ข้าราชการระดับสูง ยังเบี้ยวหนี้กยศ. ทำแบบนี้รุ่นน้องก็แย่สิ!

เป็นเรื่องราวที่ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ออกมาเผยถึงสาเหตุที่ข้าราชการกว่า 60,000 คน ผิดชำระเงินกู้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. เพราะข้าราชการเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเงินได้เปล่า จึงไม่มีการชำระเงินกู้ยืมดังกล่าว ซึ่งข้าราชการของกระทรวงการคลังมีอยู่กว่า 1,000 คน ระดับสูงสุดเป็นถึง ซี 8 และซี 9

สำหรับคนที่ยังไม่ทราบว่าโครงการนี้จัดตั้งขึ้นเพื่ออะไรวันนี้ทางทีมข่าว MThai ได้หยิบยกเรื่องนี้มานำเสนอกันอีกครั้ง เพื่อแจ้งให้คนที่ยังไม่รู้ได้ทราบกัน

ซึ่งวัตถุประสงค์ของโรงการนี้มีไว้เพื่อให้กู้ยืมเงินแก่นักเรียน หรือนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อเป็นค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการครองชีพระหว่างศึกษา

คลิ๊กอ่านข่าว >> แบบนี้ก็มีด้วย!! ข้าราชการอ้างเข้าใจผิด เหตุไม่ชำระหนี้ กยศ.

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาดำเนินการให้กู้ยืมตั้งแต่ปีการศึกษา 2539 โดยให้เงินกู้ยืมแก่นักเรียนนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (สายสามัญและสายอาชีพ) จนถึงระดับปริญญาตรี กองทุนนับเป็นกลไกสำคัญของรัฐบาลที่ให้การสนับสนุนการขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษาของประเทศ เพื่อให้เยาวชนไทยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพได้มาตรฐานอย่างเท่าเทียมกัน

1.1.1.1-Copy31

เมื่อรุ่นพี่ที่ยืมไปไปคืน คนที่ได้รับความเดือดร้อนก็คงหนีไม่พ้นรุ่นน้อง บางคนอาจขาดโอกาสในการเรียนเพราะขาดทุนทรัพย์ ซึ่งก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวออกมาว่า ทางกยศ.มีแผนจะขยายความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการหักเงินเดือนผู้ที่ค้างชำระเงินกู้ และหากใครยืม กยศ.ไม่คืน หรือเบี้ยวหนี้ชื่อจะถูกส่งเข้าสู่ระบบเครดิตบูโรในปี 2561 หากเป็นเช่นนั้นจริงตัวผู้กู้เองก็จะมีปัญหาเรื่องการทำธุรกรรมทางการเงินมากขึ้น

คลิ๊กอ่านข่าว >> ไล่บี้หนัก! ‘กยศ.’ แก้กฎหมาย เล็งหักเงินเดือน-ส่งชื่อเข้าบูโร

สำหรับคนที่ต้องการทำเรื่องคืนเงินกับทาง กยศ. หรือยังไม่แน่ใจว่าตนถึงกำหนดเวลาในการชำระหนี้คืนหรือยัง วันนี้ทาง MThai ได้นำ หลักเกณฑ์การชำระหนี้ และวิธีการชำระหนี้ มาฝากกัน

หลักเกณฑ์การชำระหนี้

  1. ผู้กู้ยืมเงินที่มีหน้าที่ชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุน

–  ผู้กู้ยืมเงินที่สำเร็จการศึกษาหรือเลิกการศึกษาแล้วเป็นเวลา 2 ปี นับจากปีที่สำเร็จการศึกษาหรือเลิกศึกษา (ครบระยะเวลาปลอดหนี้)

–  กรณีผู้กู้ยืมเงินที่ไม่กู้ต่อเนื่องติดต่อกัน 2 ปี และไม่แจ้งสถานภาพให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมทราบ จะถือว่าเป็นผู้ครบกำหนดชำระหนี้และมีหน้าที่ต้องชำระหนี้คืนกองทุน

