รวบแล้ว! มือยิงเพื่อนบ้านดับ 3 ศพ ย่านบางชัน ปมแย่งที่จอดรถ

ตำรวจแถลงจับกุม หนุ่มเลือดร้อนยิงเพื่อนบ้านดับ 3 ศพ ย่านบางชัน เหตุแย่งที่จอดรถ พร้อมคุมตัวทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ

วันนี้ 20 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงผลการจับกุม นายทศพร พิทักษ์วัฒนานนท์ อายุ 34 ปี ผู้ต้องหา ใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิง นางศิริลักษณ์ หรือ เจ๊หมวย แซ่ฮ้อ ลูกจ้างชาวกัมพูชา และนายมูเลาะ หรือ บังดำ บินอุมัต เสียชีวิต หน้าร้านตัดผม ริดบาร์เบอร์ ย่านบางชัน เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยหลังเกิดเหตุได้หลบหนีไป

672924-03

โดยนายทศพร ให้การว่าก่อนหน้านี้เคยมีปัญหากับ นางศิริลักษณ์ เรื่องที่จอดรถในหมู่บ้าน มานาน 2 ปี และมีเรื่องทะเลาะขัดแย้งกันมาตลอด ในวันเกิดเหตุก็มีปัญหากัน โดยผู้ตายได้ตะโกนด่าทอและใช้ขวดเครื่องดื่มชูกำลังปามาที่ภรรยาตน ทำให้เกิดอารมณ์โมโห จึงใช้อาวุธปืนเข้าไปยิง แต่ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ใครเสียชีวิต จากนั้นได้หลบหนีและโยนอาวุธปืนทิ้งไว้ระหว่างทาง เพราะกลัวความผิด เมื่อได้ดูข่าวและเห็นว่า มีคนเสียชีวิตถึง 3 ศพ ก็รู้สึกเสียใจ จึงติดต่อขอเข้ามอบตัวกับตำรวจที่ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อคืนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นายทศพร ได้กล่าวขอโทษญาติผู้เสียชีวิต พร้อมระบุว่า หากย้อนเวลากลับไปได้ จะไม่ทำแบบนี้อีก อย่างไรก็ตาม รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้คุมตัว นายทศพร ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุแล้ว

ที่มา INN

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

บิ๊กต๊อก ยันเดินหน้าสอบ “ราชภักดิ์” ชี้ไม่มีเหตุผลที่ต้องหยุด

รมว.ยุติธรรม ยันเดินหน้าสอบต่อ “ราชภักดิ์” ไม่มีหยุด สั่งล่าเต็มที่ ผู้ต้องหาแพร่แผนผังทุจริตเท็จ เชื่อตรวจรถโบราณสมเด็จช่วงไม่ใช่การดิสเครดิต แต่เป็นการให้ความกระจ่างแก่สังคม วอนอย่าเพิ่งต้านร่างรัฐธรรมนูญใหม่  

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (20 ม.ค. 59) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ได้ออกมากล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเดินหน้าสอบ “ราชภักดิ์” เพราะประชาชนเขาอยากรู้ และคงไม่มีเหตุผลอะไร ที่ทำให้ต้องหยุดการตรวจอบ

อุทยานราชภักดิ์, ไพบูลย์ คุ้มฉายา

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา

ซึ่งการทำงานนั้นคืบหน้าไปมาก และพอจะเห็นอะไรคร่าวๆ บ้างแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผย ซึ่งเมื่อผลตรวจสอบจาก ศอตช. ออกมาก็ถือว่าจบ ดังนั้น จึงต้องรอบคอบ แต่จะพยายามทำให้จบเร็วที่สุด ขณะที่การติดตามตัวนายธเนตร อนันตวงษ์ หรือ ตูน อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหาร คดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ในกรณีเผยแพร่ผังทุจริตโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ที่เป็นเท็จ และมีข่าวว่าได้หลบหนีออกประเทศแล้วนั้น ว่า เจ้าหน้าที่จะต้องติดตามตัวมาดำเนินการให้ได้

ส่วนกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้าตรวจสอบรถโบราณ ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ นั้น ว่า ทราบว่ามีการเข้าไปดำเนินการตรวจสอบ แต่ตนไม่ได้เข้าไปดูในรายละเอียด เพราะให้เสรีกับข้าราชการในการทำงานเหมือนคดีอื่น และทราบว่าจะใช้เวลาในการตรวจสอบ 1 เดือน จึงขอให้รอผลตรวจตามเวลาที่ระบุ

ทั้งนี้เชื่อว่ากระแสข่าวดังกล่าวไม่ใช่การดิสเครดิต หากเรื่องถูกต้องไม่ผิดอะไรก็อย่ากลัว และการทำเรื่องนี้ให้กระจ่างในสังคม ยังถือว่าเป็นเครื่องยืนยันตัวเอง ทำให้เกิดประโยชน์และมีความสง่าอีกด้วย แต่หากไม่มีการดำเนินการให้เกิดความกระจ่างก็จะต้องมีการพูดถึงตลอดไป

นอกจากนี้ พล.อ.ไพบูลย์ ยังได้กล่าวถึงกระแสข่าวการต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า อย่าเพิ่งไปต่อต้าน เพราะร่างรัฐธรรมนูญยังไม่แล้วเสร็จ ต้องรอให้เห็นทั้งหมดแล้วค่อยมาคุยกันให้เป็นเรื่องระบบ ซึ่งหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามตินั้น นายกรัฐมนตรีได้บอกชัดเจนแล้วว่ามีแนวทางแก้ไขไว้แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง แต่ส่วนตัวไม่ทราบว่าเป็นแนวทางอะไร
ขอบคุณภาพจาก Wassana Nanuam

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ลือมั่ว! นายอำเภอเมืองสตูลลั่น ‘หลีเป๊ะ’ ไม่มีรีสอร์ทกลางทะเล

ลือมั่ว! นายอำเภอเมืองสตูลลั่นเกาะ ‘หลีเป๊ะ’ ไม่มีรีสอร์ทกลางทะเล แนะติดต่อผู้ประกอบการโดยตรง จะได้ไม่ถูกหลอก

จากกรณีที่มีกระแส ระบุว่า ประเทศไทยจะมีรีสอร์ทกลางทะเลแห่งแรก ในเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล นอกจากนี้ ยังบอกว่าเป็นที่เดียวที่ได้รับการอนุมัติให้สร้างในไทย โดยมีการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แต่ต้องอยู่ในข้อตกลงของอุทยานแห่งชาติ ทำให้นักท่องเที่ยวต่างหลงเชื่อ และเข้าใจผิดจำนวนมาก

ภาพประกอบข่าว

ล่าสุด นายศักดา วิทยาศิริกุล นายอำเภอเมืองสตูล เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ไม่เป็นความจริง เกาะหลีเป๊ะไม่เคยมีรีสอร์ทหรูกลางทะเล เหมือนภาพที่ถูกเผยแพร่ออกไป เกาะหลีเป๊ะจะทำเช่นนั้นไม่ได้ เพราะอยู่ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา หากนักท่องเที่ยวอยากมาเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ แนะนำว่าให้ติดต่อประสานงานกับผู้ประกอบการใน จ.สตูลโดยตรง จะได้ไม่ถูกหลอก

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปิดไปยังกระทู้แนะนำรีสอร์ทกลางทะเล ของเว็บไซต์ที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้ กลับพบว่ากระทู้ถูกลบออกจากเว็บไซต์ไปแล้วเรียบร้อย

MThai News