเอาไว้ กระทั่งผิดสังเกตเวลาผ่านไประยะหนึ่งยังไม่มีใครมาช่วยเหลือ จึงเดินมาดูพบว่าผู้ตายกลายเป็นศพไปแล้ว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจะได้นำตัว รปภ.หมู่บ้านไปสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากคำให้การพบพิรุธหลายจุด ส่วนประเด็นการลงมือฆ่าครั้งนี้ คนร้ายน่าจะไม่ต่ำกว่า 2 คน โดยพบผู้ตายอยู่ในอาการเมาสุราและนอนอยู่ในรถเพียงลำพัง จึงมุ่งประเด็นเป็นการฆ่าชิงทรัพย์

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ซึ้ง!ปริญญาน้ำตา น.ส.ดุจเดือน ต้นทุนชีวิตที่ติดลบ

ชาวเน็ตซึ้ง! ปริญญาน้ำตา จากน.ส.ดุจเดือน ต้นทุนชีวิตที่ติดลบ

บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความสุดซึ้งจากสมาชิกเฟซบุ๊ค ชื่อ Wanmai Dujduan เผยเรื่องราวการต่อสู้ชีวิตด้วยตัวเองกว่าจะจบปริญญาตรี จากต้นทุนชีวิตที่ติดลบ โดยเผยว่า ตนชื่อ ดุจเดือน สนธิดี เป็นคนพิษณุโลกโดยกำเนิด มีพี่น้องด้วยกันทั้งหมด 4 คน ด้วยความที่ครอบครัวไม่ได้มีฐานะอะไรเลยต้องช่วยทำงานทุกอย่าง ไม่ว่าจะรับจ้างทั่วไปงานที่สุจริตรับทำหมด แต่เดิมทำอาชีพทำนาก็ทำทุกอย่างเหมือนที่พ่อกับแม่ทำ ไถนา ดำนา ตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ไม่ได้ถือว่าลำบาก พ่อกับแม่ก็ทำงานได้

12250130_1777800899007239_2524525969758497148_n

จนตนอยู่ ปวช.2 หัวหน้าครอบครัวที่คอยหารายได้ก็ลมป่วยแบบกระทันหัน พบเป็นเนื้องอกในสมอง จนทำให้ค่ารักษาพุ่งสูง ไม่มีเงินสำหรับกา่รเล่าเรียนทั้งที่อีกปีเดียวจะจบแล้ว แต่ก็ยังได้รับความช่วยเหลือจากคนรอบข้างช่วงนั้นตนจะจบปวช. ด้วยความที่ค่าใช้จ่ายในรักษาเยอะมาก แม่บอกกับตนว่าจบ ปวช.แล้วเลิกเรียนเถอะ ไม่มีเงินจะให้ไปเรียนแล้ว แต่ด้วยความที่ตนอยากเรียนจึงไปรับจ้างเป็นเด็กเสิร์ฟ ที่ร้านอาหาร ทำงานตั้งแต่ 16.00-00.00 น.วันไหนเลิกเรียนเย็นก็ถูกหักเงิน เงินส่วนหนึ่งที่ได้มาจะแบ่งให้แม่ไว้ใช้จ่าย ส่วนพ่อก็ยังเข้าออกรพ.ทุกเดือน จนตนเรียนอยู่ปวส.2ต้นปี หมอบอกว่าต้องเปลี่ยนการรักษามาให้คีโมแทน คนไข้เป็นมะเร็งสมอง

“ จากที่ยืนฟังหมอพูดอยู่ๆขาทั้งสองก็อ่อนแรงทรุดลงไป น้ำตามันไหนออกมาแบบไม่รู้ตัว มือไม้สั่นพูดอะไรไม่ออกได้ หมอก็ได้แค่พูดว่าจะทำให้ดีที่สุด เราอยู่รพ.เหมือนบ้านหลังที่2”

มาถึงวันสอบปลายเทอมเพื่อจบการศึกษาปวส. เหตุการณ์ไม่คาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้ก็มาถึง วันนั้นประมาณเกือบ8โมงเช้า ตนนั่งอยู่ในห้องรอที่จะสอบมีโทรศัพท์จากพี่ชายว่าให้รีบกลับบ้านด่วนเพราะพ่อแย่แล้ว ตนก็บอกกลับไปว่ากำลังจะสอบไม่นานจะรีบกลับ แต่มันไม่ทันซะแล้วต่อจากที่รับสายไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ในระหว่างที่อ.กำลังแจกเอกสารที่ใช้สอบ ก็มีสายเข้ามาอีกแต่เป็นคำพูดที่สั่นเคลือว่าไม่ต้องรีบนะสอบเสร็จแล้วตอนเย็นค่อยกลับ พ่อสิ้นใจแล้ว

ตนยืนร้องไห้กลางห้องสอบทั้งที่ในมือยังถือเอกสารสอบ ตอนนั้นทำอะไรไม่ถูกเลยข้อสอบที่ได้มาอ่านไม่ออกหัวมันหมุนไปหมดจิตใจคิดแต่จะกลับบ้านอย่างเดียว หลังจากเสร็จสิ้นงานศพได้ประมาณเกือบ2เดือน โอกาสก็กลับมาอีกครั้ง คือ มจพ.เปิดสอบตรง ในวันประกาศผลสอบตนสอบติด1ใน16 คน ที่สอบได้