  1. หลักเกณฑ์การชำระหนี้

2.1   ผู้กู้ยืมเงินต้องชำระเงินกู้ยืม พร้อมทั้งดอกเบี้ยหรือประโยชน์อื่นใดร้อยละ 1 ต่อปี โดยต้องคืนให้กองทุนให้เสร็จสิ้นภายใน 15 ปี นับแต่วันที่ต้องเริ่มชำระหนี้

2.2   ให้ผู้กู้ยืมเงินชำระหนี้งวดแรก ภายในวันที่ 5 กรกฎาคม หลังจากครบระยะเวลาปลอดหนี้ โดยให้ชำระหนี้คืนเฉพาะเงินต้นในอัตราร้อยละ 1.5 ของวงเงินที่ได้กู้ยืม

2.3   การชำระหนี้งวดต่อๆไปให้ผู้กู้ยืมเงินชำระเงินต้นคืน ตามอัตราผ่อนชำระที่กองทุนกำหนด พร้อมด้วยดอกเบี้ยหรือประโยชน์อื่นใด ในอัตราร้อยละ 1 ต่อปีของเงินต้นที่คงค้าง ภายในวันที่ 5 กรกฎาคมของทุกปี

2.4   หากผู้กู้ยืมเงินผิดนัดชำระหนี้ ผู้กู้ยืมเงินจะต้องชำระค่าปรับ หรือค่าธรรมเนียมจัดการกรณีผิดนัดชำระหนี้ตามอัตราที่กองทุนกำหนด

2.5   ผู้กู้ยืมเงินที่มีความประสงค์จะขอชำระหนี้คืนก่อนครบกำหนดระยะเวลาชำระหนี้ หรือก่อนครบระยะเวลาปลอดหนี้ 2 ปี สามารถชำระคืนได้โดยไม่เสียดอกเบี้ยหรือประโยชน์อื่นใด

หมายเหตุ   1. ให้ผู้กู้ยืมเงินไปติดต่อแสดงตน ขอชำระหนี้ และเลือกวิธีการผ่อนชำระเป็นรายปี หรือรายเดือนกับผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมได้ทุกสาขาก่อนที่จะครบระยะเวลาปลอดหนี้ 2 ปี

  1. กรณีผู้กู้ยืมเงินยังอยู่ในระหว่างการศึกษา แต่ไม่ได้กู้ยืมในปีการศึกษาใด ต้องแจ้งสถานภาพการศึกษาต่อผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมโดยให้นำใบรับรองจากสถานศึกษาไปแสดงทุกปีจนกว่าจะสำเร็จการศึกษา

วิธีการและหลักฐานในการชำระหนี้

20140412213827_8041C77B-DE60-4233-9263-538F88D069C5

  • ผู้กู้ยืมสามารถชำระเงินคืนได้ที่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด
  • บริษัท เคาน์เตอร์ เซอร์วิส จำกัด โดยผู้กู้ยืมจะสามารถชำระผ่านสาขาที่ให้บริการรับชำระเงินผ่านร้านสะดวกซื้อ (7-ELEVEN) และสาขาที่ไม่ได้ตั้งอยู่ในร้านสะดวกซื้อ รวม 9,300 สาขา สำหรับงวดที่ครบกำหนดการชำระเงินวันที่ 5 กรกฎาคม 2558 เป็นต้นไป

MThai News

ยกนิ้วให้ ตร.อยุธยา ใช้เทคนิคเทพจับโจร หลังหนีเข้าป่า

ตำรวจอยุธยางัดไม้เด็ด เผาป่าล้อมจับ หลังคนร้ายขโมยเงินวัดหนีเข้าป่าไม่มอบตัว สุดท้ายยอมจำนนแบบหมดสภาพ

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (18 ก.พ. 59) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้นำกำลังเข้าปิดล้อมพร้อมจับกุมตัวนายสุจินต์ สีหา อายุ 39 ปี ชาวจ.นครพนม หลังได้รับแจ้งว่าผู้ต้องหาคนดังกล่าวเข้าไปขโมยเงินในตู้บริจาควัดอโยธยา

