ชูวิทย์โพสต์เฟซบุ๊กอยู่สหรัฐฯ ซึ่งยังอยู่ในระหว่างรอคำพิพากษาศาลฎีกา ต้องตรวจสอบว่าไปจริงหรือไม่
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย จำเลยในคดีรื้อบาร์เบียร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า ผมเดินทางมาสหรัฐอเมริกา ประเทศที่เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของผม เพราะสมัยเมื่อ 30 ปีก่อน ผมเคยใช้ชีวิตนักศึกษา ทำงานหาเช้ากินค่ำ และมีครอบครัวอยู่ที่นี่
ชีวิตคนเรามันช่างแสนสั้น ผมจึงใช้ชีวิตทุกวันให้เหมือนเป็นวันสุดท้าย ตื่นนอนแต่เช้า ออกกำลังกาย เดินทางไปทุกที่ที่อยากไป ทักทายผู้คนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน หากยังมีโอกาส ผมวางแผนจะใช้ชีวิตช่วงบั้นปลายอยู่ที่นี่ แต่อนาคตของผมจะเป็นอย่างไรแม้แต่พระเจ้าก็ยังไม่รู้ ผมเป็นนักต่อสู้มาตั้งแต่เด็ก ล้มลุกคลุกคลานมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่ผมรู้สึกท้อแท้สิ้นหวังแม้กระทั่งครั้งนี้ หรืออีกกี่ครั้งในอนาคต จนกว่าผมจะตายจากโลกนี้ไป

ชูวิทย์เผย ตอนนี้อยู่สหรัฐ ลั่นอยากใช้ชีวิตช่วงบั้นปลายที่นี่
จากกรณีของนายชูวิทย์นั้น ตามปกติศาลจะออกเงื่อนไขไว้ว่าห้ามจำเลยเดินทางออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล ยิ่งในช่วงที่ใกล้เวลาที่จะมีการอ่านคำพิพากษา ส่วนมากจะไม่อนุญาตให้จำเลยเดินทางออกนอกประเทศ อย่างในกรณีนี้ หากมีการพบหรือได้รับแจ้งว่าจำเลยไปปรากฏตัวอยู่ต่างประเทศ ตามขั้นตอนแล้ว ศาลอาจจะต้องเรียก นายประกันของ นายชูวิทย์ มาสอบถามว่าในขณะนี้ตัวจำเลยอยู่ที่ใด
หากทราบว่าตัวจำเลยมีการเดินทางออกนอกประเทศจริง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาล ศาลก็จะสั่งปรับนายประกันเต็มจำนวน และติดต่อให้นำจำเลยมารายงานต่อศาลภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งศาลอาจจะมีการออกเงื่อนไข ให้ชัดเจน แต่ถ้าหากว่าศาลเห็นว่าจำเลยมีพฤติการณ์หลบหนีจริง ศาลก็อาจให้เวลาภายใน 24 ชั่วโมง
หากไม่สามารถนำตัวจำเลยมารายงานตัวได้ ก็จะพิจารณาออกหมายจับ แต่ทั้งนี้การจะออกคำสั่งใด ๆ จะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวนั้น ห้าม นายชูวิทย์ ออกนอกประเทศ และขณะนี้ตัว นายชูวิทย์ อยู่นอกประเทศหรือไม่ เพราะถ้าอยู่ในประเทศจริง ๆ ภายใน 24 ชั่วโมง ก็สามารถที่จะมารายงานตัวได้