เผยภาพหญิง มือระเบิดพลีชีพ คนแรกในยุโรป

สื่อนอก เผยภาพมือบึ้มเซนต์เดนิส ชี้ เป็นครั้งแรกในยุโรปที่ใช้ผู้หญิงก่อเหตุ

สำนักข่าว เดอะมิเรอร์ รายงาน เปิดเผยภาพ นางฮัสนา ไอท์ บูลาเซน วัย 26 ปี หญิงสาวผู้จุดชนวนระเบิด ด้วยเสื้อกั๊กบรรจุระเบิดในช่วง 6 ชั่วโมง ที่ถูกเจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสปิดล้อมอพาร์ตเมนต์ เขตเซนต์เดนิส ชานเมืองปารีส เมื่อวานนี้

EyWwB5WU57MYnKOuYBniyXkeHNaWqhzTXLwHGW4qA63RHDFwfGJlUF

มือบึ้มหญิงก่อเหตุชานเมืองปารีส ภาพจาก twitter @itele)

ทั้งนี้ ภาพดังกล่าวนับเป็นภาพแรกสำหรับมือบึ้มหญิง ที่ระเบิดปลิดชีพตัวเอง ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังปิดล้อม เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า นางฮัสนา มีความสัมพันธ์ฉันท์เครือญาติ กับ นายอับเดลฮามิ อบาอุด ผู้บงการโจมตีปารีสเมื่อคืนวันศุกร์ที่แล้ว ที่ถูกยิงเสียชีวิต หลังถูกเจ้าหน้าใช้ปืนสไนเปอร์ยิง

นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์ในฝรั่งเศสและเบลเยียม รวมถึงเยอรมัน ได้เปิดเผยภาพหญิงสาวแสดงท่าทียั่วยวนกับกล้องบันทึก ซึ่ง คือ นางฮัสนา ไอท์ บูลาเซน เอง ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า นางฮัสนา ร้องขอความช่วยเหลือก่อนระเบิดจะทำงานด้วย ทั้งนี้ รายงาน ระบุว่าเป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายโดยใช้มือระเบิดเป็นหญิงสาว

สาวถูกผัวโหดซ้อม ดับอนาถ คาหอพัก

สาวเสียชีวิตในอพาร์ตเมนต์ย่านเตาปูน คาดสามีโหดซ้อมจนตาย 

ร.ต.ท.ทองพูน เวียงอินทร์ พนักงานสอบสวน สน.เตาปูน รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกทำร้ายร่างกายเสียชีวิตที่หอพักไม่มีชื่อ ภายในซอยชุมชนสีน้ำเงิน ถนนประชาราษฎร์สาย 1 แขวงและเขตบางซื่อ กรุงเทพฯ

ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ เป็นหอพัก สูง 3 ชั้น พบศพ น.ส.สุภาภรณ์ อัตนาโถ อายุ 33 ปี ชาวจังหวัดชัยนาท สภาพศพนอนหงายสวมเสื้อยืดสีเทา กางเกงขาสั้น มีบาดแผลบริเวณใบหน้าบวมเป่ง คาดว่าคงถูกซ้อมอีกทั้งตามร่างกายและใบหน้ามีรอยฟกช้ำ

70664

สาวถูกผัวโหดซ้อม ดับคาอนาถ คาหอพัก

สอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ให้การว่าผู้ตายเป็นภรรยาของ นายบุญทิ้ง คำมูล อายุ 50 ปี พนักงาน รปภ.แห่งหนึ่งพักอาศัยกันแถวชุมชนวัดเขมาภิรตาราม โดยผู้ตายหนีสามีออกมาพักอาศัยที่หอพักแห่งนี้ได้ 2 วัน โดยพักอาศัยอยู่กับชายหนุ่มอีกคน

ก่อนเกิดเหตุ ทาง นายบุญทิ้ง ทราบว่าผู้ตายพักอาศัยอยู่ที่เกิดเหตุ จึงเดินทางมาหาและได้เกิดการทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรงถึงขั้นลงมือทำร้ายร่างกายกัน ก่อนที่ นายบุญทิ้ง จะออกจากห้องไปและโทรศัพท์บอกลูกสาว ซึ่งเป็นลูกติดของ นายบุญทิ้ง ว่า ให้มาดูแล น.ส.สุภาภรณ์ ซึ่งถูกทำร้ายร่างกาย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้ตายถูกทำร้ายร่างกายอย่างหนัก จนทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิต คาดว่าเป็นฝีมือของ นายบุญทิ้ง เนื่องจากก่อนหน้านี้ทั้งสองก็มีปากเสียงกันบ่อย

จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ตายถูกทำร้ายเป็นประจำจนต้องหนีออกมาและได้ขโมยเงิน นายบุญทิ้ง มา 2,000 บาท แต่ก็ถูกตามตัวจนพบและเกิดเหตุสลดดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ฝ่ายสืบสวนของ สน.เตาปูน สามารถตามจับกุมตัว นายบุญทิ้ง สามีของผู้ตาย มาทำการสอบสวนได้แล้ว

วิจารณ์แซด!ตร.จับสาว-ลูกน้อยขังคุก ขายเหล้าเกินเวลา

โลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ ปมเจ้าหน้าที่ตำรวจจับหญิงสาวและลูกน้อยวัย 1 ขวบ ขังคุก เพราะขายเหล้าเกินเวลา

เป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกเฟซบุ๊กท่านหนึ่งโพสต์ภาพและเรื่องราว ที่เพื่อนของเธอถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม เนื่องจากขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลา ซึ่งผู้โพสต์นั้นรู้สึกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำเกินกว่าเหตุที่เพื่อนของเธอต้องเข้าไปอยู่ในคุก เพียงเพราะคดีขายสุราเกินเวลา

5

“…ทำเกินไปไหมคะคุณตำรวจของประชาชน เพื่อนแพรชื่อนุ่นเปิดร้านขายของชำอาศัยอยู่กับแม่และลูกวัย 1 ขวบกว่า พ่อของลูกได้ทิ้งไปตั้งแต่ท้องได้เดือนกว่า สาเหตุที่โดนจับเนื่องจากขายสุราเกินเวลา ตรงนี้พอเข้าใจค่ะ เขาไม่มีเงินจ่ายค่าปรับกระเตงลูกน้อยมา เก้าอี้ด้านนอกก็นั่งได้ไม่ใช่หรอ? เข้าใจว่าบ้านเมืองมีกฎหมายค่ะ แต่รับไม่ได้มากค่ะ ในขณะที่แม่ของนุ่นเป็นลมเนื่องจากตกใจ คุณตำรวจก็จรรยาบรรณน้อยมากเอานุ่นและลูกสาววัย 1 ขวบกว่าขึ้นรถไปโรงพักตอนตี 1 ทิ้งแม่ของนุ่นนอนเป็นลมอยู่บ้าน

6

ที่บ้านคุณตำรวจมีลูกหลานไหมคะ ยังมีความเป็นคนอยู่ไหม เพื่อนหนูไม่ได้ค้ายาบ้าฆ่าคนตายปล้นชิงทรัพย์นะคะ ขายสุราเกินเวลาได้ของกลาง 1 ขวด มันรุนแรงถึงขนาดต้องให้เด็กตาดำ ๆ กับแม่ต้องนอนในห้องขังหรอขนาดนั้นเลยหรือ ค่าปรับนุ่นตั้งใจจะจ่ายอยู่แล้ว แต่ตอนนั้นมีเงินติดตัวอยู่ 20 บาท คือยังไม่ได้ขายของเลย ทำไมไม่ให้เวลาบ้าง อย่างน้อย ๆ ให้เวลานุ่นกับลูกได้โทรยืมตังค์บ้างก็ยังดีค่ะ จับยัดคุกเกินไปค่ะ เขาไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายข้ามชาตินะคะ ตักเตือนก่อนหรือให้นั่งรอคนประกันก็ได้ ไม่เข้าใจค่ะว่าทำไมเด็กต้องได้นอนในห้องขังขนาดนั้น ตำรวจด้วยกันยังรับไม่ได้กับพฤติกรรมของตำรวจด้วยกันเลยค่ะ…”

หลังจากเรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่ ชาวสังคมออนไลน์ส่วนใหญ่ต่างแสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ไม่ว่าอย่างไรเราก็ต้องเคารพกฎหมาย ผิดว่าไปตามผิดถูกว่าไปตามถูก แม้จะรู้สึกเห็นใจคุณแม่ที่ถูกจับ แต่ก็ต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยเช่นกันเพราะนั่นคือหน้าที่ของเขา หากปล่อยปละละเลยเจ้าหน้าที่ตำรวจก็อาจถูกตำหนิด้วยเช่นกัน