ธุรกิจไอเดียล้ำนำเทรนด์ “หมอนอาหารไทย” กินไม่ได้แต่ถูกใจลูกค้า

ธุรกิจไอเดียล้ำนำเทรนด์ “หมอนอาหารไทย” กินไม่ได้แต่ถูกใจลูกค้า และของใช้ใส่ลายน้องหมา สินค้าเอาใจคนรักสุนัข

หากพูดถึงสัตว์เลี้ยงตัวโปรดประจำบ้าน อย่างเจ้าสุนัข หลายคนคงคุ้นเคย และในปัจจุบันคนรักสุนัขเพิ่มขึ้นจำนวนมาก สังเกตได้จากเพจคนรักสุนัข ต่างกวาดยอดไลค์ ยอดแชร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นี่อาจเป็นที่มาของสินค้าสำหรับคนรักน้องหมาอย่างแท้จริง

วันนี้ทีมข่าว MThai News จะพาผู้อ่านไปรู้จักกับธุรกิจเอาใจคนรักสุนัข นำฝีมือการวาดรูปขั้นเทพ แต่งเเต้มลายเส้นเป็นภาพสายพันธุ์สุนัขตัวโปรดมาใส่ในสินค้าหลากหลายชนิด และของใช้ ของแต่งบ้านไอเดียสร้างสรรค์ หยิบยกอาหารในครัวที่คุ้นเคย มาเป็นหมอนลายอาหารพื้นบ้านสุดแนว

‘คุณมรกต ชมบุญ’ เจ้าของแบรนด์ Tistgraphy ได้เปิดเผยกับทีมข่าวว่า จุดเริ่มต้นของสินค้ามาจากโอกาสที่ได้รับ หลังทำงานออกบูธ แล้วมีคนชักชวนให้นำสินค้าไปวางขาย ด้วยความชอบทำของใช้สอย และมีฝีมือด้านกราฟฟิก จึงเกิดไอเดียวาดภาพน้องหมา นำมาสกรีนใส่ในสินค้า อาทิ กระเป๋า ผ้าพันคอ หมอน ถุงผ้า หมอน เสื้อ กระเป๋าใส่ดินสอ

เมื่อธุรกิจเริ่มลงตัวมากขึ้น ‘คุณมรกต’ ได้ปิ๊งไอเดียใหม่ เนื่องจากมีความสุขกับการรับประทานอาหาร จึงเกิดแนวคิดสร้างสินค้าที่ไม่เหมือนใคร เปลี่ยนหมอนลายธรรมดาที่เคยคุ้น เป็นหมอนลายอาหารไทยสุดเก๋ ถูกใจลูกค้า ซึ่งล้วนคุ้นตาไม่ว่าจะเป็น หมอนปลาทู ส้มตำ น้ำพริก อาหารทะเล ซึ่งแปลกใหม่ ไม่ซ้ำใคร โดยเฉพาะหมอนปลาทู ถือเป็นลายที่ขายดิบขายดี โดนใจลูกค้า เพราะเป็นอาหารประจำบ้านของคนไทย ใครๆ ก็เคยรับประทาน สามารถนำไปเป็นของขวัญสำหรับทุกเพศทุกวัยได้อีกด้วย

คุณมรกต เผยว่า “จากที่เคยใช้เทคนิคการวาดภาพ เราเปลี่ยนมาใช้เทคนิคการถ่ายภาพแทน โดยการนำภาพถ่ายที่ได้มาพิมพ์บนผ้าโพลิสเตอร์ สีคมชัด พอเห็นสีสดๆ สินค้าจะดูน่ารับประทาน และเสมือนจริงมากยิ่งขึ้น”

สินค้าเอาใจคนรักสุนัข และหมอนไอเดียแปลกใหม่ จะไม่ให้ถูกใจขาช็อปได้อย่างไร ว่าไหม?

“เราเหมือนเป็นเจ้าแรกๆ ที่ทำสินค้าเอาใจคนรักสุนัข ลูกค้าจึงให้ความสนใจเป็นพิเศษ ตอนนี้ลูกค้าก็ยังคงมีต่อเนื่อง ส่วนหมอนลายอาหารนั้น ได้รับความสนใจจากผู้พบเห็นอย่างมาก เพราะเป็นอะไรที่แปลกใหม่ และยังสามารถนำไปเป็นของขวัญได้สำหรับทุกวัย อีกทั้งมีการแชร์ในโซเชียลมีเดีย ทำให้มีคนสนใจมากยิ่งขึ้น”

กว่าธุรกิจจะประสบความสำเร็จถึงจุดนี้ได้ ย่อมเจออุปสรรคเป็นธรรมดา

“การลงมือทำธุรกิจนี้ มีอุปสรรคเพราะเราไม่เก่งด้านการตลาดเลย แต่จะเก่งด้านอาร์ต ออกแบบ และการผลิต จึงต้องมานั่งเรียนรู้เรื่องการตลาดกันใหม่ ต้องใช้เวลาในศึกษาพอสมควร  ซึ่งอุปสรรคเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แบรนด์นี้ก้าวต่อไปได้”

