แม่ร้องขอความเป็นธรรม ลูกเป็นทหารยศสิบโท นอนหนาวตายในห้องขังหลังถูกจับ
วันนี้ (26ก.พ.) เป็นเรื่อราวที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ให้ความสนใจ และพากันวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังสมาชิกเฟซบุ๊ก คราศรี ลอยทอง ได้มีการโพสต์ภาพและข้อความ ร้องขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัวของ สิบโท กิตติกร สุธีพันธุ์
ซึ่งทางผู้โพสต์ระบุว่า สิบโท กิตติกรเสียชีวิต หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุรินทร์ จับกุมในคดีข้อหาให้ที่พำนัก ซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใดให้ผู้ที่หลบหนีจากการคุมขังตามอำนาจของศาลเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ซึ่งผู้ตายได้ถูกควบคุมตัวไว้ที่ ค่ายมณฑลทหารบกที่ ๒๕ ค่ายวีระวัฒน์โยธินจังหวัดสุรินทร์ และเมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2559 เวลา 09.00น. เจ้าหน้าที่ทหารได้มีการแจ้งให้มารดาทราบว่าสิบโทกิตติกร สุธีพันธ์ได้นอนหนาวตายในห้องขัง

ผู้โพสต์ระบุรายละเอียดเรื่องราวไว้ดังนี้
นี่ยิ่งต้องแชร์ เพื่อสร้างพลังแห่งความถูกต้องเที่ยงธรรมให้เกิดในสังคมเมืองไทย ลำดับเหตุการณ์ข่าวที่สิบโททหาร ถูกซ้อมจนตาย ที่เรือนจำมลฑลทหารบกที่ ๒๕
ไหน ๆ ก็โดนทหารขู่ ทั้งที่ทำหน้าที่สื่อ และหน้าที่ทนายความ ผู้รักความถูกต้องความเป็นธรรม ให้ความรู้ด้านกฎหมายให้แก่ประชาชนช่วยเหลือประชาชนด้านกฎหมายตามความตั้งใจที่เลือกเรียนด้านกฎหมายตั้งแต่สมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง จนมาประกอบอาชีพทนายความ ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก
ย้อนไปเมื่อประมาณ ปี 2536 ก็เคยโดนมาแล้ว แต่ครั้งนั้นเป็นตำรวจและเคยโดนทำร้ายด้วย เพราะได้นำเสนอเรื่องคนในเครื่องแบบทำไม่ถูกต้อง โดยนำเสนอทางรายการวิทยุ ทาง อสมท.สุรินทร์ 99.75MHz และครั้งนี้ ก็เริ่มจากจัดรายการ ที่ 94 MHz เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา ในรายการกฎหมายชาวบ้าน มีพลเมืองดี ส่งภาพ ทหารถูกทำร้ายจนตายที่เรือนจำมลฑลทหารบกที่๒๕ เขาสันนิษฐานว่าน่าจะถูกผู้ควบคุมดูแลกระทำ และอยากให้ช่วยนำเสนอข่าว เพื่อเรียกร้องความถูกต้องเป็นธรรมให้ผู้ตายครอบครัวผู้ตาย เพราะเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง

ผมพูดในรายการกฎหมายชาวบ้าน บรรยายภาพ อ่านรายละเอียด ของคนตาย ถูกคุมขังด้วยข้อหาอะไรอย่างไร และหลังจากนั้น เช้าวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 ก็นำเรื่องดังกล่าว มาอ่านในรายการ ”ทันสถานการณ์ข่าว” ทางวิทยุวีอาร์กู้ชีพ 104 MHz ในเวลา08.00-09.00น. และมีการนำรายละเอียดภาพข่าว ลงในเฟซบุ๊ก คราศรี ลอยทอง ด้วย ซึ่งผมจะสรุปข่าวเด่น ลงเป็นประจำแต่ละวันและนำไปอ่านไปเล่าออกอากาศ
ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนา จะกระทำให้หน่วยงาน มลฑลทหารบกที่ ๒๕ เสียหาย หากแต่มุ่งหวังให้หน่วยงานนี้ ดำเนินการเอากับผู้กระทำผิดตามกฎหมาย เพราะผู้กระทำผิดทำผิดเป็นการส่วนตัว แต่ผลของการกระทำ มันทำให้ภาพพจน์หน่วยงานเสียหาย ภาพพจน์ทหารเสียหาย ทำให้เกียรติยศศักดิ์ศรีหน่วยงานกองทัพบกเสียหาย ทหารคือรั้วของชาติ คือผู้ปกป้องเอกราชของชาติและประชาชน ทหารย่อมไม่ทำให้ชาติประชาชนเดือดร้อน ยิ่งทหารด้วยกัน ยิ่งต้องดูแลกัน นี่คือความตั้งใจที่ผมนำมานำเสนอ

