เช็คสิทธิพิเศษสำหรับผู้บริจาคโลหิต เกิน 24 ครั้ง รักษาฟรี !

รู้หรือไม่ ? บริจาคเลือดเกิน 24 ครั้ง ได้สิทธิรักษาฟรีแบบข้าราชการ

วันนี้ (9 ก.พ. 59) โลกออนไลน์กำลังเกิดกระแสการแชร์ส่งต่อเรื่องราวดี ๆ หลังผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ Tiger Choom ได้โพสต์ข้อความถึงการบริจาคโลหิต เกิน 24 ครั้ง จะได้รับสิทธิรักษาฟรี เหมือนพวกข้าราชการ ซึ่งสร้างความฮือฮาในกับชาวเน็ตเป็นอย่างมาก เปรียบเสมือนความรู้ใหม่ที่เกี่ยวกับสิทธิของตัวเอง โดยเฉพาะคนที่บริจาคเลือดเป็นประจำ

โดยเจ้าของโพสต์ระบุว่า…

“ทั้งหมอ พยาบาล และ จนท. ไม่รู้ว่ามีสิทธินี้ด้วย ต้องประชาสัมพันธ์ให้คนบริจาคเลือดเยอะ ๆ เกิน 24 ครั้ง คุณก็จะได้สิทธิการรักษาพยาบาลเช่นเดียวกับข้าราชการ (ง่าย ๆ คือแทบไม่ต้องจ่ายอะไรเลย ยกเว้นส่วนเกินค่าห้องพิเศษเท่านั้น)”

นอกจากนี้ ยังมีผู้เข้ามาชี้แจงถึงสิทธิพิเศษสำหรับผู้บริจาคโลหิต โดยเฉลี่ยตั้งแต่ 7 ครั้งขึ้นไป ดังนี้

1. ผู้บริจาคโลหิต 7 ครั้งขึ้นไป เป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาลสังกัดสภากาชาดไทย ได้แก่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา เสียค่ารักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยสามัญ ถ้าอยู่ห้องพิเศษ ผ่าตัด ผ่าตัดคลอดบุตร จะเสียเพียงกึ่งหนึ่งของอัตราที่กำหนด

2.ผู้บริจาคโลหิต 24 ครั้งขึ้นไป เป็นผู้ป่วยใน ของโรงพยาบาลสังกัดสภากาชาดไทย ได้แก่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ได้รับการยกเว้นเฉพาะค่ารักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยสามัญ ถ้าอยู่ห้องพิเศษ ผ่าตัด  ผ่าตัดคลอดบุตร จะเสียเพียงร้อยละ 50 ของอัตราที่กำหนด

3.ผู้บริจาคโลหิตตั้งแต่ 18 ครั้งขึ้นไป อาศัยอำนาจจากกระทรวงสาธารณสุข ตามความในประเภท ข. ที่มีหนังสือรับรองจากสภากาชาดไทยว่าได้บริจาคโลหิตตั้งแต่ 18 ครั้งขึ้นไป ได้รับการช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล และถ้าอยู่ห้องพิเศษ ได้รับความช่วยเหลือค่าห้องและค่าอาหารเพียงร้อยละ 50 ของอัตราที่กำหนดไว้

4.ผู้บริจาคโลหิตตั้งแต่ 7 ครั้งขึ้นไป อาศัยอำนาจจากกระทรวงสาธารณสุข ตามความในประเภท ค. ที่มีหนังสือรับรองจากสภากาชาดไทยว่าได้บริจาคโลหิตตั้งแต่ 7 ครั้งขึ้นไป ได้รับการช่วยเหลือเฉพาะค่าห้องพิเศษและค่าอาหารพิเศษไม่เกินสิทธิอันพึงเบิกได้จากหน่วยงานต้นสังกัดก่อน ส่วนที่เกินสิทธิให้เรียกเก็บเพียงร้อยละ 50 สำหรับผู้ไม่มีสิทธิ ได้รับความช่วยเหลือเพียงร้อยละ 50 ของอัตราที่กำหนดไว้

สิทธินี้จะใช้ได้เฉพาะผู้ที่ไม่มีสิทธิอย่างอื่น เช่น ประกันสังคม หรือข้าราชการ และจะใช้ได้เฉพาะผู้ป่วยใน เมื่อได้ห้องเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้ว โดยให้ญาตินำบัตรประจำตัวของผู้บริจาคโลหิต ขอหนังสือรับรองผู้บริจาคโลหิตได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ เพื่อนำไปลดหย่อนการรักษาพยาบาลเป็นครั้ง ๆ ไป สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2263 9600 ต่อ 1813

