รวบไอ้หื่น! ข่มขืน 2 ขวบ ชาวบ้านเห็นรุมประชาทัณฑ์ยับ

รวบ! หนุ่มใบ้วัย 23 ปี คนงานก่อสร้าง ข่มขืนเด็ก 2 ขวบ เพื่อนคนงานมาเห็นรุมประชาทัณฑ์ ก่อนนำส่งตำรวจ

วันนี้ 12 ก.พ. ตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา ควบคุมตัวนายวาที ไรสูงเนิน อายุ 23 ปี ซึ่งพิการเป็นใบ้ ภายในแคมป์คนงานก่อสร้างในวัดสนามไชย หมู่ 3 ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี หลังนายแมน (นามสมมติ) อายุ 47 ปี หัวหน้าคนงานก่อสร้าง และภรรยาพา ด.ญ.ยุ้ย (นามสมมติ) ลูกสาววัย 2 ขวบ 3 เดือน เข้าแจ้งความ

18

จากการสอบถาม นายแมน กล่าวว่า เมื่อช่วงค่ำพวกคนงานนั่งดื่มเหล้าอยู่ที่แคมป์ ซึ่งนายวาทีก็รวมอยู่ด้วย สักพักลูกสาวของตนที่วิ่งเล่นอยู่ได้หายตัวไป มีคนงานผ่านไปเห็นนายวาทีกำลังนอนค่อมตัวน้องยุ้ย ถอดกางเกงลงมาถึงหัวเข่า จึงได้กระโดดเตะและช่วยด.ญ.ยุ้ยออกมาได้ ก่อนแจ้งตำรวจมาควบคุมตัว ทั้งนี้ประมาณ 1 สัปดาห์ ที่ผ่านมา สังเกตเห็นอวัยวะเพศของน้องยุ้ยบวมแดง แต่ไม่คิดว่าเป็นอะไรมากจึงไม่ได้พาไปพบแพทย์

สำหรับนายวาที ตนช่วยเหลือให้มาทำงานด้วย 8 เดือนแล้ว เพราะสงสารเห็นเป็นใบ้เดินอยู่ริมถนน ซึ่งนายวาทีก็มาช่วยงานทั่วไปและชอบมาเล่นกับลูกสาว เมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา นายวาทีไปยืนสำเร็จความใคร่ที่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งจนถูกชาวบ้านและพนักงานรุมทำร้ายบาดเจ็บมา แต่ตนก็ไม่ได้เอะใจจนกระทั่งมาเกิดเรื่องขึ้น

ด้านเจ้าหน้าที่พยายามสื่อสารเพื่อสอบถามผู้ต้องหาแต่ก็ไม่รู้เรื่อง เนื่องจากยังอยู่ในอาการเมาและโวยวายตลอดเวลา ต้องควบคุมตัวไปสงบสติอารมณ์และประสานผู้เชี่ยวชาญภาษามือมาสอบสวนดำเนินคดี พร้อมจะส่งตัว ด.ญ.ยุ้ย ตรวจร่างกายและสอบ ป.วิอาญาต่อไป

ขอบคุณ เดลินิวส์

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ถึงจุดบอดหรือไม่ ? ‘โดนัทดัง’ ถูกโละทิ้งกองพะเนิน

Santa Monica, Ca - April 16, 2015. A box of Krispy Kreme doughnuts.

เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ ‘มิรเรอร์’ รายงานเรื่องราว กรณีที่มีผู้ถ่ายภาพโดนัท ยี่ห้อ ‘คริสปี้ ครีม’ ถูกนำมาใส่ถุงมาทิ้งขยะเป็นจำนวนมาก บริเวณอกสาขาในบริสตอล อังกฤษ เนื่องจากสินค้าเหล่านี้เหลือเพราะไม่สามารถขายออกไปได้ในเวลาที่กำหนด

ประเด็นครั้งนี้ ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ว่านี่ถึงจุดบอด ของขนมหวาน ที่ครั้งนึงเคยเฟื่องฟู ถึงขั้นที่ว่าครั้งหนึ่ง ‘คริสปี้ ครีม’ ที่เพิ่งจะมาเปิดสาขาในประเทศไทย ที่ห้างสรรพสินค้า สยาม พารากอน ได้มีผู้คนเป็นจำนวนมาก ไปยืนรอต่อคิวซื้อตั้งแต่ไก่โห่ก็ไม่ปาน

ภาพดังกล่าว ถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ จนกระทั่งมีคนบางกลุ่ม ออกมาแนะนำให้นำโดนัทที่เหลือจากการขายเหล่านี้ ไปบริจาคให้ผู้ยากไร้ ดีกว่าที่จะนำมาทิ้งอย่างเปล่าประโยชน์ เพราะสามารถแก้ปัญหาได้ถึงสองทาง ทั้งการกำจัดขยะ และทำให้คนจนได้อิ่มท้อง

