เตือนอย่าเชื่อ! งานวิจัย “จุลชีพรักษามะเร็ง” เหตุไม่มีหลักฐานชี้ชัด

อ.เจษฯ ผนวกสมาชิกเว็บบอร์ดดังพันทิป เตือนอย่าเชื่อ! งานวิจัย จุลชีพรักษามะเร็ง เหตุไม่มีหลักฐาน แถมคนคิดถูกจับผลิตยา-อาหารเสริมปลอม ชี้หากดีจริงต้องมีการเผยแพร่ทางวารสารอย่างน้อย 1 ฉบับ 

วันนี้ (20 ม.ค. 59) รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพัทธ์ อาจารย์จากคณะวิทย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความเตือนภัยให้ระวังภายหลังมีสื่อดังได้เผยแพร่ข่าวว่า มีกลุ่มคนวิจัยใช้จุลชีพรักษามะเร็ง ทั้งๆ ที่ผู้เข้าร่วมโครงการดังกล่าวเคยถูกจับเมื่อหลายปีก่อน ฐานผลิตและขายยา รวมถึงอาหารเสริมเถื่อนโดยไม่มี อย.

จุลชีพรักษามะเร็ง, โรคมะเร็ง

จุลชีพรักษามะเร็ง

โดยสื่อดังลงข่าวดังกล่าวในทำนองว่า นายบรรยงได้ร่วมกับเพื่อนที่เป็นนักจุลชีวะ 3 คน ทำการค้นคว้าทั้งจากสมุนไพรไทย จากจุลชีพที่มีชีวิตมาเป็นเวลาร่วม 10 ปี จนค้นพบจุลชีพกำจัดเซลล์มะเร็งชนิดได้ผลเกินคาด

ทั้งนี้ หลังการค้นพบ จึงได้ผลิตจุลชีพขึ้นมาเพื่อให้การรักษาชาวบ้านที่ป่วยเป็นมะเร็ง ที่มาขอรับการรักษาและช่วยเหลือเป็นเวลาประมาณ 5 ปี มาแล้ว จากสถิติที่รวบรวมไว้ มีผู้มาขอรับจุลชีพไปเพื่อรักษามากกว่า 1,500 คน ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้ายอาการดีขึ้น ผู้ป่วยระยะที่ 4 หรือระยะแพร่กระจายทั่วตัวรักษาแล้วหายขาด

พร้อมกันนี้ นายบรรยง ยังกล่าวว่า จากการค้นคว้าของตนนี้ถือว่าเป็นนักวิจัยพื้นบ้าน เราใช้หลักการหลังการตรงหลักที่ว่าโลกใบนี้ สิ่งมีชีวิตควบคุมด้วยสิ่งมีชีวิตด้วยกัน เซลล์มะเร็ง ไม่ตอบสนองต่อการรักษาทางเคมีทุกชนิด ไม่ว่ายาเคมีหรือรังสีบำบัด จึงเหลือทางเลือกอยู่ทางเดียว คือขจัดเซลล์มะเร็งในทุกอวัยวะที่เซลล์มะเร็งเข้าไปฝังตัวและกัดกินเนื้อเยื่อ แนวทางในการรักษาคือขจัดเซลล์มะเร็งให้หมดจากร่างกายก่อน ใช้เวลาไม่เกิน 120 วัน หลังจากเซลล์มะเร็งตายหมด จึงมารักษาเนื้อเยื่อทีหลัง

ขณะที่ รศ.ดร.เจษฎา เผยว่า เห็นข่าวนายบรรยงนี้แล้วกลุ้มใจกับ นสพ. … เมื่อปีก่อนยังช่วยสังคมด้วยการลงขายจับกุมขายยาเถื่อนมาแล้ว ไม่ครบปีดี กลับมาช่วยลงข่าวเชียร์ขายเชื้อจุลินทรีย์รักษมะเร็งนี่อีก (หลายคนน่าจะเคยผ่านตา forward mail โฆษณาขายโปรไบโอติกของเค้า) … อย่าตกเป็นเหยื่อกันนะครับ