ขโมยเงินวัด, ข่าวจังหวัดอยุธยา, เผาป่าจับโจร

โดยก่อนการจับกุมผู้ต้องหาได้ิ่วิ่งหนีไปซ่อนตัวภายในป่าหญ้าด้านหลังวัด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชาวบ้าน และคณะสงฆ์ต่างช่วยกันเรียกร้องให้ยอมมอบตัวจนเวลาผ่านไปกว่า 3 ชั่วโมง ผู้ต้องหากลับนิ่งเงียบไม่ยอมจำนน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประสานรถดับเพลิงเทศบาลเมืองโอยธยา ให้นำรถดับเพลิง 2 คันมาเตรียมพร้อมรับสถานการณ์

จากนั้นจึงจุดไฟเผาหญ้า ที่ผู็ต้องหาใช้เป็นที่หลบซ่อน ซึ่งหลังจากจุดไฟเผาหญ้าไปไม่นานผู้ต้องหาคนดังกล่าวก็คลานออกมามอบตัวในสภาพเนื้อตัวมอมแมม กลิ่นเหล้าเหม็นคลุ้ง ทางเจ้าหน้าที่จึงช่วยกันปฐมพยาบาลก่อนนำตัวไปโรงพยาบาลรักษาตัว ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้จากการสอบสวน พระครูสังฆรักษ์ ปัญญาพล เจ้าอาวาสวัดอโยธยา ให้การว่า เห็นคนร้ายขี่จักรยานวนไปวนมาในวัดหลายรอบท่าทางมีพิรุธ จึงเฝ้าสังเกตพฤติกรรมจนเห็นเดินตรงมาที่ตู้บริจาค แล้วเอามือล้วงเข้าไปในตู้จะหยิบเงิน จึงร้องตะโกนให้ชาวบ้านและพระช่วยกันจับ คนร้ายจึงทิ้งเงินวิ่งหลบหนีไปหลังวัด จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจข้าช่วยจับกุมได้ดังกล่าว

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

สหรัฐฯเตือนไทยระวัง หลัง ไอเอส จ้องเป็นเป้าโจมตี

สหรัฐฯ แจ้งเตือนไทยระวัง หลัง IS จ้องเป็นเป้าโจมตี เหตุมีการแพร่ขยายอิทธิพลมายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น แนะดูอินโดนีเวียเป็นตัวอย่าง 

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (19 ก.พ. 59) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งถึงทุกหน่ยงานเฝ้าระวังความปลอดภัยในสถานที่สำคัญ และสถานที่ผู้คนพลุกพล่าน ภายหลังที่ปรึกษาพิเศษ สอท. สหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย หรือ SPECIAL ASSISTANT (SA) ได้มีหนังสือแจ้งเตือนว่า มีความเป็นไปได้ที่ไทยจะถูกกลุ่มก่อการร้ายไอเอส เล็งเป้าเป็นจุดหมายเพื่อเหตุร้ายรุนแรง

ไอเอส, สหรัฐ, ข่าวไอเอส

เนื่องจากแผนการขยายพื้นที่อิทธิพลของกลุ่ม IS ที่แพร่อิทธิพลมายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อินโดนีเซีย, มาเลเซีย) ซึ่งอาจเคลื่อนไหวเข้าใกล้ประเทศไทยมากขึ้น ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยจึงได้มีการส่งหนังสือมาแจ้งเตือนดังกล่าว โดยเฉพาะแหล่งชุมชนสาธารณะ อาทิ ห้างสรรพสินค้า แหล่งท่องเที่ยว สถานบันเทิง รถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) รถไฟฟ้า (BTS) ซึ่งเป็นของเอกชน ต้องมีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

ส่วนในการประสานการปฏิบัติควรระมัดระวังข้อมูล โดยให้ใช้วิธีการอ้างอิงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศอินโดนีเซีย และให้พิจารณาพร้อมปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติโดยเคร่งครัด

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News