วอนช่วยแชร์! บริจาคสิ่งของให้นักเรียนยากไร้ ในพื้นที่ห่างไกล

เชิญผู้มีจิตศรัทธา ร่วมบริจาครองเท้านักเรียน รองเท้าผ้าใบ ถุงเท้า ให้นักเรียนที่ห่างไกล ขาดทุนทรัพย์

วันนี้ (12 ก.พ.) ผู้คนบนโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อภาพและข้อความของ สมาชิกเฟซบุ๊ก Tom Theseefor ที่ได้มีการโพสต์ภาพรองเท้าและถุงเท้าของนักเรียนที่ขาดชำรุด เพื่อชวนคนเข้ามาบริจาครองเท้านักเรียน หรือรองเท้าผ้าใบ รวมถึงถุงเท้าให้กับนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล

ช่วยแชร์! บริจาคสิ่งของให้นักเรียนยากไร้ ในพื้นที่ห่างไกล

ผู้โพสต์ระบุข้อความว่า

“เพื่อน ๆ ใครมีรองเท้า ถุงเท้า เสื้อผ้า ทั้งใหม่ ทั้งมือสองแต่คับสภาพใช้ได้ดีช่วยกันส่งไปให้เด็กๆ ..ตามที่อยู่..
โรงเรียนบ้านแม่สวรรค์หลวง 66 หมู่ 3 ต.แม่เหาะ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน 58110″

ขอบคุณภาพ Tom Theseefor

MThai News

ยุคสมัยเปลี่ยน! วัยรุ่นไทยมองมีเซ็กซ์วัยเรียนไม่แปลก

กรุงเทพโพลล์เผยวัยรุ่นไทย 53.4% เชื่อมีเซ็กซ์วัยเรียนไม่ใช่เรื่องแปลก ขณะที่ 3.7% อยากมีเพศสัมพันธุ์กับแฟนในวันวาเลนไทน์

ยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ หรือ กรุงเทพโพลล์ได้ออกมาเปิดเผยถึงผลสำรวจความเห็นของเยาวชนคนไทยจำนวน 1,203 คน ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เรื่อง “วัยเรียน วัยรุ่น ว้าวุ่นวันวาเลนไทน์” พบว่า วัยรุ่นร้อยละ 41.1 ระบุว่าตอนนี้มีแฟนแล้ว รองลงมาร้อยละ 31.5 ระบุว่ายังไม่มีแฟนและยังไม่ได้แอบรักใคร และร้อยละ 27.4 ระบุว่ายังไม่มีแฟนแต่ว่าแอบชอบบางคนอยู่

วันวาเลนไทน์, เซ็กซ์วัยเรียน, กรุงเทพโพลล์

วันวาเลนไทน์

เมื่อถามว่าอยากได้อะไรจากแฟนหรือคนรักมากที่สุดในวันวาเลนไทน์
ร้อยละ 47.5 อยากไปเที่ยวด้วยกัน
ร้อยละ 33.9 อยากได้ดอกกุหลาบ
ร้อยละ 31.2 อยากให้บอกรักด้วยคำพูด
ร้อยละ 3.7 อยากมีเพศสัมพันธ์เพื่อแสดงความรักในวันวาเลนไทน์

ทั้งนี้เมื่อถามว่ามีความเห็นอย่างไรต่อการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนนั้น
ร้อยละ 53.4 เห็นว่าไม่ใช่เรื่องแปลก แค่ต้องรู้จักป้องกัน (มีสัดส่วนเพศชายมากกว่าเพศหญิง)
ร้อยละ 46.6 เห็นว่า เป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำ เพราะยังอยู่ในวัยเรียน (สัดส่วนเพศหญิงมากกว่าเพศชาย)

ส่วนความรู้เรื่องเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นว่ามีมากน้อยเพียงใดนั้น
ร้อยละ 58.4 ระบุว่ามีความรู้มาก
ร้อยละ 41.6 ระบุว่ามีความรู้น้อย

เมื่อถามว่าวิธีหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนที่ดีที่สุด
ร้อยละ 35.6 ระบุว่า “ต้องระมัดระวังตัวเองเสมอไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ไม่เที่ยวผับบาร์”
ร้อยละ 21.2 ระบุว่า “ต้องไม่ไปไหนด้วยกันตามลำพัง”
และร้อยละ 17.5 ระบุว่า “ต้องไม่ไว้ใจใครหรือเชื่อใจใครง่ายๆ”

เมื่อถามความมั่นใจของตนเองว่าจะ “ไม่มีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนได้หรือไม่” พบว่า
ร้อยละ 61.2 ระบุว่ามั่นใจว่าทำได้
ร้อยละ 38.8 ระบุว่าไม่ค่อยมั่นใจ

สำหรับการสำรวจดังกล่าวทางผู้จัดทำเผยว่า เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้ปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทราบถึงทัศนคติความคิด เพื่อนำมาประยุกต์ใช้และทำความเข้าใจกับวัยรุ่นยุคปัจจุบันดังกล่าว

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

เปิด10ข้อเสีย บัตรเลือกตั้งใบเดียว :โดย..อดีต ส.ส.ร.

