ดราม่า ! คลิปผู้โดยสารโวยสายการบินดัง ปมนำสัตว์โหลดขึ้นเครื่อง

ผู้โดยสารโวยสายการบินดัง ปมนำสัตว์โหลดขึ้นเครื่องบิน หลังพนักงานหน้าเค้าเตอร์ กับ call center ให้ข้อมูลไม่ตรงกัน

วันนี้ (19 ก.พ. 59) โลกออนไลน์กำลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ Sinart King ได้โพสต์คลิปความยาวประมาณ 1 นาทีครึ่ง โดยเผยให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่ผู้โดยสารกำลังคุยกับเจ้าหน้าที่ของสายการบินดัง เรื่องการนำสัตว์เลี้ยงโหลดขึ้นเครื่อง ซึ่งมีการโทรศัพท์สอบถามจาก call center แล้วว่าสามารถนำไปด้วยได้ แต่พอมาถึงจุดเช็คอินกลับได้รับข้อมูลไม่ตรงกับ call center แถมยังบอกว่า call center ไม่ใช่ของสายการบินดังกล่าว

ทั้งนี้หลังจากคลิปดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างมากมาย โดยส่วนใหญ่มองว่า ไม่ว่าใครจะผิดหรือถูก แต่พนักงานที่อยู่ในคลิปทำหน้าตาไม่ดี ไม่เหมาะกับงานบริการแบบนี้เลย เพราะไม่สามารถเก็บอารมณ์และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ ยิ่งทำให้สายการบินเสียหาย

37

โดยเจ้าของโพสต์ระบุว่า…

ช่วยกันแชร์ด้วยค่ะ วันนี้เราจะเดินทางไปเชียงใหม่โดยมีแมวไปด้วยสองตัว ก่อนหน้านี้โทรคอนเฟิร์มกับ call center 2-3 ครั้งแล้ว เขายืนยันว่าเครื่องบินที่ไปเชียงใหม่เป็นลำใหญ่ โหลดสัตว์เลี้ยงไปด้วยได้แน่นอน ให้ติดต่อเคาน์เตอร์เช็คอินวันเดินทางได้เลย ปรากฏว่ามาถึง เจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นเครื่องลำเล็กเพราะบินร่วมกับสายการบินอื่น แมวไปไม่ได้

แต่ที่กากมากคือเราบอกเขาว่าเคยโทรเช็คกับ call center แล้วนะ นางก็บอกว่า call center ไม่ใช่นกแอร์ ไม่ได้มีข้อมูลที่ถูกต้อง ตามคลิปเลยเนี่ย อ้าว!! แล้วเวลาลูกค้าโทรติดต่อนกแอร์ เขาก็รู้อยู่เบอร์เดียวนะคะ จะมาอ้างตอนนี้ว่าไม่เกี่ยวดองกันได้ยังไง นางไม่เสนอการแก้ปัญหาหรือทดแทนความเดือดร้อนให้เราแต่อย่างใด

นอกจากบอกว่าจะเปลี่ยนตั๋วให้เป็นเที่ยวหลัง “ฟรีทุกอย่างเลยนะคะ” เอ้ย! หนูเรียนภาษาไทยมาจากที่ไหน ไอ้คำว่าฟรีเนี่ย มันใช้ตอนผู้รับได้ประโยชน์ทุกอย่างนะ ไม่ใช่เวลาที่เขาจ่ายค่าตั๋วเต็ม ๆ ไปแล้ว แถมยังถูกเลื่อนไฟท์เพราะความผิดสายการบิน ต้องแกร่วในแอร์พอร์ตอีกหลายชั่วโมง

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เวลาโทรหานกแอร์ ไม่ต้องไปโทร 1318 นะคะ มันไม่ใช่นกแอร์ นกแอร์แก้ปัญหาอะไรไม่ได้สักอย่างค่ะ นักบินไม่บิน ไม่เป็นไร call center ไม่มีข้อมูล ช่างมัน ผู้โดยสารรับกรรมไป เงิบ

MThai News

พณ.โต้ข่าวสต๊อก ‘ข้าวหาย’ ย้ำแค่ลงบัญชีผิด!

พาณิชย์ โต้ ข่าวสต๊อก ‘ข้าวหาย’ ยัน อยู่ครบ 390,000 ตัน แจง แค่ ลงบัญชีผิดพลาด!