ขอบคุณข้อมูล Tiger Choom / http://www.redcross.or.th/forum/12206

MThai News

สังคมเสื่อม! นักเรียนสาวเต็มใจปล่อยคลิปโป๊ อ้างอยากดัง

สังคมเสื่อม! นักเรียนสาวเต็มใจปล่อยคลิปโป๊ อ้างอยากดัง

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ เมื่อมีการแชร์ภาพของสมาชิกเฟซบุ๊กท่านหนึ่งที่ใช้รูปประจำตัวเป็นรูปเด็กนักเรียน พร้อมกับโพสต์คลิปกำลังทำออรัลเซ็กส์โชว์ โดยเจ้าตัวเผยว่าที่เอาคลิปมาลงไม่ได้ต้องการจะประจานตัวเอง แต่เป็นเพราะอยากดังเอง และอยากโชว์ ซึ่งตนไม่ได้อ้อนวอนให้ใครมากดไลค์หรือกดแชร์แต่คนอื่นเข้ามากดเองทั้งนั้น

12669706_1705342649707226_190270065014256940_n

โดยหลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์ ได้มีชาวสังคมออนไลน์จำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความไม่เหมาะสม ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่นานเพิ่งจะมีกรณีวัยรุ่นเต็มใจโพสต์คลิปตัวเองมีเพศสัมพันธ์กับแฟนโชว์บนโลกออนไลน์ด้วย

ส่วนหนึ่งมองว่าเป็นค่านิยมที่ผิดของเด็กสมัยใหม่ที่ต้องการดังบนโลกออนไลน์และอยากเป็นเน็ตไอดอลด้วยวิธีที่ผิดๆ อยากให้ทางผู้ปกครองช่วยสั่งสอนเพื่อปรับทัศนคติและอยากให้ได้รับทราบพฤติกรรมเพื่อนำไปแก้ไขปรับปรุงตัวด่วนๆ

ดราม่า! มอไซค์ขายของข้างทาง โดน ตร.ล็อคล้อ-ปรับ 500 บ.

ดราม่า! มอไซค์ขายของข้างทาง โดน ตร.ล็อคล้อ-ปรับ500บ.

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ เมื่อสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Sudarat Buasee ได้โพสต์ภาพคุณลุงท่านหนึ่งจอดรถจักรยานยนต์ขายอาหารข้างทาง แต่สุดท้ายโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจล็อคล้อรถและแจกใบสั่งปรับเป็นจำนวนเงิน 500 บาท โดยเจ้าของภาพได้บรรยายว่า

12715769_1859955097458485_2430207503330138284_n

“ ไม่เข้าใจคนทำมาหากินหรือ  ถ้าเป็นพ่อแม่ตัวเองจะทำอย่างไร ให้มาได้ใบสั่ง 500 บาท ขายวันหนึ่งยังไม่ถึงเลย  ไม่คิดจะสงสารคนไทยด้วยกันเลยหรือ แค่จอดขายของ จะโดนเรื่องอะไรกันแน่ใบขับขี่หรือห้ามขาย กระเป๋าเงินลุงก็หายทำบัตรประชาชนใหม่ยังไม่ได้ไปทำใบขับขี่แค่นี้เอง ‪#‎เคยฟังเหตุผลก็บางไหมเข้าใจคนจนบ้างสิ “

โดยหลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์ได้มีชาวสังคมออนไลน์เข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยแบ่งเป็นสองฝ่าย ซึ่งกลุ่มหนึ่งมองว่าคุณลุงละเมิดกฎหมายจริง เพราะพื้นที่บริเวณดังกล่าวห้ามขายของ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจน่าจะทำแค่ตักเตือนและควรให้โอกาสคนทำมาหากินด้วย

ส่วนอีกฝ่ายกลับมองว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทำหน้าที่ได้ถูกต้องสมบูรณ์ดีแล้ว หากละเลยไปคุณลุงก็จะกลับมาทำเหมือนเดิมอีก จึงเห็นสมควรที่ยึดกฎหมายโดยไม่ต้องผ่อนปรน

ที่มา สมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Sudarat Buasee

12661917_1859955127458482_6506272429997150607_n

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News