เพจดัง เผยเคาท์ดาวน์ วัดอรุณฯ โลกชื่นชม แนะ หยุดแช่แข็ง
จากกรณีที่ชาวสังคมออนไลน์เปิดประเด็นดราม่า เกี่ยวกับการแสดงแสงสีเสียงบน พระปรางค์วัดอรุณ ราชวรารามราชวรมหาวิหาร ในคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยได้มีความคิดเห็นแบ่งเป็น 2 ฝ่าย โดยฝ่ายหนึ่งมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมเนื่องจากพระปรางค์เป็นสถานที่ควรค่าแก่การเคารพบูชาและเกรงว่าจะกระทบต่อโบราณสถาน แต่อีกฝ่ายกลับมองว่าเป็นงานที่อลังการและส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและอยากให้มีการจัดขึ้นอีกครั้ง

ล่าสุดแฟนเพจดังอย่าง อวยไส้แตกแหกไส้ฉีก ได้แสดงความคิดเห็นต่อประเด็นดังกล่าวว่า พระปรางค์วัดอรุณกับแม่น้ำเจ้าพระยาเหมือนเป็นแลนด์มาร์คของกรุงเทพมหานครไปแล้ว และการทำกิจกรรมเคาท์ดาวน์ด้วยการสวดมนต์ข้ามปี และการแสดงแสงสีเสียงที่พระปรางค์วัดอรุณ ตนว่ามันยังดูเข้าท่ากว่าไฟ 39 ล้านของกทม.
แต่ก็อดตกใจกับคนบางกลุ่มที่ด่าว่า การฉายไฟสีๆ และการจัดงานรื่นเริงที่วัดอรุณเป็นการกระทำที่ไม่สมควร ลบหลู่โบราณสถาน ซึ่งไม่รู้ว่าจนถึงตอนนี้ ทราบกันหรือยังว่า CNN ถ่ายทอดจุดเคาท์ดาวน์ที่พระปรางค์วัดอรุณเป็นเวลานานถึง 1 นาที มากกว่าสถานที่อื่นๆ ทั่วโลก
และถ้าเรารู้จักการปรับตัวและการปรุงแต่งให้สถานที่มีความน่าสนใจอย่างสม่ำเสมอ ตนเชื่อว่าต่อไป พระปรางค์วัดอรุณ จะต้องเป็นจุดสนใจของโลกเวลามีงานเคาท์ดาวน์เหมือนอย่างที่ไทม์สแควร์นิวยอร์ค หรือรูปปั้นพระเยซูบนยอดเขาคาร์โควาโดเหนือเมืองริโอ เด จาเนโร แน่นอน
เนื่องจากพระปรางค์วัดอรุณมีความสวยงามสง่างามอยู่แล้ว การเอาไฟไปย้อมไม่ได้เป็นการทำให้พระปรางค์เสียหายอะไรเลย แสงสีที่เอาไปย้อมก็คือการสร้างความสวยงามโดดเด่นเพื่อประจักษ์ให้โลกเห็นโลกรู้จัก เพราะถ้าพระปรางค์ยังอยู่เฉยๆ ก็ไม่มีคนรู้จัก การย้อมไฟตอนกลางคืน ไม่ได้เป็นการทำลายโบราณสถานแม้แต่น้อย
แต่เพราะข้อจำกัดของคนไทย อะไรก็ไม่ได้นี่แหละที่มันจะนำมาซึ่งการแช่แข็งวัฒนธรรม คนไทยเราหยิ่งทะนงในวัฒนธรรม ศาสนา จนคิดว่าแบบดั้งเดิมที่มีอยู่ดีอยู่แล้ว จนไม่คิดปรับตัว พออะไรที่จะกระทบศาสนาแตะนิดเดียวก็ไม่ได้ คนไทยเองลืมไปหรือเปล่าว่า ตัวการบ่อนทำลายศาสนา มารศาสนาของไทยเราชาวพุทธเองก็คือคนในผ้าเหลืองนี่เอง
ที่มา แฟนเพจอวยไส้แตกแหกไส้ฉีก
ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com
MThai News


