ผอ.โรงงานยาสูบ คาดยอดขายบุหรี่ลดลง 1 พันล้านบาท/เดือน หลังขึ้นภาษี เล็งออกตัวใหม่ราคา 40 บาท
วันนี้ (26 ก.พ. 59) น.ส.ดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ (รยส.) เผยจากกรณีที่เมื่อต้นเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ปรับขึ้นภาษีบุหรี่ส่งผลให้ราคาบุหรี่ที่ขายในประเทศปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งคาดว่าน่าจะหดตัวประมาณ 10% หรือมีรายได้ลดลงประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อเดือน

เนื่องจากพบภายในกลุ่มผู้ค้าและเอเยนต์บางส่วนได้มีการคาดการณ์ว่าบุหรี่จะปรับขึ้นราคาในช่วงเวลาดังกล่าว ทำให้มีการสต๊อกบุหรี่ไว้เป็นจำนวนมาก เมื่อบุหรี่มีการปรับขึ้นราคาแล้วจึงจำเป็นต้องรีบระบายสต๊อกเก่าออกมา ปริมาณการซื้อบุหรี่จาก รยส.ในช่วงนี้จึงลดลงมากเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา และถือเป็นเรื่องปกติของการปรับขึ้นราคาบุหรี่ทุกครั้ง เพราะทำให้ภาพรวมของตลาดจะเกิดการชะงักงัน หรือภาวะตลาดช็อก ซึ่งจะส่งผลให้ยอดขายบุหรี่ตกไปประมาณ 2-3 เดือน แล้วหลังจากนั้นคาดว่าจะกลับมาเป็นปกติ
นอกจากนี้ การที่ราคาบุหรี่ปรับตัวสูงขึ้น ได้ส่งผลกระทบให้ผู้บริโภคที่มีรายได้น้อย ไม่มีกำลังในการซื้อบุหรี่แบบซองมาสูบได้ เพราะบุหรี่ที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบันราคาสูงเกินไป จึงหันไปนิยมซื้อยาเส้นแบบม้วนเองมาสูบแทน โรงงานยาสูบจึงเตรียมออกบุหรี่ยี่ห้อใหม่ในเดือน เม.ย. นี้ ในขนาดประมาณ 7.1 มิลลิเมตร (มม.) ซึ่งเป็นขนาดที่เล็กกว่ารุ่นปกติที่มีขนาดประมาณ 7.7 มม. ราคาจำหน่ายประมาณ 40 บาทต่อซอง เพื่อเจาะตลาดผู้บริโภคที่มีรายได้น้อย ให้สามารถซื้อบุหรี่ซองมาสูบได้
ขอบคุณข้อมูล ประชาชาติธุรกิจ
MThai News