อดีต ส.ส.ร.ปี 40 เผย 10 ข้อเสีย ระบบ “บัตรเลือกตั้งใบเดียว” หลัง กรธ. ระบุไว้ใน “ร่างรัฐธรรมนูญ” เบื้องต้น 

ภายหลังที่ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ระบุในร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้ใช้ระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม ให้ ส.ส. มีจำนวน 500 คน เป็น ส.ส. เขต 350 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน โดยใช้ระบบเลือกตั้ง แบบใบเดียวลงคะแนนเฉพาะ ส.ส.เขต ส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อ มาจากการคำนวณคะแนนเลือกตั้งทั้งหมด แบ่งสัดส่วนตามที่แต่ละพรรคพึงจะได้ เพื่อให้คะแนนของประชาชนที่ได้จากการเลือกตั้งทั้งหมดไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ มีส่วนในการจัดสรรที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคนั้น

โดยนายคณิน บุญสุวรรณ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ปี 2540 ได้กล่าวสรุป ข้อเสียโดยสรุป 10 ประการการเลือกตั้งแบบกาบัตรใบเดียว ดังนี้

BANGKOK, THAILAND - FEBRUARY 2: A voter places a ballot in a box during voting in Thailand's general election on February 2, 2014 in Bangkok, Thailand. Anti - government protesters took over government buildings where ballot boxes were stored as an attempt to derail the elections. Bangkok Shutdown has been in effect for over two weeks as the anti-government protesters continue to block major intersections. The Thai government imposed a 60-day state of emergency in Bangkok and the surrounding provinces in an attempt to cope with the on-going political turmoil however this decree has had no effect on the mass protests.  (Photo by Rufus Cox/Getty Images)

ภาพประกอบข่าว

1. ไม่เป็นธรรมต่อประชาชน เพราะในขณะที่ ส.ส. มี 2 ประเภท แต่กลับให้ประชาชนมีสิทธิเลือกได้เพียง ส.ส. เขตเท่านั้น ซึ่งเท่ากับเป็นการบิดเบือนเจตนารมณ์ในการไปใช้สิทธิเลือกตั้งของประชาชน พูดง่ายๆ คือ มัดมือชกนั่นเอง

2. เป็นการรอนสิทธิหรือบังคับจิตใจของประชาชนมิให้ “เลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบ” จึงทำให้ประชาชนมีสภาพเหมือนถูก “ขโมย” สิทธิที่จะลงคะแนนเลือก ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ

3. ทำให้พรรคที่ได้รับเลือกตั้ง ส.ส.เขตมีจำนวนมากเท่าไร โอกาสที่จะได้ที่นั่ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อก็ลดน้อยลงเท่านั้น ซึ่งสวนทางกับความเป็นจริง

4. ทำให้เป็นการยากที่พรรคใดพรรคหนึ่งจะครองเสียงข้างมากเด็ดขาดในสภาที่จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพได้

5. ทำให้พรรคการเมืองที่มีที่นั่งมากที่สุดในสภาอาจถูกผลักให้เป็นฝ่ายค้าน โดยพรรคอันดับสองและพรรคที่เหลือทั้งหมดจับมือกัน ซึ่งขัดแย้งกับหลักการปกครองโดยเสียงข้างมาก“Majority rule”

6. เปิดช่องให้มีนายกฯ คนนอกและรัฐบาลผสม ที่พรรคอันดับหนึ่งไม่ได้เป็นรัฐบาลซึ่งกระทบต่อภาพลักษณ์และเป็นที่เย้ยหยันของประชาคมโลก ตลอดจนความไม่เชื่อมั่นในเสถียรภาพของรัฐบาลอีกต่างหาก

7. ทำให้เกิดรัฐบาลผสมที่อ่อนแอและตกอยู่ในวังวนของการแย่งชิง กดดัน ต่อรองตำแหน่ง และผลประโยชน์จนผู้นำรัฐบาลทนต่อแรงเสียดทานไม่ไหว ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นนายกฯ คนนอก หรือนายกฯ ที่เป็น ส.ส. ยิ่งถ้าเป็นนายกฯ คนนอกยิ่งจะโดนหนักจากพรรคร่วมรัฐบาล

8. ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอและแตกแยกจากปัจจัยที่นอกจากจะต้องเสนอชื่อนายกฯ ถึง 3 คน และแย่งกันอยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับต้นๆ แล้ว ยังทำให้ขาดแรงจูงใจและเกี่ยงงอนกัน หาคะแนนนิยมให้กับผู้สมัคร ส.ส. เขตของพรรคอีกด้วย

9. ขัดแย้งกับการโฆษณาชวนเชื่อของ กรธ. ที่ว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ส่งเสริมให้คนดี เข้าสู่สภา เพราะโอกาสของคนดีที่จะเข้าสู่สภาโดยผ่านทางบัญชีรายชื่อแทบจะเป็นศูนย์

10. เปิดช่องให้พรรคขนาดกลางเนื้อหอมจนบรรดานายทุนแย่งกันประมูลซื้อพรรค และเป็นนายทุนให้ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคเอาเงินไปซื้อเสียง

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News