ด้านจุดเเข็งของร้าน Tistgraphy นั้น  เจ้าของธุรกิจอย่างคุณมรกต ได้เปิดเผยอย่างภาคภูมิใจว่า “ลายต่างๆ เราออกแบบเอง หากมีคนจะลอกเลียนแบบ ยังไงก็ไม่เหมือน เพราะเราวาดเอง เราครีเอทขึ้นมาเองนั่นคือเอกลักษณ์ของร้านเรา นอกจากนี้เรายังสามารถนำลายไปใส่ในสินค้าได้หลายอย่างอีกด้วย”

สุดท้ายนี้ ‘คุณมรกต’  ได้ฝากถึงคนที่อยากลองทำธุรกิจของตัวเองด้วยว่า “ให้เริ่มจากสิ่งใกล้ตัว เหมือนเรารักสุนัข ก็เอาสุนัขมาเป็นจุดเด่นของร้าน แล้วนำอาหารที่คุ้นเคยตั้งแต่เด็ก มาทำเป็นหมอน ซึ่งส่วนตัวมองว่า หากเริ่มจากสิ่งที่ไม่คุ้นเคย ไม่รัก ไม่ชอบจริงๆ จะทำออกมาไม่ดีเท่าสิ่งที่เราชอบ เพราะเราจะรู้สึกสนุกไปกับมัน”

ส่วนในอนาคตจะต่อยอดสินค้ายังไงนั้น ‘คุณมรกต’ บอกว่าขออุบไว้ก่อน พร้อมฝากให้ลูกค้ารอติดตามอุดหนุนกันต่อไป

โดยสามารถมาเลือกซื้อหน้าร้านได้ที่เมกะบางนา เปิดทุกวัน เวลา 10.00 น. – 21.00 น. หรือสาขาในตลาดรถไฟศรีนครินทร์ เปิดวันพฤหัสบดี-อาทิตย์ เวลา 17.00 น. ถึงเที่ยงคืน ทั้งนี้ ยังสามารถช็อปผ่านโซเชียลได้ด้วย          IG : tistgraphy_shop  เฟซบุ๊กเสิร์ชคำว่า tistgraphy หรือติดต่อผ่าน line id : tistgraphy

รุ่งฤดี ฤทธิสิทธิ์ : เขียน/ภาพ

MThai News

จวกยับ! เก๋งติดกันชนแบบใหม่ เกิดอันตรายแน่

ชาวเน็ตจวกยับ! รถเก๋งติดกันชนแบบใหม่ หวั่นเกิดอันตราย และผิดกฎหมายจราจร

กลายเป็นประเด็นฮือฮาในโลกออนไลน์ สำหรับภาพของรถคันหนึ่ง ถูกติดกันชนแน่นหนาครอบตัวรถ ขับบนถนนไม่แคร์สายตาประชาชนผ่านไปมาที่มองด้วยความประหลาดใจ

โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อปัญจะ รอดสุด ได้โพสต์ภาพรถคันหนึ่งถูกครอบด้วยกันชนสีขาวทั้งรถ พร้อมข้อความระบุว่า “กันชนรุ่นใหม่ล่าสุด คาดว่าเร็วๆนี้วางขาย !!!”

หลังจากที่ภาพดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ บรรดาชาวเน็ตต่างเข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่มองว่าอาจเกิดอันตรายได้ พร้อมทั้งมองว่าผิดกฎหมาย ขณะที่บางส่วนเห็นว่าอาจจะเป็นรถที่เตรียมตัวทำขบวนแห่งานใดสักแห่ง

อย่างไรก็ตาม กฎหมายการแต่งรถบนท้องถนนนั้น มีให้ทราบอย่างชัดเจน ตาม พรบ.จราจรใหม่ทั้งหมด 23 ข้อ ประกอบด้วย

1. ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน / วางไว้ที่กระจก = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.11,ม.60)
2. แผ่นป้ายทะเบียนตัดต่ออัดกรอบใหม่เป็นป้ายขาว = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
3. ติดป้ายเอียง มีวัสดุปิดทับ = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
4. แผ่นป้ายทะเบียนปลอม = ป.อาญา ฟ้องศาล
5. โหลดเตี้ย (วัดจากกึ่งกลางไฟหน้ากับระดับพื้นถนนต้องไม่ต่ำกว่า 40cm) = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
6. ยกสูง (วัดจากกึ่งกลางไฟหน้ากับระดับพื้นถนนต้องไม่สูงกว่า 135cm) = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
7. ล้อยางเกินออกมานอกบังโคนข้างละหลายนิ้ว = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
8. ใส่ล้อใหญ่จนแบะล้อเพื่อหลบซุ้ม = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
9. ตีโปร่งขยายซุ้มล้อติดสปอยเลอร์ต้องมีการยึดติดอย่างแน่นหนา = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
10. ฝาประโปรง หน้า-หลัง ดำ เกิน50%ของสีหลัก = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.13,ม.60)
11. เปลี่ยนท่อไอเสียใหญ่เสียงดัง = ปรับไม่เกิน 1,000 บาท (ม.5(2),ม.58)
12. ไฟหน้าหลายสี เช่น เขียว แดง ฟ้า เหลือง = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.12,ม.60)
13. ไฟหยุดต้องสีแดง(ไฟเบรค)เท่านั้น = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.12,ม.60)
14. ไฟเลี้ยวต้องเป้นสีเหลืองอำพัน = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.12,ม.60)
15. ไฟส่องป้ายต้องเป็นสีขาวเห็นไม่ต่ำกว่า 20 เมตร = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.12,ม.60)
16. ไฟสปอร์ตไลน์ และโคมไฟตัดหมอกแสงพุ่งไกล = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.12,ม.60)
17. เปิดไฟตัดหมอกโดยไม่มีเหตุ = ปรับไม่เกิน 500 บาท กฏกระทรวง ข้อนี้เจอบ่อย..สุดรำคาญมั่ยรุสอบใบขับขี่ได้งัย
18. ติดไฟนีออนใต้ท้องรถ ติดไว้กับป้ายทะเบียน = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.12,ม.60)
19. ดัดแปลงเป็นขับเคลื่อน 4 ล้อ = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
20. เปลี่ยนดีสเบรคหลัง = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
21. ใส่หลังคาซันลูป = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
22. ถอดเบาะหลังออกแล้วติดโรลบาร์ = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
23. ดัดแปลงเครื่องยนต์ วัดควันดำ = ปรับไม่เกิน 1,000 บาท (พรบ.ขนส่ง)

ขอบคุณภาพ ปัญจะ รอดสุด

MThai News

เตือน! อย่าคลิกอ้าง ดีเจบุ๊คโกะ ขับรถชนคนตาย

เกิดเป็นประเด็นพูดถึง เกี่ยวกับกรณีมีการแชร์ข่าว ที่มีหัวเรื่องว่า โดนเข้าแล้ว !! “ตุ๊กตาลูกเทพ“แสดงอิทธิฤิทธิ์ ลงไปขัดเบรครถ “ดีเจบุ๊คโกะ”พุ่งชนมอไซต์ดับ 1

เมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. พบศพผู้เสียชีวิต เนื่องจากถูกรถชน ทราบชื่อผู้ตายคือนาย พรศักดิ์ สิงทอง วัย 45 ปี โดยในที่เกิดเหตุพบผู้ต้องหา ซึ่งขับขี่รถยี่ห้อเบนซ์ ทะเบียน ศน 4444 กรุงเทพมหานคร กำลังรอมอบตัวอยู่

7777777777777 (1)

โดยเนื้อข่าวอ้างว่า ผู้ก่อเหตุคือ นาย ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล หรือ ดีเจบุ๊คโกะ พร้อมทั้งระบุว่า สาเหตุเกิดจาก ตุ๊กตาลูกเทพของตน ลงไปติดเบรค และเบลอ ไม่สามารถเหยียบเบรคได้ ประกอบกับขณะขับขี่ด้วยความเร็ว 130 กม.ต่อชั่วโมง’

ทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อเข้าไปตรวจสอบในอินสตราแกรมของดีเจบุ๊คโกะ ทำให้ทราบว่า แท้จริงแล้ว ข่าวดังกล่าวเป็นข่าวลวง เพราะได้มีการแคปชั่นภาพข่าวดังกล่าว พร้อมเขียนคำอธิบายว่า ‘กูขำ ต้องเปลี่ยนเป็นข่าว ผอม’

ทั้งยังมีแฟนคลับเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า ตนเองก็ได้เข้าไปอ่านข่าวเช่นกัน ทำให้ทั้งคอมพิวเตอร์ มือถือ ติดไวรัสทั้งหมด รวมทั้งมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า เพจหนึ่งซึ่งมีการแอบอ้างอดีตค่ายหนังอย่าง GTH ว่ามักจะนำข่าวลวงมาแชร์เสมอ ซึ่งในครั้งนี้ ได้นำข่าวลวงดังกล่าว มาแชร์ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ภาพที่ปรากฏอยู่ในเนื้อหาข่าวลวงนี้ ที่แสดงให้เห็นว่า ดีเจบุ๊คโกะ กำลังได้รับการรักษาอะไรบ้างอย่างนั้น เป็นภาพเมื่อครั้ง “ดีเจบุ๊คโกะ” ขึ้นเตียงศัลยกรรมปลูกผม เสริมโหง้วเฮ้งกับสถาบันปลูกผมแห่งหนึ่ง ไม่ใช่ภาพที่เกิดจากอุบัติเหตุรถชนแต่อย่างใด