ข้องไม่เลิก! เพจCSI LA แคลงใจคดีเกาะเต่า

ข้องไม่เลิก! เพจCSI LA แคลงใจหลักฐาน DNA คดีเกาะเต่า 

จากกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบนเกาะเต่า โดยตัดสินใจ 2 จำเลยชาวพม่า ต้องโทษประหารชีวิต ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างอุทธรณ์คดีนั้น

By_0GvLCQAA7S9T

ล่าสุดแฟนเพจ CSI LAได้โพสต์ข้อความที่ยังข้องใจประเด็นเกี่ยวกับหลักฐาน DNA ของ2พม่า โดยเผยว่าหากเป็นของ2พม่าจริงทำไมตำรวจถึงต้องเเก้ตัวเเบบนี้ในเดือน กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งอ้างอิงตามข่าวของสำนักข่าวเดอะการ์เดี้ยน โดยระบุว่า ตำรวจเเก้ตัวว่าหลักฐาน DNA อาจถูกทำลายไปเเล้ว
การนัดสืบพยานโจทก์นัดที่สอง ที่ศาลจังหวัดเกาะสมุย สุราษฏร์ธานี ต้องติดขัดเพราะ พ.ต.ท.สมศักดิ์ หนูรอด พนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน ซึ่งเป็นพยานปากสำคัญ เเละหนึ่งในหัวหน้าทีมสอบสวน ไม่สามารถยื่นหลักฐาน DNA จากก้นบุหรี่ เเละน้ำอสุจิให้กับทนายของฝ่ายจำเลยได้พ.ต.ท. สมศักดิ์ ยังมีท่าทีมึนงง เมื่อศาลถามถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ พ.ต.ท. สมศักดิ์บอกว่าหลักฐาน DNA อาจถูกทำลายไปเเล้ว

สื่ออังกฤษถามทนายนคร หัวหน้าทีมทนายของพม่า ว่ารู้สึกอย่างไรที่ตำรวจตอบคำถามเเบบนี้ ทนายนครบอก “คาดไว้นานเเล้ว ที่ตำรวจต้องออกมาเเก้ตัวเเบบนี้” เพราะล่าสุดทีมของทนายนคร ชมพูชาติ เพิ่งได้รับข้อมูลใหม่เกี่ยวกับ DNA จากตำรวจประเทศอังกฤษเเละพบว่า หลักฐาน DNA บนตัวผู้ตาย ที่ทางตำรวจอังกฤษได้พบ กับตำรวจไทยมีนั้น ไม่ตรงกัน
ที่มา CSI LA

MThai News 

แฉ!วินมอไซค์ อนุสาวรีย์-ดินแดง คิดเงิน880บ.

แฉ! วินมอไซค์ จากอนุสาวรีย์-ดินแดง คิดเงิน880บ.

ในช่วงค่ำคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมา หลายคนคงหาสถานที่สังสรรค์และเคาท์ดาวน์สู่ปีใหม่ ซึ่งปัญหาหนึ่งที่พบประจำทุกปีคือการให้บริการที่ไม่เพียงพอของรถขนส่งสาธารณะและรถแท็กซี่ เนื่องจากเป็นช่วงเวลากลางคืนและหลายคนทยอยกลับต่างจังหวัดไปแล้ว ทำให้หลายคนฉวยโอกาสนี้ขึ้นราคา

77

ล่าสุดบนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์กระทู้จากสมาชิก เว็บไซต์พันทิป DEKSUAN_OSK133 เล่าเหตุการณ์เกี่ยวกับการโดนโก่งราคาค่าโดยสาร โดยเผยว่าตนได้ไปเคาท์ดาวน์ที่บริเวณเซนทรัลเวิลด์ โดยขากลับได้นั่งรถไฟฟ้าบีทีเอสมาลงตรงที่สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แต่เนื่องจากรถประจำทางมีคนเต็มตนเลยจะโบกแท็กซี่กลับบ้าน แต่ในขณะเดียวกันได้มีรถจักรยานวนต์รับจ้าง มาจอดตนจึงตัดสินใจว่านั่งไปคนละคันกับเพื่อนและให้ไปส่งตรงดินแดง ฝั่งถนนวิภาวดี ใกล้กับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ซึ่งพอถึงที่หมาย วินมอเตอร์ไซค์เรียกเก็บเงินคนละ 880 บาท โดยตนบอกว่าไม่มีเงินแต่วินมอเตอร์ไซค์ให้ไปกดเงินในปั๊มน้ำมัน โดยมีการอ้างว่าค่าเช่าที่แพงและจำเป็นจตะต้องเก็บเงิน ซึ่งตนคิดว่าแพงเกินไป แต่สุดท้ายก็ยอมจ่ายไปเพราะไม่อยากมีปัญหา โดยตนไม่สามรถจำ หมายเลขทะเบียนรถได้ แต่สามารถจับหน้าตาได้อย่างแม่นยำ ไม่รู้ว่าเป็นวินเถื่อนหรือเปล่า

