เปิดใจ! น้องสาวเหยื่อ เบนซ์หรูชนฟอร์ด(คลิป)

เปิดใจ! ญาติ น.ส.ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย (น้องเบนซ์) เหยื่อสาวถูก เบนซ์หรูชนฟอร์ดจนเสียชีวิต วอนขอให้มีกระบวนการทางกฏหมายที่ให้ความยุติธรรมกับครอบครัว

วันนี้ 17 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดทวีการะนันท์ ศาลาวัชโรทัย ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ น.ส.ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย อายุ 34 ปี (น้องเบนซ์) เหยื่อถูกรถเบนซ์ชนไฟไหม้คาซากรถ โดยทางญาติได้จัดเตรียมสถานที่ไว้รับแขกที่มาร่วมงาน ภายในศาลาสวดศพ มีพวงหรีดแสดงความอาลัยจำนวนมาก จนล้นออกมาหน้าศาลา

ทางด้าน น.ส.เบลฯ น้องสาวผู้เสียชีวิต ได้เปิดเผยว่า กำหนดตั้งศพบำเพ็ญกุศลเป็นเวลา 5 คืน และจะมีกำหนดฌาปณกิจศพ พระราชทานเพลิงศพ ในวันเสาร์ที่ 19 มี.ค.นี้ โดยทางพวกเราและญาติ ๆ ได้ร่วมช่วยกันจัดงานพิธีให้ดีทีสุด เนื่องจากพี่เบนซ์เป็นคนดี และขอขอบคุณ ทุกคนในโลกโซเชียลที่เห็นจากคลิปภาพ และพูดให้กำลังใจครอบครัวเรา ที่ได้สูญเสียคนที่รัก และเป็นคนดีของครอบครัวเรา ซึ่งได้จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ

ในส่วนของเรื่องคดีความกับคู่กรณี ทราบเพียงว่ามีตัวแทนของคู่กรณีเข้ามาร่วมงานศพในคืนแรก แต่ไม่ทราบว่าเป็นใคร จากนั้นก็ไม่เห็นว่ามีใครมาอีกหรือติดต่อมาอีกเลย อีกทั้งยังไม่ได้มีการเจรจาหรือพูดคุยกันแต่อย่างใด

1

ขณะนี้ทางญาติๆ และผู้ใหญ่เป็นคนจัดการเรื่องคดีความ ส่วนในเรื่องของคดีความรู้สึกว่าทางด้านพยาน หลักฐานยังไม่ค่อยชัดเจน ทางครอบครัวขอให้มีกระบวนการทางกฏหมายที่ให้ความยุติธรรมกับครอบครัวเราที่ต้องสูญเสียด้วย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับคนดีๆ กับพี่สาวของตนเองที่เสียไป

2

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

เปิดใจ! พ่อเสี่ยเบนซ์ชนฟอร์ด ดับ 2 ศพ

เปิดใจ! พ่อเสี่ยรถ “เบนซ์ชนฟอร์ด” ยัน ดูแลครอบครัวเหยือเต็มที่ วอน สังคมหยุดซ้ำเติมลูกชาย

จากกรณีอุบัติเหตุรถเบนซ์ ซีแอลเอส สีดำ ทะเบียน ษง 3333 กรุงเทพ ซิ่งชนเก๋งฟอร์ด เฟียสต้า ทะเบียน ฆย 6911 กรุงเทพ จนไฟลุกท่วมย่างสด นายกฤษณะ หรือโต้ง ถาวร อายุ 32 ปี กับน.ส.ธันฐภัทร์ หรือเบนซ์ ฮ้อแสงชัย ซึ่งทั้งคู่เป็นนิสิตปริญญาโท มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เสียชีวิตคาซากรถ เมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

37-6-0-1

นายเจษฎา วีรพร บิดาของ นายเจนภพ วีรพร อายุ 37 ปี (คนขับรถเบนซ์) เปิดเผยว่า วันที่เกิดเหตุตนเองอยู่ต่างจังหวัด เมื่อทราบข่าวจึงรีบเดินทางกลับเพื่อไปดูแลลูกที่บาดเจ็บที่อยู่ในห้องไอซียู ขณะเดียวกันได้ให้เพื่อนของตนเข้าไปพบญาติของผู้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล แต่ตนก็ได้ไปร่วมสวดพระอภิธรรมศพในคืนแรก รวมถึงขอขมาญาติของผู้เสียชีวิต

พร้อมกับได้พูดคุยเบื้องต้นกับญาติผู้เสียชีวิต ซึ่งสิ่งที่ตนจดจำได้ขึ้นใจและทุกคำพูดของพวกเขา คือ พวกเขาได้ถามไถ่ถึงอาการลูกของตนพร้อมแสดงความเป็นห่วงใย โดยไร้คำพูดจาโกรธเคืองใดๆครอบครัวผมทั้งสิ้น

“สื่งที่ทราบซึ้งและประท้บใจถึงวินาทีนี้ แทนที่ครอบครัวเขาจะโกรธเคืองสิ่งที่ลูกผมทำให้ลูกเขาเสียชีวิต แต่เขากลับเป็นห่วงถึงอาการลูกผม ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ยังบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง ลูกผมจะได้หายเร็วๆ แม่น้องเขาถามผม ลูกเป็นไง ผมบอกอยู่ไอซียู และยังพูดไม่รู้เรื่อง ผมได้บอกกับเขาว่า จะให้แม่ของลูกผมเดินทางมาขอขมาด้วย เขาบอกว่าไม่เป็นไร ให้แม่เขาอยู่ดูลูกเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงทางนี้ นี่คือสิ่งที่ผมไม่ได้ปรุงแต่งขึ้น สามารถถามครอบครัวของน้องเขาได้ ผมซึ้งในน้ำใจจริงๆ”