“ขอเรียกความสำเร็จนี่ว่า”ปริญญาน้ำตา” มันไม่ง่ายเลยแต่ช่ว่าทำไม่ได้ ไม่มีอะไรเกินความสามารถของคน ในวันที่สิ้นหวัง ท้อแท้ ให้คุณมองดูคนที่ลำบากกว่า แขนขาขาด ตาบอด เขายังสู้ชีวิตเลย  ขอบคุณคนที่ทนอ่านจนจบที่เขียนเพื่ออยากเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังสิ้นหวังท้อแท้ในโชคชะตาแต่คุณจงสัจธาในตัวเอง.กอย่างเราลิขิตได้ด้วยสองมือ‬”

ที่มา สมาชิกเฟซบุ๊ค @Wanmai Dujduan

เนติวิทย์ซัดพรบ.กำลังสำรอง รักชาติถอยหลัง

“เนติวิทย์” ซัด พรบ.กำลังสำรอง รักชาติแบบถอยหลังลงคลอง

นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ได้เขียนข้อความผ่านบล๊อกส่วนตัว เรื่อง ทำไม พ.ร.บ.กำลังสำรอง ถึงควรถูกต่อต้าน โดยได้เผย 5 สาเหตุหลักสำคัญในการต่อต้าน พรบ.ฉบับนี้ เนื่องจาก ขัดกับความเจริญก้าวหน้าของสังคมไทย ในหลายประการ เช่น

1.ทำลายเศรษฐกิจ – การออกพระราชบัญญัตินี้ จะทำให้คนที่เคยผ่านเกณฑ์ต่างๆดังที่ว่าต้องมาฝึกทหาร ไม่ว่าคนนั้นจะทำงานอยู่ก็ตาม ข้อเสียของสิ่งนี้ ก็คือ แม้ว่าจะตราไว้ว่า บริษัทเอกชน จะต้องจ่ายเงินเดือนให้กับผู้ไปฝึกทหาร แต่นั่นเป็นการทำลายผลผลิตของ งานที่บริษัทควรจะได้รับ แน่นอนจะส่งผลกระทบต่อการลงทุน ทั้งคนที่ไม่ได้ทำงานบริษัทและไม่มีรายได้ที่มั่นคง จะได้รับผลกระทบอย่างใหญ่หลวง

1888731_688795251181936_7847246136207447379_n

2.ทำลายสิทธิของพลเรือน – พ.ร.บ. นี้ ไม่ใช่แค่ทำลายเศรษฐกิจในระดับมหภาคและจุลภาค แต่ยังทำลายการดำเนินชีวิตของประชาชนที่เขาต้องการในสิ่งที่เขามุ่งหมายจะทำ ทำให้เขาล่าช้าในสิ่งที่เขาต้องการ

3.ทำลายพลเรือน เพิ่มอำนาจทหาร – ทหารและพลเรือนมีความแตกต่างกัน ทั้งในแง่ความคิดและการดำรงชีวิต ในทางสากลสองสถาบันนี้แยกออกจากกัน โดยหลักประชาธิปไตย ทหารไม่มีสิทธิเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง ควรมีหน้าที่แค่ด้านความมั่นคง(อย่างเป็นมืออาชีพ) สำหรับพลเรือนก็ดูแลกิจการทางสังคม เศรษฐกิจการเมืองไป เพราะมีความหลากหลายจึงต่างดูแลคนละส่วน แต่พ.ร.บ. ดังกล่าวทำลายความสำคัญของพลเรือนมากขึ้นกว่าเดิมเข้าไปอีก

4.ความหลากหลายอยู่ตรงไหน – สถาบันทหารฝึกให้คนคิดเอาอย่างตามๆกัน ทั้งที่คนมาฝึกมีความหลากหลายทางความคิดและศักยภาพที่แตกต่างกันไป แค่การเรียนในโรงเรียนเรายังต้องแบ่งตามความถนัด ตามสายการเรียน การเรียนในมหาลัยยังต้องแบ่งเป็นคณะ สาขา เลย การเรียกพวกเขามาฝึกทหารจะบั่นทอนศักยภาพของพวกเขาหรือไม่ และจะตอบสนองต่อจุดประสงค์ของการเรียกไปฝึกหรือ

5.รักชาติแบบถอยหลังลงคลอง – พ.ร.บ. นี้ เป็นตัวอย่างอีกด้วยถึงการรักชาติแบบตกยุคถอยหลังลงคลองไป คือคิดว่าการที่จะปกป้องประเทศชาติได้จะต้องเป็นคนที่มีวินัยหรือมีทัศนคติแบบทหาร ทั้งที่เราก็อยู่ในยุคโลกาภิวัฒน์แล้ว ความสำคัญของการร่วมมือกันทางการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างประเทศก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อความเจริญก้าวหน้าของชาติไทย แต่ พ.ร.บ. ดังกล่าว ดูจะมุ่งเน้นหนักไปในทางความมั่นคงแบบทหาร แบบกลัวเพื่อนบ้านรุกราน (นี่ยุคไหนแล้วหนอ) มากกว่าที่จะเห็นความสำคัญของการพัฒนาในแบบที่ควรจะเป็นในศตวรรษที่ 21

ที่มา Netiwit Ntw

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News