ดร.สุรินทร์ ท้าชิงเก้าอี้หัวหน้าปชป.!!

ดร.สุรินทร์ ประกาศตัวพร้อมแล้วชิงเก้าอี้ประชาธิปัตย์ ขณะที่ วัชระ เชื่อสมาชิกพรรคยังหนุน “มาร์ค” นั่งหัวหน้าฯ ต่อ

รายงานข่าวแจ้งว่า ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน และอดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์หลายสมัย ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 59 ที่ผ่านมา ผ่านผู้สื่อข่าวท้องถิ่นว่า ตนพร้อมแล้วในการลงชิงตำแหน่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ เนื่องจากมีสมาชิกพรรคพร้อมสนับสนุนให้ตนทำหน้าที่

ทั้งนี้หากตนได้รับตำปแหน่งดังกล่าวจริง เป้าหมายต่อไปคือตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และการปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ให้ก้าวไปสู่สากลต่อไป จากนั้นในเวลาต่อมาเจ้าตัวจะออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้พูดหรือตอบคำถามว่าจะขอลงชิงตำแหน่งเก้าอี้หัวหน้าพรรค แต่เป็นเพียงการบอกว่ารู้หรือไม่ว่าการเป็นหัวหน้าพรรคคือการเตรียมตัวเป็นนายกรัฐมนตรี ตนพูดแค่นี้จริงๆ

ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ, หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ

ด้านสมาชิกอาวุโสของพรรคประชาธิปัตย์รายหนึ่ง ได้เผยกับผู้สื่อข่าวหลังจากที่ ดร.สุรินทร์ ได้ออกมาประกาศตัวพร้อมทำหน้าที่หัวหน้าพรรคการเมืองเก่าแก่ของไทย ว่า ดร.สุรินทร์ ได้พูดชัดเจนว่าพร้อมที่จะเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แล้วตั้งแต่ช่วงต้นปี 2558 ซึ่งตรงนี้ต้องยอมรับว่า ในพรรคประชาธิปัตย์ ดร.สุรินทร์ มีความสมบูรณ์พร้อมกว่าทุกคน และเชื่อว่าจะมากอบกู้สถานการณ์ของพรรคและนำพาบ้านเมืองได้จากความสามารถเครือข่ายคอนเนคชั่นระดับโลก

อีกทั้งการเปิดประเด็นนี้ขึ้นมานั้นถือว่าถูกช่วงเวลา และมีเสียงตอบรับ ดร.สุรินทร์สูงมาก ซึ่งต้องยอมรับว่านี่คือความโดดเด่นของพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่ได้เป็นพรรคของใคร มีประเพณี วัฒนธรรม ของพรรคการเมืองที่ก้าวเข้ามาเป็นสถาบันทางการเมืองอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่ได้เป็นพรรคเฉพาะกิจ ไม่ได้เป็นพรรคครอบครัว ไม่ได้เป็นพรรคของนายทุนการเมือง

ขณะที่ นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อ ได้ออกมาแสดงคามเห็นถึงเรื่องดังกล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคที่มีความเป็นเอกภาพในการที่จะหนุนหลังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในสมัยต่อไป ซึ่งจากการที่มีสมาชิกพรรคเข้ามาเสนอตัวลงชิงหัวหน้าพรรคนั้น ก็แสดงให้เห็นว่า พรรคมีความเป็นประชาธิปไตย ไม่มีใครมาบังคับ หรือชี้นิ้วสั่งการได้

ส่วนการเขียนข่าวของสื่อท้องถิ่นใน จ.นครศรีธรรมราช ก็ยอมรับว่า มีความคลาดเคลื่อน เพราะเขียนเชียร์ นายสุรินทร์แรงไปหน่อย อีกทั้งที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า การที่มีชื่อของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร และ นายสุรินทร์ ลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค เนื่องจากมีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ มาช่วยกู้ภาพลักษณ์ของพรรคนั้น

ตนก็ยืนยันว่า ชื่อของนายอภิสิทธิ์ ก็ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ ดังนั้น ขอยืนยันว่า สมาชิกพรรคยังหนุน นายอภิสิทธิ์ ให้เป็นหัวหน้าพรรค เพื่อลงชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป และเป็นนายกฯ ของประชาชนได้อย่างแน่นอน

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ต้านคอร์รัปชัน จี้ราชภักดิ์ เปิดชื่อคู่สัญญาทั้งหมด

ยังไม่จบ! ต้านคอร์รัปชัน จี้ ราชภักดิ์ เปิดชื่อคู่สัญญาทั้งหมด

แฟนเพจ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ได้เผยแพร่บทความของ ดร. มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เผยสาเหตุเกี่ยวกับ ทำไม อุทยานราชภักดิ์ “ต้องเปิดเผยรายชื่อคู่สัญญาจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด” โดยระบุว่า เพื่อดูความเชื่อมโยงระหว่างผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับตัวผู้รับทั้งที่เป็นบุคคลหรือกลุ่มบุคคล สิ่งที่รัฐได้รับกับเงินที่เสียไป และความถูกต้อง ไม่ซ้ำซ้อนในการบันทึกบัญชี โดยมีประเด็นที่น่าสนใจ เช่น

144

1. ค่าใช้จ่ายของโครงการมาจากไหนบ้าง

โครงการนี้ริเริ่มโดยเจ้าหน้าที่และทำในที่ดินของรัฐเพื่อศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจของคนไทย จึงได้รับความเชื่อถือและการสนับสนุนจากประชาชนและนักธุรกิจด้วยความศรัทธาจำนวนมาก

ตามข่าวที่ปรากฏพบว่าค่าใช้จ่ายในโครงการมาจากแหล่งต่อไปนี้
ก. งบประมาณของรัฐ ประมาณ 63 ล้านบาท
ข. กองทุนสวัสดิการฯ ที่เปิดเรี่ยไรจากประชาชนทั่วไป
ค. มูลนิธิฯ เปิดรับบริจาคจากผู้บริจาครายใหญ่และประชาชนทั่วไป
ง. การบริจาคเป็นเงิน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ไปจัดซื้อหรือดำเนินการบ้างอย่างเป็นการเจาะจง
จ. การทำงานหรือจัดหาสิ่งของให้ โดยไม่เรียกเก็บเงิน แต่อาจขอใบอนุโมทนาบัตร
ฉ. งานที่ทำโดยงบประมาณหรือการสนับสนุนจากหน่วยงานอื่นของรัฐ

2. เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนขึ้นหรือไม่…

โดยทั่วไปการจัดซื้อจัดจ้างและการดำเนินโครงการของรัฐ อาจเกิดการทุจริตได้หลายรูปแบบจากการสมรู้ร่วมได้คิดกัน รวมถึงพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งอาจเป็นการกระทำที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ว่าเป็นความผิดหรือขัดต่อหลักธรรมาภิบาล หลักการแข่งขันเสรี หรือทำให้ประโยชน์ของสาธารณะเสียหายก็ตาม

3. การเปิดเผยรายชื่อคู่สัญญาเป็นวิถีปฏิบัติปกติในการจัดซื้อจัดจ้างของราชการ
จึงไม่มีเหตุอะไรที่จะปฏิเสธหรือบังคับให้สื่อมวลชนและประชาชนต้องทำหนังสือไปขอ ตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ

การตรวจสอบต้องว่าตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่กระแสและอารมณ์ หากไม่พบการทุจริตก็จบเรื่อง แต่ผู้มีอำนาจก็ต้องทำทุกอย่างโดยโปร่งใส ไม่เห็นแก่พวกพ้องและศักดิ์ศรี เพื่อให้เกิดการยอมรับและเชื่อมั่น

ที่มา แฟนเพจ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน

MThai News 

ตำรวจจราจรโดนรถชน เจ็บสาหัส ขณะปฎิบัติหน้าที่

กระบะเสียหลักปัดท้ายชน ‘ตำรวจจราจร’ บาดเจ็บสาหัส ขณะปฏิบัติหน้าที่บนถนนเพชรเกษม

วันที่ 3 ม.ค.58 (ช่วงบ่าย) เกิดเหตุด.ต.บุญญฤทธิ์ นาคแก้ว ผบ.หมู่งานจราจร สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ที่กำลังปฏิบัติงานบนถนนเพชรเกษม ช่วงผ่านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขากลับเข้ากรุงเทพฯ ได้ถูกรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน บบ 9005 ซึ่งมี นายไพศาล หอมชื่น พุ่งชนทำให้ดาบตำรวจได้รับบาดเจ็บสาหัส

83-1

ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่ในจุดกลับรถช่วงด้านเหนือ ระหว่างนั้นรถกระบะดังกล่าวเกิดเสียหลักกระบะท้ายปัดเข้าหา ด.ต.บุญฤทธิ์ จนล้มลงได้รับบาดเจ็บที่หน้าอก หัวไหล่ และบริเวณขา แพทย์นำตัวเข้าห้องเอ็กซ์เรย์ เพื่อตรวจสอบภายในโดยมีภรรยา และเพื่อนตำรวจ เดินทางไปเฝ้าดูอาการอยู่หน้าห้องฉุกเฉินตลอดเวลา

ที่มา .krobkruakao

MThai News