วันที่ 19 ก.พ.59 นางสาวชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงผลการหารือและการตรวจสอบร่วมกับองค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) เพื่อตรวจสอบการปิดบัญชีข้าวในปี 2558 ตามที่มีกระแสข่าวว่าข้าวขาดไป 3.9 แสนตัน

SUPHAN-BURI, THAILAND - APRIL 22: A Thai worker loads rice into a 50 kg bag at a rice mill on April 22, 2008, in Suphan-Buri, Thailand. Josette Sheeran, the head of the UN World Food Programme has called for action to increase the production of food to help the poor around the world as food and commodity prices continue to rise. (Photo by Chumsak Kanoknan/ Getty Images)

โดยยืนยันว่า การปิดบัญชีดังกล่าว ข้าวหายไม่ได้หายไปจากสต็อก ยังอยู่ครบทุกจำนวน ส่วนสาเหตุที่ตัวเลขไม่ตรงกัน ยอมรับ เป็นเพียงการลงบัญชีผิดพลาด

นอกจากนี้ เรื่องที่คนบางกลุ่มนำเรื่องดังกล่าวไปเชื่อมโยงทางการเมืองนั้น ย้ำว่า เป็นคนละส่วนกัน ซึ่งครั้งนี้เป็นการปิดบัญชีข้าวของปี 58 แต่เรื่องของการปิดบัญชีข้าวของปี 57 นั้น จากผลตรวจสอบ พบว่ามีข้าวหายจริง และได้มีการแจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว ขณะอยู่ระหว่างการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

พิษออนไลน์ นทท.รุมเซลฟี่กับลูกโลมา จนเฉามือ สุดท้ายทิ้งศพตายคาหาด

พิษออนไลน์ นักท่องเที่ยวชาวอาร์เจนตินา ถ่ายเซลฟี่กับลูกโลมา จนเฉามือตาย สุดท้ายทิ้งศพบนหาด

เซลฟี่,โลมา,ตาย,อาร์เจนตินา

วานนี้ (18 ก.พ.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศ รายงานเรื่องราวสุดสลดใจ กรณีที่กลุ่มนักท่องเที่ยวบนชายหาดแห่งหนึ่งในประเทศอาร์เจนตินา นำลูกโลมามารุมถ่ายเซลฟี่ จนกระทั่งเกิดเหตุสะเทือนใจในตอนท้าย

ทั้งนี้รายงานระบุว่า เมื่อเจอโลมาน้อย นักท่องเที่ยวได้ผลัดกันนำมันมาถ่ายเซลฟี่ คนแล้วคนเล่า จนกระทั่งลูกโลมา ซึ่งตามธรรมชาติไม่ได้อาศัยอยู่บนบก อ่อนเพลีย และเสียชีวิตในที่สุด

หลังจากนั้น ศพของโลมาเคราะห์ร้าย ถูกทิ้งไว้บนหาดทราบอย่างไร้ค่า ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า เพราะเหตุใด ผู้คนที่พยายามนำตัวมันมาสนองความต้องการของตัวเอง ถึงไม่เลือกช่วยเหลือมันก่อนที่มันจะตาย เพราะโดยธรรมชาติแล้ว หากโลมามาเกยติ้น จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนที่สุด โศกนาฏกรรมครั้งนี้ เกิดขึ้นเพราะความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ หรือไม่ อย่างไร…?

3151551300000578-0-image-a-4_1455736302846

ซึ่งนี้ถือเป็นพิษโลกโซเชียลออนไลน์ ที่ทำให้มนุษย์ให้ความสำคัญกับสังคมออนไลน์ และมองข้ามมนุษยธรรม ความเมตตาต่อสัตว์ที่มนุษย์พึงมี แต่กลับให้ความสำคัญกับการบอกเล่าเหตุการณ์ที่ตนได้พบ อวดประสบการณ์ของตัวเอง ผ่านโลกออนไลน์ โดยไม่สนใจว่าใครจะเดือดร้อน หรือสังเวยด้วยชีวิต

อย่างไรก็ตามThe Argentinian arm of the World Wildlife Fund หรือ องค์กรพิทักษ์สัตว์ในอาร์เจนตินา ออกมาให้ความเห็นว่า โลมา ถือเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์เข้าไปทุกขณะ และหากนักท่องเที่ยวพบว่ามันมาเกยตื้นบนชายหาด ต้องรีบให้ความช่วยเหลือ ด้วยการนำกลับลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นอาจเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกก็เป็นได้

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News