จวกยับ! คลิปหญิงโหดตีสุนัขร้องลั่นซอย เหตุอึไม่เป็นที่

ชาวเน็ตจวกยับ! คลิปหญิงทำร้ายสุนัขหน้าบ้าน จนร้องลั่นซอย เหตุ อึ-ฉี่ ไม่เป็นที่

วันนี้ (8 ก.พ. 59) โลกออนไลน์กำลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังมีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ Noi Sukanya Slater ได้โพสต์คลิปความยาวประมาณ 1 นาที ไปยังเพจ WATCHDOG THAILAND โดยเผยให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่หญิงรายหนึ่งกำลังตีสุนัขอย่างแรง บริเวณหน้าบ้าน จนสุนัขตัวดังกล่าวร้องด้วยความเจ็บปวด

ScreenHunter_119 Feb. 08 18.58

โดยเจ้าของโพสต์ได้ระบุข้อความว่า…

สงสารจับใจ ในคลิปเป็นเพื่อนบ้านแอบถ่ายไว้บอกว่ามันทำอย่างนี้กับหมาทุกวันจนคนแถวนั้นเขาสาปเขาแช่ง เพียงเพราะน้องหมาถ่ายไม่เป็นที่ นางปล่อยออกมานอกบ้าน น้องหมาจึงมาถ่ายหน้าบ้าน มันเลยรำคาญเพราะไม่ชอบทำความสะอาดหน้าบ้าน และก็ตีแรง ๆ จนน้องร้องเสียงหลง

จริง ๆ ควรฝึกเขานะ ในเมื่อเราเลี้ยงเขาแล้ว ทำไมทำร้ายแบบนี้ คนที่แอบถ่ายบอกว่าได้ยินเสียงสุนัขร้องทุกวันก็ทรมานใจ เตือนแล้วก็โดนเหวี่ยง จึงอัดคลิปมาลงเลย เห้อ ไม่พร้อมจะเลี้ยงทำไมว่ะ เลวจริง ๆ สงสารน้องหมา

ทั้งนี้ หลังจากเรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างมากมาย โดยส่วนใหญ่สงสารน้องหมาที่ต้องมาโดนตีเช่นนี้ทุกวัน ซึ่งในเวลาต่อมาทางเพจ WATCHDOG THAILAND ได้ออกมาชี้แจงว่า คลิปดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นที่ประเทศไทย และหญิงที่อยู่ในคลิปก็ได้ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว 

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ Noi Sukanya Slater / WATCHDOG THAILAND

MThai News

วิจารณ์ยับ ม.ดัง สวมมงกุฎให้บัณฑิตซ้อมรับปริญญา

กลายเป็นกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ เมื่อมีการแชร์ภาพมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งมีสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยเป็นมงกุฎ ได้ให้บัณทิตสวมมงกุฎในพิธีซ้อมรับปริญญา

โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กท่านหนึ่งได้โพสต์ภาพบัณฑิตจำนวนมาก สวมมงกุฎภายใต้ชุดครุยรับปริญญา พร้อมข้อความว่า “เพื่อนอาจารย์(ระดับคณบดี) ส่งภาพมาให้ครับ เทรนด์ใหม่ในการรับปริญญา รับกันไปที่สวนอัมพร เห็นแล้วอึ้ง…ยังกะนางงามรับมง(กุฏ) เสียดาย…ขาดสายสะพาย”

dm2 (1)

หลังจากที่ภาพดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก ส่วนใหญ่มองว่าอาจจะไม่เหมาะสม เพราะไม่ควรสวมอะไรเหนือชุดรับปริญญา ขณะที่บางส่วนก็แสดงความเห็นว่าเป็นความคิดสร้างสรรค์และคิดนอกกรอบ ต่อมาได้มีผู้เข้ามาชี้แจงว่า ภาพดังกล่าวเป็นวันซ้อมย่อย เพื่อให้บัณทิตถ่ายรูปออกมาสวยๆ แต่วันจริงจะไม่มีการสวมมงกุฎ เพราะเป็นการรับพระราชทานปริญญาบัตร

ขณะที่อาจารย์จากมหาวิทยาลัยดังกล่าวก็ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า ภาพที่บัณฑิตสวมมงกฎพร้อมชุดครุยยืนถ่ายรูปนั้น เป็นภาพในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ที่ผ่านมา ณ สวมอัมพร พระราชวังดุสิต

