สมาพันธ์ประมงพื้นบ้าน ออกแถลงการณ์ฉบับที่ เรียกร้องนายกรัฐมนตรี ยกเลิก มาตรา ๓๔ ในพรก. การประมง พ.ศ.๒๕๕๘
สมาพันธ์ประมงพื้นบ้านออกแถลงการณ์ ฉบับที่ ๓ ลงวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๙ เรียกร้องให้ นายกรัฐมนตรี ยกเลิก มาตรา๓๔ ในพระราชกำหนดการประมง พ.ศ ๒๕๕๙ รวมไปจนถึงการแก้ไขปรับปรุงในประเด็นอื่นๆ พร้อมขอเข้าไปมีส่วนร่วมในการนำเสนอข้อคิดเห็น เพื่อรัฐบาลจะได้มีข้อมูลที่เพียงพอในการดำเนินการ

และในแถลงการณ์ดังกล่าวได้แสดงความขอบคุณข้าราชการและส่วนงานที่เกี่ยวข้องของทุกจังหวัด ที่อำนวยความสะดวกให้ชาวประมงพื้นบ้านเข้ายื่นหนังสือแสดงความคิดเห็นค้านการใช้มาตรา ๓๔ ในพรก.ประมง ๒๕๕๘ พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตที่แต่ละจังหวัดเร่งรีบดำเนินการจัดประชุมคณะกรรมการพหุภาคี ทั้งที่ไม่มีบทบาทกลไกใดๆ ต่อการแก้ไขปัญหาประมง
นอกจากนั้นในแถลงการณ์ฉบับดังกล่าวยังขอให้รัฐบาลมีความชัดเจนต่อบทบาทหน้าที่ และสัดส่วนของคณะกรรมการประมงจังหวัด และคณะกรรมการนโยบายประมงระดับชาติ เพื่อนำไปสู่การแก้ไข้ปัญหาประมงอย่างยั่งยืน ตามที่รัฐบาลต้องการ
—————————
แถลงการณ์ฉบับเต็ม
แถลงการณ์ ฉบับที่ ๓
กรณี“พระราชกำหนดการประมง พ.ศ.๒๕๕๘ กระทบประมงพื้นบ้าน”
ตามที่เครือข่ายชาวประมงพื้นบ้าน ๑๗ จังหวัด ชายฝั่งทะเลไทย ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านจังหวัดต่างๆ ขอให้ยกเลิก มาตรา 34 ของ พระราชกำหนด การประมง พ.ศ.๒๕๕๘ ซึ่งมีหลักการจำกัด สิทธิชาวประมงพื้นบ้านขนาดเล็กโดยไม่มีเหตุจำเป็นอันควร ทั้งที่ในพระราชบัญญัติการประมงเดิมที่เคย ผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบของฝ่ายต่างๆ ไม่มีการจำกัดสิทธิของชุมชนประมงพื้นบ้านดังกล่าว (มาตรา43 ของพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.๒๕๕๘) ในโอกาสนี้ เราขอแถลง ดังต่อไปนี้
๑. เราขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกจังหวัด ที่ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกชาวประมงพื้น บ้านตามสมควร และขอเรียนผ่านแถลงฉบับนี้ ว่า หนังสือดังกล่าวทุกพื้นที่ “กราบเรียนถึงนายกรัฐมนตรี” เพื่อพิจารณา หวังว่าผู้เกี่ยวข้องแต่ละจังหวัดจะได้นำส่งถึง นายกรัฐมนตรีประเทศไทยโดยเร็ว ในการนี้ เพื่อให้รัฐบาลได้มีเวลา ในการไตร่ตรองข้อเท็จจริง เราจึงประกาศให้ทราบว่า เราขอเวลาในการติดตาม ความคืบหน้าภายในหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า และพร้อมแลกเปลี่ยนประเด็นปัญหากับผู้เกี่ยวข้องโดยเปิดเผย
๒. เราทราบว่ากรมประมงและ ศป.มผ. ได้เร่งรัดให้จังหวัดต่างๆจัดประชุม “คณะกรรมการพหุภาคี แก้ไขปัญหาการประมงจังหวัด” ให้พิจารณาแบ่งเขตตามมาตรา ๓๔ โดย ”ไม่รอผลการพิจารณาของ นายกรัฐมนตรี” ว่าจะพิจารณาข้อเสนอของชาวประมงพื้นบ้านอย่างไร และเราเห็นว่า “คณะกรรมการ พหุภาคีฯ” ดังกล่าว มิได้เป็นกลไกใดๆ ตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.๒๕๕๘ จึงล้วนเป็นการกระทำ ขัดแย้งกับการใช้กฎหมายฉบับใหม่ที่หน่วยงานรัฐกระทำละเมิดขั้นตอนกฎหมายเองทั้งสิ้น
๓. ทะเลไทยในปัจจุบัน ยังมีปัญหาการทำการประมงแบบทำลายล้างจำนวนมาก ที่ส่งผลให้ ชาวประมงพื้นบ้านที่มีจำนวนมากกว่า 85%ของชาวประมงทั้งหมดตกอยู่ในสภาพลำบากในการดำรงชีพ มีเครื่องมือประมงที่ทำลายแหล่งอาหารโปรตีนธรรมชาติของสังคมไทย โดยที่พระราชกำหนดการประมง ยังไม่สามารถสร้างหลักประกันใดๆ เราเห็นว่าการประมงไทยควรมุ่งเน้นปัญหานี้มากกว่าการออกกฎหมาย มาเพื่อจำกัดสิทธิของผู้ด้อยโอกาสให้ได้รับความลำบากมากกว่าเดิม
๔. นอกจากปัญหาตามมาตรา 34 แล้ว เรายังพบประเด็นปัญหาของข้อกำหนดในพระราชกำหนด การประมง พ.ศ.๒๕๕๘ ในประเด็นอื่นๆอีกมาก เช่น ในส่วนที่ว่าด้วยคณะกรรมการประมงประจำจังหวัด หรือคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ ในแง่สัดส่วน/บทบาทหน้าที่/ความเป็นไปได้จริงในการทำ หน้าที่เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทะเลไทยอย่างยั่งยืน, ในส่วนมาตรา ๑๐ ที่มีผลให้ผู้ที่ใช้เรือทำการประมง แบบ “หาอยู่หากินหรือทำการประมงเพื่อบริโภคในครัวเรือน” ไม่สามารถทำประมงได้อีกต่อไป เป็นต้น
ในโอกาสนี้ เราขอเรียกร้องถึงนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาล เร่งพิจารณายกเลิก มาตรา ๓๔ และปรับปรุงประเด็นอื่นๆ ของพระราชกำหนด การประมง พ.ศ.๒๕๕๙ โดยเปิดโอกาสให้เราได้ร่วมเสนอ ข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่ เพื่อแก้ไขปัญหาการประมงทะเลไทยให้ยั่งยืนต่อไป
๒๐ มกราคม ๒๕๕๙
สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย