ดราม่าบังเกิด! วังช้างฯ จับช้างไทยทาสีเป็นหมีแพนด้า

โลกออนไลน์วิจารณ์ยับ! วังช้างอยุธยา แล เพนียด จับช้างไทยทาสีเป็นหมีแพนด้า

วันนี้ (17 มี.ค.) เป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์พากันวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ในขณะนี้ หลังมีผู้นำภาพวังช้างอยุธยา แล เพนียดทาสีช้างให้มีหน้าตาคล้ายกับแพนด้า เพื่อส่งร่วมงานจัดแสดงศิลปะแพนด้า 1,600 ตัว ในโครงการอนุรักษ์สัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อม บริเวณวัดภูเขาทอง ต.ภูเขาทอง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

1069855_1902168659903795_1216539036688858986_n

หลังภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ ผู้คนบนโลกออนไลน์ต่างเข้ามาแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เห็นไปในทิศทางเดยวกันว่า ช้างไทยมีความน่ารักอยู่แล้วไม่เห็นจำเป็นต้องทาสีให้เหมือนแพนด้าเลย ขณะที่อีกส่วนหนึ่งมองว่าการทำเช่นนี้อาจเป็นการประชดประชันเพื่อให้คนหันมาสนใจช้างมากขึ้นก็เป็นได้

sgfs

อย่างไรก็ตามล่าสุด อิทธิพันธ์ ขาวละมัย ผู้จัดการวังช้างอยุธยา แล เพนียด ได้ชี้แจงว่า การที่นำช้างมาแต่งตัวทาสีให้คล้ายแพนด้า ไม่ได้ที่จะประชดประชัน แต่ต้องการสื่อให้เห็นว่า ช้างไทยอยู่ร่วมกันได้กับสัตว์ทุกมุมโลก และยังน่ารักไม่แพ้สัตว์ชนิดใดด้วย

10423658_856830324427370_6093586852690762546_n

ทั้งนี้โครงการ ‘1600 Pandas+’ เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2008 โดยความร่วมมือระหว่าง WWF France และ ศิลปินชาวฝรั่งเศส Paulo Grangeon ซึ่งเขาได้สร้างแพนด้าจากกระดาษเปเปอร์มาร์เช่กว่า 1,600ตัว เป็นสัญลักษณ์แสดงแทนจำนวนแพนด้าที่เหลืออยู่บนโลกและใกล้จะสูญพันธุ์ และนำไปท่องเที่ยวทั่วโลก เพื่อโปรโมทให้ทุกคนได้เห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ก่อนหน้านี้ แพนด้าทั้ง 1600 ตัว ได้ท่องเที่ยวไปยังประเทศต่าง ๆ และจัดแสดงงมากว่า 100 งานทั่วโลก อาทิ ประเทศฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมัน ไต้หวัน ฮ่องกง และประเทศไทยของเรา

10423658_856830267760709_3188677361491868564_n

MThai News

ขอบคุณภาพจากสมาชิกเฟซบุ๊ก ศักรินทร์ ดาวร้ย เห้ยเห้ยเห้ย

พุทธะอิสระท้ามือปืน เลิกยิงวัดนัดยิงตนแทน ขู่แต่ต้องถึงตาย!

“พุทธะอิสระ” เดือด! ถูกลอบยิงวัดหลายครั้ง ล่าสุดเกือบมีคนตาย ท้ามือปืนยิงตนแทน แต่ต้องฆ่าให้ตาย มิเช่นนั้น? 

วันที่ 17 มี.ค.59 หลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวย้อนลำดับเหตุการณ์กลุ่มผู้ไม่หวังดีลักลอบเข้ามาในวัด จนนำสู่เหตุการยิงถล่มป้อมยามด้านหน้าวัดเพื่อหวังผลให้มีผู้เสียชีวิต

37-3

โดยข้อความระบุว่า

เราหยุดแล้ว ท่านยังไม่ยอมหยุดอีกหรือ

วันที่ ๒๕ ก.พ. เวลา ๔ ทุ่มและตีหนึ่ง มีเครื่องบินบังคับพร้อมติดกล้องมาบินวนรอบวัด

วันที่ ๒๖ ก.พ. เวลาตี ๑ ครึ่ง มีเครื่องบินบังคับพร้อมติดกล้อง บินสำรวจบริเวณเส้นทางเข้าออกหน้าวัด หลังวัด และบริเวณใกล้กุฏิฉัน

วันที่ ๒๙ ก.พ. เวลาตี ๕ ครึ่ง มีผู้ชายปลอมตัวเป็นคนตกปลา ซุ่มๆมองๆขณะที่ฉันเดินออกกำลังกายรอบวัด

วันที่ ๑๒ มี.ค. เวลา ๔ ทุ่มครึ่ง มีรถเก๋งโตโยต้าสีขาวไม่เห็นเลขทะเบียน มายิงปืนหน้าวัด ๕ นัด ตรงมุมอับที่ไม่ได้ติดกล้อง

วันที่ ๑๓ มี.ค. เวลาตีหนึ่งกว่า เจ้าเจมส์กับเจ้าต่อที่อยู่เวรวัดบริเวณที่พักของฉัน ได้สังเกตเห็นคนมาหาปลาเดินเลาะกำแพงวัดมา