ส่วนสาเหตุที่ต้องนำเอาโดนัทเหล่านี้ มาทิ้ง เพราะหากโดนัทที่นำออกมาวางจำหน่าย ขายไม่ได้ภายใน 24 ช.ม. จะต้องทิ้งเพื่อรักษาคุณภาพของอาหาร ซึ่งทาง ‘คริสปี้ ครีม’ พูดถึงกฎข้อนี้ว่า โดนัทที่ผลิต จะมีความสดใหม่ทุกวัน

โดยหลังจากเสียงวิจารณ์ออกมา ทางบริษัทได้ออกมาชี้แจงความจริงว่า โดยทั่วไป ของเหลือจากการขาย จะถูกส่งไปยังกระบวนการรีไซเคิล แต่เหตุเนื่องจากความขัดข้องบางประการ ทำให้โดนัทที่ปรากฏในภาพ ถูกทิ้งกองไว้อยู่อย่างนั้น

แต่อย่างไรก็ตาม การรักษาคุณภาพสินค้า โดยเฉพาะอาหาร เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งในกรณีนี้มีมุมมองถึง 2 ด้าน คือข้อดีของบริษัท ที่เคร่งครัดในการรักษาคุณภาพของสินค้าอย่างมาก เพื่อความมั่นใจของผู้บริโภคนั่นเอง

แปลและเรียบเรียงโดย MThai News

ที่มา mirror

เตรียม! เวนคืนที่ พระราม3-วงแหวนตะวันตก ลุยสร้างทางด่วน

กทพ.เตรียมเวรคืน พระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนตะวันตก สร้างทางด่วนแก้ปัญหารถติด 

พลเอกวิวรรธน์ สุชาติ ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยว่า เนื่องจากปัญหาการจราจรติดขัดบนทางด่วนบูรพาวิถี, สะพานพระราม 9, ทางด่วนขั้นที่ 1 และถนนพระราม 2 กทพ.จึงเร่งแก้ปัญหาโดยการออกแบบรายละเอียดโครงการทางด่วนสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกตะวันตก ช่วยลดปัญหาจราจร

41618

ภาพประกอบข่าว

แนวเส้นทางเริ่มต้นที่ กม.10+700 ถนนพระราม 2 เป็นทางยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร สร้างซ้อนทับตามแนวถนนพระราม 2 จนถึงดาวคะนอง จากนั้นซ้อนทับบนทางด่วนขั้นที่1จนถึงพระราม3ใกล้แยกต่างระดับบางโคล่ และบรรจบกับทางด่วนขั้นที่ 1 และ 2 จุดสิ้นสุดโครงการ โดยช่วงข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาจะสร้างสะพานใหม่ขนานกับสะพานพระราม 9 ขนาด 8 ช่องจราจร

ขณะนี้ ใช้เงินลงทุนประมาณ 27,000-30,000 ล้านบาท แยกเป็นค่าเวนคืนที่ดิน 2,200 ล้านบาท ที่เหลือเป็นค่าก่อสร้าง ตามแผนซึ่งจะเริ่มเวนคืนและก่อสร้างปี 2560 ใช้เวลาเวนคืน 18 เดือน ตั้งแต่มิถุนายน 2560-พฤศจิกายน 2561 ส่วนการก่อสร้างใช้เวลา 39 เดือน เริ่มจากเดือนพฤษภาคม 2560-กรกฎาคม 2563

สำหรับโครงการ อยู่ระหว่างพิจารณารายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) คาดว่าคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมจะมีการพิจารณาเดือนกุมภาพันธ์นี้ และระหว่างนี้ กทพ.จะทำงานคู่ขนานกันเพื่อให้โครงการได้รับการอนุมัติภายในปีนี้ โดยจะหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)

ซึ่งสรุปรูปแบบการลงทุน มี 3 ทางเลือก คือ 1.ใช้เงินกู้ 2.ระดมจากกองทุนโครงสร้างพื้นฐานหรืออินฟราสตรักเจอร์ฟันด์ และ 3.ให้เอกชนร่วมลงทุน PPP โดยให้สัมปทาน ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงแหล่งเงินก่อสร้างมาจากกองทุนอินฟราสตรักเจอร์ฟันด์ เพราะช่วยลดเพดานหนี้สาธารณะของประเทศ และ กทพ.เป็นเจ้าของโครงการและเก็บค่าผ่านทางได้ 100%

ขอบคุณข้อมูล  ประชาชาติธุรกิจ

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News