ด้านผู้ใช้งานเว็บบอร์ดชื่อดังอย่างพันทิป สมาชิกหมายเลข 924619 ก็ได้นำเรื่องราวดังกล่าวไปเผยแพร่ จนทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นพร้อมเตือนใจให้ระวังอย่าหลงเชื่อกับข่าวดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้สื่อดังออกมารับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย อาทิ “น่ากลัวชาวบ้านจะเชื่อ ไม่กรองข่าวบ้างหรอครับ จะมีชาวบ้านอีกกี่รายที่หลงเชื่อ และเสียโอกาศในการรักษา”

อ่านข่าวเต็มๆ เห็นว่าทำการวิจัยตามหลักวิทยาศาสตร์ มีการทำตรวจสอบเอกสารงานวิจัย ส่วนนี้ฟังดูน่าเชื่อถือ แต่ก็มีอีกส่วนที่ดูไม่น่าเชื่อถือ เช่น มีคนในวงการสาธารณสุขมาขัดขวาง มาข่มขู่ งานนี้ขอรอดูข้อมูลเพิ่มก่อนค่อยว่ากัน”

ยังไม่เห็นรายงานการวิจัยเลย ถ้าจริงน่าจะได้ตีพิมพ์ในเอกสารวิชาการเล่มใดเล่มหนึ่งนะ แล้วทำไมคนในกระทรวงสาธารณสุขจะต้องขัดขวางล่ะ ถ้ามันดีจริงน่ะ มีแต่จะช่วยแถลงข่าว ช่วยกันนำมาใช้ เพราะเป็นชื่อเสียงของประเทศ

บอกว่ารักษามะเร็งได้ ก็ต้องมีการวิจัยในผู้ป่วยมะเร็งอย่างถูกระเบียบการวิจัย ซึ่งต้องผ่านการอนุญาตจากคณะกรรมการจริยธรรม กระทรวงสาธารณสุข หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน เพราะเป็นการวิจัยในมนุษย์ เมื่อผ่านการอนุมัติ ก็แสดงว่าได้รับการสนับสนุนอยู่แล้วไม่เคยได้ยินเลยนะ” เป็นต้น

ขอบคุณข้อมูลจาก
Jessada Denduangboripant
pantip.com

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

อดีต ส.ส.ร. ชี้ ‘ยิ่งลักษณ์’ สามารถลงสมัคร ส.ส.ได้

‘คณิน บุญสุวรรณ’ อดีต ส.ส.ร. ปี 40 ชี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สามารถลงสมัครเลือกตั้งได้ เพราะรัฐธรรมนูญปี 2550 ถูกยกเลิกบังคับใช้ไปแล้ว

วันนี้ 20 ม.ค. นายคณิน บุญสุวรรณ อดีต ส.ส.ร. ปี 40 ได้กล่าวถึงกรณีที่โฆษก กรธ. กล่าวถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีซึ่งถูก สนช. ลงมติถอดถอนจะต้องถูกตัดสิทธิ 5 ปี เมื่อพ้น 5 ปี แล้วจึงจะมีสิทธิสมัคร ส.ส. ได้ ตามรัฐธรรมนูญใหม่ ว่า เป็นการมองด้านเดียว โดยจงใจที่จะมองข้ามความจริงที่ว่า ระหว่างที่รัฐธรรมนูญปี 2550 ใช้บังคับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง จึงไม่ได้ถูกตัดสิทธิ 5 ปีตามรัฐธรรมนูญฉบับนั้น ดังนั้น เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับนั้นถูกยกเลิกไปก็ต้องถือว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ฯ เป็นผู้บริสุทธิ์ และไม่ถูกตัดสิทธิใดๆ ทั้งสิ้น

Image1

การที่ สนช. ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวฯ ลงมติถอดถอนออกจากตำแหน่งนั้น ไม่มีผลอะไร เพราะขณะนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่มีตำแหน่งใดๆ แล้ว แต่ถึงขนาดจะเหมาเอาว่า เพราะถูก สนช. ถอดถอนออกจากตำแหน่งก็เลยถูกตัดสิทธิ 5 ปี ตามรัฐธรรมนูญใหม่ด้วยนั้น ไม่พึงกระทำเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะมองในมิติของหลักกฎหมายหรือหลักรัฐศาสตร์

