เข้าใจอย่างง่าย! กรอบประชามติร่างรัฐธรรมนูญ สู่การเลือกตั้ง

เผยกรอบระยะเวลาและกิจกรรมดำเนินการออกเสียง “ประชามติ”“ร่างรัฐธรรมนูญ” สู่ การเลือกตั้ง 
ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2558 มาตรา 39/1 บัญญัติให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง และ
เมื่อร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วให้แจ้งคณะรัฐมนตรีทราบและให้คณะรัฐมนตรีแจ้งคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบโดยเร็ว โดยให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งในการดำเนินการจัดให้มีการออกเสียงประชามติ
เส้นทางสู่ “ประชามติ” (ROAD TO REFERENDUM: R2R) โดย สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จึงมีดังนี้
– วันที่ 29 มกราคม 2559 คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. เผยแพร่ร่าง รัฐธรรมนูญ ฉบับแรก
– วันที่ 16 กุมภาพันธ์ – 20 มีนาคม 2559 กรธ. ปรับปรุงร่าง รธน. ตามข้อเสนอแนะ
– 29 มีนาคม 2559 ร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ
– 30 มีนาคม 2559 กรธ. ส่งร่าง รธน. ให้ ครม.
– อาทิตย์แรกของเดือน เมษายน 2559 ครม. แจ้ง กกต. เพื่อดำเนินการจัดออกเสียงประชามติ
– วันที่ 8 เมษายน 2559 เริ่มพิมพ์ร่าง รธน. และสรุปสาระสำคัญ
– วันที่ 11 เมษายน 2559 สนง.กกต. เปิดศูนย์เตรียมการจัดออกเสียงประชามติ
– วันที่ 27 เมษายน 2559 เริ่มส่ง ร่าง รธน. แก่ครัวเรือน
– อาทิตย์แรกของเดือน พฤษภาคม 2559 จนถึงวันก่อนออกเสียง กกต. ดำเนินการจัดให้มีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ร่าง รธน. และจัดสรรเวลาออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานวิทยุโทรทัศน์โดยเท่าเทียมกัน
– วันที่ 20 มิถุนายน 2559 ส่งร่าง รธน. ครม. 60 % ของครัวเรือน
– วันที่ 21 มิถุนายน 2559 กกต. ประชุมพิจารณากำหนดวันออกเสียง
– วันที่ 22 มิถุนายน 2559 กกต. ประกาศวันออกเสียงประชามติ ในวันที่ 31 กรกฏาคม 2559
ทั้งนี้ ก่อนออกเสียง 15 วัน กกต. จะจัดส่งเอกสารประชาสัมพันธ์รูปแบบ ขั้นตอนการออกเสียงให้ครัวเรือน และรณรงค์ให้ประชาชนศึกษาสาระสำคัญของร่าง รธน. เพื่อการใช้สิทธิที่มีคุณภาพ

 referendum mthai

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

‘หุ้นไทย’ ทรุดปิดลบกว่า 12จุด หลัง ราคาน้ำมันกดดันกลุ่มพลังงาน

ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดที่ 1,285.30 จุด ลดลง 12.04 หรือ (-0.93%) มูลค่าการซื้อขายรวม 45,476.61 ล้านบาท

สำหรับ 5 อันดับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด ได้แก่

ADVANC ปิดที่ 168.50 -1.00 เปลี่ยนแปลง (-0.59%)

CPALL ปิดที่ 42.00 +1.75 เปลี่ยนแปลง (+4.35%)

DTAC ปิดที่ 35.50 +3.00 เปลี่ยนแปลง (+9.23%)

SCC ปิดที่ 410.00 -16.00 เปลี่ยนแปลง (-3.76%)

PTT ปิดที่ 232.00 -8.00 เปลี่ยนแปลง (-3.33%)

นายยศพณ แสงนิล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (2 ก.พ.) ดัชนีปรับตัวลดลง เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบโลกที่ยังคงมีแนวโน้มอ่อนตัว โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (สัญญาเดือน มี.ค.) ปรับตัวลดลงประมาณ 6% และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (สัญญาเดือนเม.ย.) ลดลงประมาณ 5% จึงกระทบต่อราคาหุ้นกลุ่มพลังงาน

ทั้งนี้ จากบทวิเคราะห์ราคาน้ำมันของ บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า สาเหตุที่ราคาน้ำมันยังคงมีทิศทางที่ไม่ดีนัก เนื่องจากดัชนีภาคการผลิตจีนยังอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับสภาพอากาศที่ไม่ค่อยหนาวเย็นในสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนของการจัดประชุมเพื่อปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบระหว่างกลุ่มโอเปกและนอกกลุ่มโอเปก จึงส่งผลให้ภาพรวมของราคาน้ำมันยังไม่ดีนัก


คาด SET ผันผวนตามราคาน้ำมัน เปิดโผ! หุ้นเด่น-ปันผลสูง

นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทยยังสามารถยืนเหนือระดับ 1,390 จุดได้ แนะ ลงทุนระยะสั้นเน้นเก็บหุ้นเด่น-จ่ายปันผลสูง

บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ (2 ก.พ.) ว่า ดัชนีหุ้นไทยมีความเป็นไปได้ที่จะไม่ลงต่ำกว่า 1,288 จุด อีกทั้งยังคาดว่าจะดีดกลับเพื่อทดสอบ 1,308 จุด อีกครั้ง ขณะที่ ตลาดหุ้นไทย มีโอกาสปรับลงตามแรงขายทำกำไร คาดจะอ่อนตัวไม่นานก็จะฟื้นอีกครั้ง ซึ่งวานนี้ดัชนีปรับอ่อนตัวลงเล็กน้อยตามจังหวะที่ฝ่ายวิจัย KS ประเมินไว้ โดยดัชนียังสามารถยืนเหนือระดับ 1,390 จุด แม้ว่าจะไม่ผ่านแนวต้าน แต่ดัชนีถือว่าไม่ได้ปิดตัวแย่มากเท่าที่ควร โดยยังปิดได้ในระดับใกล้ 1,300 จุด ที่ 1,297.34 จุด

iStock_000038050578_Small-e1422523395721

ภาพประกอบ

ทั้งนี้ สำหรับกลยุทธ์แนะนำเก็บหุ้นที่มีโอกาสถูกซื้อกลับ CENTEL เป็น Top Picks และหุ้น Big Cap จ่ายปันผลสูง KTB ส่วนกลุ่มหุ้นเด่นอื่นๆ ยังเป็น TPCH, KAMART, SPALI และ MCS ความคาดหวังที่จะเห็น Fund Flow ไหลกลับเข้าในตลาดเริ่มมีมากขึ้น โดยมองจังหวะการอ่อนตัวของดัชนีเป็นเพียงแค่การขายทำกำไร

กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น เน้นไปที่ Investment Theme 3 ประเภทใหญ่ๆ ด้วยกัน ประกอบด้วย 1. กลุ่มที่มีโอกาสถูกซื้อกลับหลังจากมีการปรับฐานลงมาหนักในช่วงที่ผ่านมา คือ กลุ่มท่องเที่ยว เช่น AOT, MINT, CENTEL, ERW เลือก AOT กับ CENTEL เป็น Top Pick นอกจากราคาจะปรับลงมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจแล้ว ยังได้ประโยชน์จากนักท่องเที่ยวจีนที่จะเข้ามามากขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน

2. หุ้น Big Cap ที่มีการจ่ายปันผลสูง เช่น กลุ่ม ธนาคารฯ เลือก KTB เป็นตัวเด่น และ 3. หุ้นที่คาดว่าจะมีผลประกอบการในงวด 4Q58 โดดเด่นเลือก TPCH, KAMART และ MTLS อย่างไรก็ตาม คาดว่าดัชนีหุ้นไทย จะไม่ย่อตัวต่ำกว่า 1,288 จุด และยังเชื่อว่าดัชนีจะดีดกลับขึ้นทดสอบ 1,308 จุดได้อีกครั้ง

ขอบคุณข้อมูล  @K_Securities

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

ภาพถ่ายพื้นผิว “ดวงจันทร์” หลังจีนส่งยานอวกาศพิชิตสำเร็จ

ประมวลภาพถ่ายพื้นผิวของ ดวงจันทร์ หลังยานอวกาศ ฉางเอ๋อ 3 ลงจอดบนดวงจันทร์สำเร็จ นับเป็นชาติที่ 3 ของโลก ประสบผลสำเร็จนำยานลงจอดบนดวงจันทร์

ทางการจีนได้มีการเผยแพร่ภาพชุด ภายหลังยานอวกาศ ฉางเอ๋อ 3 (Chang’e-3) ได้เดินทางจากโลกไปเหยียบบนพื้นผิวดวงจันทร์ได้สำเร็จเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2556 ที่ผ่านมา โดยภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นภารกิจสำรวจพื้นผิวบนดวงจันทร์ ของยานสำรวจชื่อ อิ้วทู่ (Yutu) ที่ได้เผยให้เห็นภาพก้อนหิน และพื้นฝุ่นบนดวงจันทร์

ยานอวกาศฉางเอ๋อ3, ดวงจันทร์, ข่าวจีน

ยานอวกาศฉางเอ๋อ3 พิชิตดวง

สำหรับ ฉางเอ๋อ 3 เป็นภารกิจต่อเนื่องจาก ฉางเอ๋อ 1 และฉางเอ๋อ 2 ซึ่งเป็นภารกิจส่งยานไปโคจรรอบดวงจันทร์เท่านั้น ซึ่งฉางเอ๋อ 3 นับว่าเป็นยานลำแรกในประวัติศาสตร์จีนที่ลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ได้สำเร็จ ทำให้จีนกลายเป็นชาติที่ 3 ของโลกที่สามารถไปเยือนพื้นผิวดวงจันทร์ หลังจากก่อนหน้านั้นอเมริกาและรัสเซียได้เคยไปเยือนมาก่อนแล้ว

ทั้งนี้นอกจาก ฉางเอ๋อ 3 แล้ว จีนยังพัฒนาเดินหน้าภารกิจ ฉางเอ๋อ 4 ขึ้นไปสำรวจด้านมืดของดวงจันทร์ในปี 2561 และฉางเอ๋อ 5 ในปี 2560 นำดินจากดวงจันทรืกลับมายังโลกด้วย

ยานอวกาศฉางเอ๋อ3, ดวงจันทร์, ข่าวจีน

ยานอวกาศฉางเอ๋อ3, ดวงจันทร์, ข่าวจีน

ยานอวกาศฉางเอ๋อ3, ดวงจันทร์, ข่าวจีน

ยานอวกาศฉางเอ๋อ3, ดวงจันทร์, ข่าวจีน

ยานอวกาศฉางเอ๋อ3, ดวงจันทร์, ข่าวจีน

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News