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2559 เวลา 15.30 น. สิบโท กิตติกร สุธีพันธุ์ (ผู้ตาย) ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุรินทร์ นำหมายจับของศาลจังหวัดทหารบกสุรินทร์ที่ ๑๔/๒๕๕๘ คำร้องขอออกหมายจับที่ จ.๑๑/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๘ ถูกจับในคดีข้อหาให้ที่พำนัก ซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใดให้ผู้ที่หลบหนีจากการคุมขังตามอำนาจของศาลเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม
และได้ถูกนำตัวไปควบคุมที่ค่ายมณฑลทหารบกที่ ๒๕ ค่ายวีระวัฒน์โยธินจังหวัดสุรินทร์ ในระหว่างที่ถูกคุมขังได้เสียชีวิตลง เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2559 เวลา 09.00 น. โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารได้มีการแจ้งให้มารดาทราบว่าสิบโทกิตติกร สุธีพันธ์ได้นอนหนาวตายในห้องขัง ซึ่งสร้างความฉงนและสงสัยให้กับมารดาและญาติถึงสาเหตุการตายเป็นอย่างมาก
ผู้ต้องหายศสิบโทคนนี้ เป็นเพียงผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด ซึ่งตามกฎหมาย ตราบใดที่ยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเขาเป็นผู้กระทำผิด ต้องปฏิบัติต่อเขาเหมือนเขาเป็นผู้บริสุทธิ์มีสิทธิต่าง ๆ ในฐานะผู้ต้องหา ที่จะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธต่อสู้คดี ขอประกันตัวและมีสิทธิที่จะขอให้มีทนายความที่ปรึกษากฎหมาย หรือมีสิทธิที่จะได้รับการเยี่ยมจากญาติพี่น้องครอบครัว เหมือนผู้ต้องหาทั่วไป การกลับว่าไม่ใช่ มันแปลกมากและเป็นการกรทำที่ทำให้ภาพพจน์ของกองทัพเสียหายมาก
ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องที่มีคำสั่งจากระดับผู้บริหารหน่วยงานของมลฑลอย่างแน่นอน หากน่าจะเป็นการกระทำโดยพละการของตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องมากกว่า เรื่องนี้มารดาและน้าของคนตายแจ้งว่า โดยก่อนหน้านี้ได้พยายามขอประกันตัวและขอเข้าเยี่ยมแต่กลับถูกทางทางทหารค่ายวีระวัฒน์โยธินกีดกัน บอกเพียงว่าทางผู้ใหญ่สั่งไม่ให้ประกันและไม่ให้เข้าเยี่ยมผู้ต้องหา
จนกระทั่งลูกชายเสียชีวิตจากนั้นได้เดินทางไปรับศพ กลับพบร่องรอยตามร่างกายมีร่องรอยถูกทำร้ายมีรอยพกช้ำที่คอใบหน้าบวมอย่างเห็นได้ชัด ยังพบว่าเสื้อที่ใส่ในครั้งแรกของผู้เสียชีวิตจะมีชื่อและต้นสังกัด ร.23 แต่หลังเสียชีวิตมีชื่อของทหารอีกคนและสังกัดกองทัพบก ซึ่งเรื่องนี้ทางญาติมองว่าน่าจะเป็นการจัดฉาก เพราะเสื้อที่ใส่อยู่ก่อนตายคงมีคราบเลือดของผู้เสียชีวิตอยู่ ซึ่งขัดแย้งกับที่เจ้าหน้าที่ทหารที่โทรไปบอกว่านอนหนาวตาย
ในชั้นแรกทางค่ายวีระวัฒน์โยธินขอให้หมอของทางค่ายทหารเป็นผู้ผ่าศพพิสูจน์แต่ทางตนเห็นว่าเรื่องนี้มีพิรุธและมีเงื่อนงำหลายอย่างจึงขอให้มีการนำศพของลูกชายไปชันสูตรที่โรงพยาบาลจังหวัดสุรินทร์ ระหว่างนั้นทราบว่ามีบุคคลลึกลับได้โทรมาขมขู่แพทย์ที่ผ่าพิสูจน์ จนต้องทำเรื่องขอลาพักร้อนเพื่อเขียนรายงานในเรื่องการเสียชีวิต ซึ่งจะทราบผลในวันที่ 29 ก.พ. 59 นี้
ซึ่งเรื่องดังกล่าวถูกปกปิดเงียบ หลังมีการนำเสนอข่าวทางวิทยุโดยทนายฝีปากกล้า คราศรี ลอยทอง ได้ถูกโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ได้ถูกโทรศัพท์ลึกลับข่มขู่โดยอ้างว่าเป็นนายทหารยศพันโทและเป็นญาติกับผู้เสียชีวิตการนำเสนอข่าวแบบนี้ทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งหลังจากทนายคนดังได้มีการเช็คเบอร์โทรศัพท์ก็พบว่า ทางทหารผู้เสียชีวิตไม่มีญาติเป็นนายทหารยิ่งทำให้คดีนี้พบพิรุธมากขึ้นไปอีกและมาดูจากรายงานของผู้สื่อข่าว
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสอบถาม พอ.ปรีดา พวงราช รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๒๕ ถึงสาเหตุการเสียชีวิตของสิบโท กิตติกร สุธีพันธุ์ โดยพอ.ปรีดา กล่าวเพียงว่า ตนเองไม่อยากจะให้นำข่าวออกไปเผยแพร่ แต่พอทราบแล้วว่าการเสียชีวิตในครั้งนี้ว่า เกิดจากสาเหตุอะไรตนเองจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายไม่ว่ากรณีใด ๆ ต้องรอผลพิสูจน์ของแพทย์อีกครั้งหนึ่ง
อ่านเรื่องราวทั้งหมดได้ที่ >>> ลำดับเหตุการณ์ข่าวที่สิบโททหาร ถูกซ้อมจนตาย
MThai News
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก สมาชิกเฟซบุ๊ก คราศรี ลอยทอง , AECTIMESNEWS