ทั้งนี้ถึงแม้จะอ้างว่ารัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวฯ ให้ สนช. ทำหน้าที่วุฒิสภาด้วย แต่ก็เป็นวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวฯ ไม่ใช่วุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญปี 2550 เพราะวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญปี 2550 ถือว่าได้ตายไปแล้ว เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 และก่อนที่จะตายในวันดังกล่าววุฒิสภาก็ไม่เคยได้ลงมติถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดังนั้น จะมาเหมาเอาว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกตัดสิทธิ 5 ปี ได้อย่างไร

ขอบคุณข้อมูล มติชน

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

เตรียมแจก ‘คูปองทีวีดิจิตอล’ เพิ่มทั่วประเทศ

กสทช. เผย ผลการประชุมแก้ไขปัญหาทีวีดิจิตอล เบื้องต้นจะแจกคูปองทีวีดิจิตอลเพิ่มทุกบ้านทั่วประเทศ

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า จากการที่ได้เชิญผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลทั้ง 24 ช่อง รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าหารือเพื่อแก้ไขปัญหาทีวีดิจิตอล

7-500x271

กสทช.เตรียมแจก ‘คูปองทีวีดิจิตอล’ เพิ่มทั่วประเทศ

ผู้ประกอบการได้เสนอแนวทางรวม 10 ข้อ คือ 1.การเลื่อนจ่ายเงินค่าประมูลทีวีดิจิตอลในงวดที่ 3 2.ขยายอายุใบอนุญาตให้มากกว่า 15 ปี 3.จะหยุดประกอบกิจการโดยไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินค่าประมูลที่เหลือได้หรือไม่ 4.ให้ กสทช. มีมาตรการเยียวยาอื่นๆเพิ่มเติมแก่ผู้ประกอบการ 5.ให้มีการเรียงช่องโทรทัศน์เหมือนกันทุกรูปแบบการออกอากาศ 6.ให้ กสทช. แจกคูปองเงินสนับสนุนค่าอุปกรณ์รับชมทีวีดิจิตอลเพิ่มเติม

7.ให้ กสทช. เพิ่มการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้แก่ประชาชน 8.ให้ กสทช. เป็นผู้สนับสนุนเงินการวัดหรือจัดทำเรตติ้งได้ 9.ให้ กสทช. ลดหย่อนค่าธรรมเนียมที่ผู้ประกอบการต้องจ่ายเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กองทุนยูเอสโอ) จากเดิมในอัตราปีละ 2% ของรายได้รวมต่อปี และ 10.ให้ กสทช. ช่วยสนับสนุนบางส่วน หรือจ่ายเงินค่าเช่าโครงข่ายแทนผู้ประกอบการทั้งหมด

ทั้งนี้ สิ่งที่ กสทช.สามารถทำได้ทันทีคือ การแจกคูปองทีวีดิจิตอล โดยหลังจากนี้ กสทช. จะทำหนังสือขอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขออนุมัติการแจกคูปองทีวีดิจิตอลเพิ่มจากปัจจุบันที่แจกไปแล้ว 13.7 ล้านครัวเรือน เป็นครบทุกครัวเรือนในประเทศไทย หรือราว 22.9 ล้านครัวเรือน และการลดหย่อนค่าธรรมเนียมเข้ากองทุนยูเอสโอโดยไม่มีผลย้อนหลัง

ส่วนประเด็นที่เหลือจะต้องรอรับฟังความเห็นจากกระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าสามารถทำได้หรือไม่ และจะมาประชุมกันอีกครั้งในวันที่ 27 มกราคมนี้ อย่างไรก็ตาม หากเรื่องใดที่ กสทช. สามารถทำได้ภายใต้กรอบของอำนาจและกฎหมายก็จะทำให้

แต่หากเรื่องใดทั้ง 3 หน่วยงานดังกล่าวสรุปมาว่าเกินกว่าอำนาจของ กสทช. จะนำเรื่องส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณา คาดแนวทางการช่วยเหลือทั้งหมดจะสามารถสรุปได้ก่อนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เพื่อเสนอบอร์ด กสทช. และจะประกาศใช้ได้ก่อนสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้

ขอบคุณข้อมูล  มติชน

MThai News