อย่างไรก็ตามหลังจากกระทู้ดังกล่าวถูกแชร์ลงบนโลกออนไลน์ได้มีชาวสังคมออนไลน์เข้ามาแสดงความคิดเห็นพร้อมบอกว่าเป็นการเอารัดเอาเปรียบผู้โดยสาร พร้อมทั้งมีการอยากให้กรมขนส่งทางบกเข้ามากวดขัน นอกจากนี้ยังเผยอีกว่าจุดหนึ่งที่มีปัญหาอีกเช่นเดียวกันคือใกล้กับสถานีขนส่งหมอชิต2และสายใต้ใหม่ ที่ผู้ให้บริการทั้งรถจักรยานยนต์และแท็กซี่มักจะฉวยโอกาสคิดราคาเหมา

ที่มา http://pantip.com/topic/34625848

MThai News

ตัวเลข 7วันอันตราย วันที่ 5 โคราชดับเยอะสุด

ตัวเลข 7 วันอันตรายปีใหม่ 59 วันที่ 5 ผู้เสียชีวิตรวม 292 ราย เจ็บ 2,855 ราย นครราชสีมาแชมป์เสียชีวิตมากสุด สาเหตุหลัก เมาสุรา

นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม แถลงข่าวผลการดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 ว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 โดยเฉพาะช่วงควบคุมเข้มข้นระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2558 – 4 มกราคม 2559 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 2 มกราคม 2559

82-4

ซึ่งเป็นวันที่ 5 ของการรณรงค์ มีการเกิดอุบัติเหตุจำนวน 415 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 39 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 443 คน ซึ่งเมื่อรวมทั้ง 5 วัน มีการเกิดอุบัติเหตุสะสม 2,753 ครั้ง ผู้เสียชีวิตสะสม 292 ราย และมีผู้บาดเจ็บสะสม 2,855 คน โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด คือ จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 108 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด คือ จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 12 ราย และจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด คือ จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 108 คน

ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 23.08 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 15.89 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 83.41 โดยส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 65.78 บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 37.35 ซึ่งช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 – 20.00 น. ร้อยละ 27.71 โดยผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยแรงงาน ร้อยละ 49.25

นายชาญเชาวน์ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายของวันหยุดช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 ซึ่งประชาชน ส่วนใหญ่ เริ่มทยอยเดินทางกลับ ทำให้การจราจรในบางเส้นทางเริ่มติดขัด ประกอบกับความอ่อนล้าจากการเฉลิมฉลอง และการขับรถทางไกลเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน จึงได้สั่งกำชับจังหวัดให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการจราจรของเส้นทางสายหลัก โดยเฉพาะเส้นทางขาล่องเข้าสู่กรุงเทพมหานคร

โดยเน้นการเปิดและขยายระยะเวลาสัญญาณไฟจราจรในเส้นทางตรงให้มากขึ้น พร้อมจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง หากสภาพการจราจรยังวิกฤติ ให้เปิดช่องทางพิเศษชั่วคราว อีกทั้ง ให้จังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ประสานการปฏิบัติการอย่างเข้มข้น และเชื่อมโยงการรายงานข้อมูลสภาพการจราจร เพื่อระบายการจราจรให้คล่องตัว และลดปริมาณการสะสมของรถยนต์ ที่สำคัญยังคงให้จุดตรวจ ด่านตรวจเข้มงวดวินัยจราจรและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

โดยเฉพาะการขับรถเร็ว การตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ของผู้ขับขี่ เน้นการเพิ่มความถี่ในการเรียกตรวจ เพื่อให้ผู้ขับขี่เกิดความตื่นตัว จะช่วยลดการหลับในที่เป็นสาเหตุของอุบัติเหตุได้ พร้อมให้ถือปฏิบัติตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในการดำเนินมาตรการยึดรถที่เมาแล้วขับ และอยู่ในสภาพไม่พร้อมขับรถ เข้มข้นและต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัยสูงสุดแก่ประชาชนในทุกเส้นทาง

ข้อมูล INN 

MThai News