“ภาพที่ออกมาที่นักศึกษาสวมมงกุฎที่ทำจากกระดาษนั้น เป็นช่วงที่ให้นักศึกษาถ่ายภาพหมู่บนแสตนด์เท่านั้น โดยภาพหมู่บนแสตนด์จะมี 2 แบบคือแบบสวมมงกุฎ และแบบปกติ ไม่มีการสวมมงกุฎกระดาษเข้าไปในพิธี ทั้งช่วงซ้อมและช่วงรับจริงเลย

โดยทางมหาวิทยาลัยได้จัดทำมงกุฎกระดาษขึ้นแจกให้กับบัณฑิตและญาติของบัณฑิตผู้ที่มาร่วมงานด้วย จุดประสงค์เพื่อใช้แทนมงกุฎดอกไม้ที่ใส่เพื่อประดับความสวยงาม เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย ส่วนที่มีภาพหนึ่ง ที่ท่านอธิการบดีได้ครอบมงกุฎบนศีรษะนั้น เป็นการครอบเฉยๆ ในช่วงพิธีเช้า ไม่ได้เป็นการสวมแต่อย่างใด อีกทั้งเพื่อเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าจบจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้”

พท.สอนมวยนายกฯเลิกโบ้ยแม้วแล้วจะรู้ประเทศถอยหลังเพราะ?

เพื่อไทย สอนมวย นายกฯ เรียนผูกก็ต้องเรียนแก้ ซัด เลิกโบ้ย “ทักษิณ” แล้วจะรู้ว่าประเทศถอยหลังเพราะ? 

วันที่ 8 ก.พ.59 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสบแห่งชาติ (คสช.) เปิดใจ หลังอารมณ์ฉุนเฉียวใส่สื่อฯเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบุ “คนแดนไกล” ตัวการบิดเบือนทำประเทศไทยเสียหายว่า

Party to Thailand

ถือเป็นสิทธิ์ที่ท่านจะวิพากษ์วิจารณ์ใคร และก็เป็นสิทธิ์หากใครจะวิพากษ์วิจารณ์ท่านเพราะท่านเป็นบุคคลสาธารณะ ปัญหาทุกอย่างที่รุมเร้าท่าน คงไม่สามารถไปโทษคนเพียงคนเดียวได้ มันสะท้อนผ่านตัวเลขการลงทุนจากต่างประเทศที่ลดลงไป 78%

ธนาคารโลกออกมาระบุ ความไม่มีเสถียรภาพของรัฐบาล คือ สิ่งที่นักลงทุนกลัว โดยเฉพาะเรื่องการปฏิวัติ เป็นสิ่งที่นักลงทุนกลัวมาก ซึ่งจะเชื่อมโยงกับการขาดเสถียรภาพทางด้านนโยบายการลงทุน และยังได้คาดการณ์การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2559

โดยชี้ว่า ไทยจะมีอัตราการเจริญเติบโตของจีดีพีต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยอยู่ที่ร้อยละ 2 เท่านั้น ต่ำกว่าปี 2558 ถึงร้อยละ 20

แม้จะเห็นใจท่านผู้นำที่ปัญหาทุกด้านรุมเร้า แต่ในเมื่อท่านขันอาสา ทำปฏิวัติรัฐประหารเข้ามาแก้ไขปัญหา ท่านก็ต้องเดินหน้าแก้ปัญหาไป ไม่ใช่เดินหน้ากล่าวโทษดร.ทักษิณ ชินวัตร ท่านต้องก้าวให้ข้าม และทำความเข้าใจว่า ปัญหาทุกเรื่องไม่ได้จบหรือลดลงจากการโทษ ดร.ทักษิณ

ประชาชนรับรู้ได้ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้ ไม่ได้เกิดจาก ดร.ทักษิณ ที่ออกจากเมืองไทยไปเป็นสิบปี แต่ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากการที่บ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่มีการเลือกตั้ง ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน จนประชาคมโลกกดดัน

ท่านผู้นำเรียนผูก ก็ต้องเรียนแก้ และก็ต้องสร้างความเชื่อ คนทุกคนรักบ้านเมือง รักประเทศชาติ ไม่มีใครต้องการเห็นประเทศเสียหาย อย่าผูกขาดความรักชาติไว้เพียงคนเดียว กลุ่มเดียว แล้วผลักฝ่ายเห็นต่างเป็นศัตรูไปหมด

ที่มา ptp.

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News