ส่วนการรักษาตัวลูกของตน พบว่า ยังมีอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า ซึ่งอยู่ระหว่างแพทย์ชี้ชัดว่าจะผ่าตัดหรือไม่ รวมถึงอยู่ระหว่างตรวจเช็กสมองว่ามีอาการผิดปกติร่วมด้วยหรือไม่ เนื่องจากลูกชายจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ และ ยังสื่อสารไม่รู้เรื่อง

ขณะที่เรื่องคดีความ ให้ว่าไปตามกระบวนการกฎหมาย ส่วนตัวยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดคุยเรื่องคดีความ เนื่องจากต่างฝ่ายยังอยู่ในห้วงของความเสียใจ หลังจากนี้จะพูดคุยเพื่อให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น

สำหรับเรื่องที่โลกออนไลน์ มีการแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องรถยนต์และพฤติกรรมบนท้องถนนของลูกชายตนนั้น ยืนยัน บางข้อมูลไม่ใช่เรื่องจริง เช่น เรื่องรถยนต์คันเก่าของลูกชาย ซึ่งเป็นคนละสีและคนรุ่นกับที่ลูกชายเคยใช้ และเรื่องเฟซบุ๊กชื่อลูกสาวตนนั้นก็เป็นเฟซบุ๊กปลอม

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ที่ผ่านมาลูกชายเคยประสบอุบัติเหตุมาแล้ว 2-3 ครั้ง แต่ก็เป็นเรื่องของอุบัติเหตุบนถนนที่เกิดขึ้นได้เสมอ เพียงแต่ครั้งนี้เป็นอุบัติรุนแรงที่สุดของลูกชาย วอน สังคมหยุดซ้ำเติม ยืนยันครอบครัวตนจะพร้อมดูแลและรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่

เพจทนาย ยกข้อกฎหมาย ปมตำรวจไม่ตรวจแอลกอฮอล์ หนุ่มซิ่งเบนซ์ชนฟอร์ด

เพจทนายเปิดข้อกฎหมาย ชี้ตำรวจทำได้หากผู้ต้องสงสัยไม่ยินยอมให้ตรวจแอลกอฮอล์

จากกรณีที่ พ.ต.อ.พงศ์พัฒน์ สุขสวัสดิ์ ผกก.สภ.พระอินทร์ราชา จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ตอบคำถามกับพิธีกรรายการข่าวข้นคนเนชั่น ทางช่องเนชั่นทีวี ถึงสาเหตุของการไม่ตรวจแอลกอฮอล์ นายเจนภพ วีรพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลัคโซติด ออโตโมทีฟ จำกัด

ผู้ขับขี่รถเบนซ์หรูพุ่งชนรถเก๋งฟอร์ด เฟียสต้า ของ 2 นิสิตปริญญาโทและเอก จนนิสิตทั้งสองคนถูกไฟคลอกเสียชีวิต เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ที่ผ่านมา ว่า ไม่ได้ตรวจเพราะผู้ก่อเหตุไม่ยินยอมให้ตรวจ จนเกิดเป็นที่ฮือฮาถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างในขณะนี้ว่าสามารถกระทำการดังกล่าวได้ด้วยนั้น

รถชน, เจนภพ วีรพร, เบนซ์ชนฟอร์ด, ตรวจฉี่

ล่าสุดทาง เพจเฟซบุ๊ก ทนายคู่ใจ ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าวด้วยการหยิบ พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 43 ทวิ มาอธิบายประกอบ โดยระบุว่า อดไม่ได้ที่เขียนถึงข่าวร้อนเรื่องนี้ ยิ่งใครฟังบทสัมภาษณ์รายการสดของช่องเนชั่น ที่คุณกนก สอบถามเรื่องทำไมไม่ตรวจสารเสพติดผู้ต้องหา แล้วทางตำรวจแจ้งว่าเป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่จะไม่ให้ตรวจ

ผมจึงไปค้นกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้านการตรวจสารเสพติดขณะขับขี่รถยนต์มา ซึ่งตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 43 ทวิ ห้ามมิให้ผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ

พร้อมกันนั้นในวรรคสาม ยังให้อำนาจตำรวจในการกักตัวไว้ช่วงระยะเวลาหนึ่งจนกว่าผู้ต้องสงสัยจะยอมให้ตรวจสารเสพติดได้ “ในกรณีที่ผู้ขับขี่ตามวรรคสองไม่ยอมให้ตรวจสอบ ให้เจ้าพนักงานจราจร พนักงานสอบสวน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือผู้ตรวจการมีอำนาจกักตัวผู้นั้นไว้ เพื่อดำเนินการตรวจสอบได้ภายในระยะเวลาเท่าที่จำเป็นแห่งกรณีเพื่อให้การตรวจสอบเสร็จสิ้นไปโดยเร็ว และเมื่อผู้นั้นยอมรับการตรวจสอบแล้ว หากผลการตรวจสอบในเบื้องต้นปรากฏว่าไม่ได้เสพ ก็ให้ปล่อยตัวไปทันที”

คือผมฟังที่สัมภาษณ์สดแล้วงงว่าอะไรครับคือสิทธิของผู้ต้องหาที่จะไม่ให้ตำรวจตรวจว่าเสพยามาขับรถหรือเปล่า ก็ในเมื่อตามกฎหมายท่านก็มีอำนาจกักตัวไว้ตรวจนี่

ข้อมูลจาก เพจ @เพจเฟซบุ๊กทนายคู่ใจ

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News