ฉันได้รับการบอกเล่าว่า เด็กวัดสองคนไม่ได้แสดงตัว คอยดักซุ่มดูอยู่ เห็นว่าคนหาปลาเดินเลาะอยู่ข้างหลังวัด แล้วมีรถมอเตอร์ไซค์ออกไป

37-1

วันอังคารที่ ๑๕ เวลา ๔ ทุ่มเศษ มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน มาลอบยิงเข้ามาที่ป้อมของเจ้าเจมส์และเจ้าต่อที่เข้าเวรอยู่บริเวณใกล้กับที่พักของฉัน เวลา ๕ ทุ่มเศษเจ้าหน้าที่ตำรวจโรงพักกำแพงแสนนำโดยท่านผู้กำกับเดินทางมาตรวจสอบดังปรากฏในภาพ เวลา ๔ ทุ่มฉันจำวัดแล้ว เพราะรู้สึกไม่สบายจึงฉันยาแล้วนอนพัก ตื่นมาตี ๕

๖ โมงออกมาประชุมคนงาน เจ้ากุดรายงานเหตุการณ์เมื่อคืนให้ฟังด้วยน้ำเสียงจริงจังชัดเจน เป็นขั้นเป็นตอน
ว่าเมื่อคืนมีคนร้ายมาซุ่มยิงปืนถล่มป้อมที่เจ้าเจมส์มันอยู่ ๗ นัด แต่เจ้าเจมส์กับเจ้าต่อไม่เป็นอะไร

เหตุที่มัน ๒ คนรอดมาได้เพราะความขี้เกียจ มันมาเข้าเวรช้า แถมมาแล้วมันยังไปนั่งเล่นอยู่โคนต้นมะขามป้อม แต่เปิดไฟพัดลมเอาไว้ในที่พัก

จึงถูกระดมยิงเข้ามาหวังผลว่าคงต้องมีใครถูกลูกกระสุนกันบ้าง เพราะรอยกระสุนที่มันยิงมีตั้งแต่พื้นไปจนถึงหลังคา

เวลาต่อมาเจ้าอาวาสได้โทรแจ้งตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาตรวจสอบพร้อมถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน
แล้วแจ้งว่ารุ่งเช้าจะมาใหม่ งานนี้เจ้าเจมส์กับเจ้าต่อรอดตายได้เพราะขี้เกียจฉันได้เดินไปดูรอยกระสุนและจุดซุ่มยิงของคนร้ายซึ่งอยู่ไม่ไกล ห่างกันแค่ ๕๐ เมตร

อยากฝากบอกบรรดาพวกที่อยากจะเด็ดหัวฉันว่า ไม่ต้องยุ่งยากก่อความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านหรือคนไม่เกี่ยวข้อง บอกมาเลยว่าจะต้องการฆ่าฉันเมื่อไหร่ ที่ไหน เวลาอะไร จะได้เดินไปให้ฆ่า แต่ต้องฆ่าให้ตายนะ
ถ้าไม่ตายอาจจะเจอชะยันโตกลับไปเดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

กล้าๆ หน่อย ไหนๆ ก็จะชั่วแล้ว อย่าลอบกัด

อ่านข้อความทั้งหมดที่ >>> หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ระทึก! ไฟไหม้รถจักรยานยนต์ขณะเติมน้ำมัน หลังทิ้งโทรศัพท์ไว้ใต้เบาะ

อุทาหรณ์คลิปจากกล้องวงจรปิด จับภาพไฟไหม้ในปั๊มน้ำมัน หลังมีคนขับนำโทรศัพท์มือถือซุกไว้ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ขณะเติม โชคดีดับทันก่อนเกิดบึ้ม

เกิดเป็นที่ฮือฮาในโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้เผยแพร่คลิปนาทีระทึกขณะเกิดเหตุไฟไหม้ระหว่างรถจักรยานยนต์เติมน้ำมันในปั๊มแห่งหนึ่ง ซึ่งสาเหตุมาจากการที่เจ้าของรถนำโทรศัพท์มือถือไว้ในช่องเก็บของใต้เบาะรถ และระหว่างนั้นเกิดมีโทรศัพท์เข้ามาพอที จนเป็นเหตุทำให้ไฟไหม้ขึ้น ขณะเดียวกันผู้คนต่างวิ่งหนีกันจ้าละหวั่นหลังเกิดเหตุ ก่อนจะมีคนตั้งสตินำถังดับเพลิงเข้าฉัดดับไฟได้ทันท่วงที

ไฟไหม้, มือถือ, ปั๊มน้ำมัน

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้ผู้คนเข้าไปแสดงความเห็น และอยากให้คลิปนี้เป็นอุทธาหรณ์ในการใช้โทรศัพท์ในปั๊มน้ำมันด้วย เพราะอาจเกิดเหตุไม่คาดฝันอย่างกรณีนี้ก็เป็นได้ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเผยว่า เหตุดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้ เพราะน้ำมันเบนซินมีวาบไฟ เมื่อเจอกับคลื่นไฟฟ้าของมือถือที่วิ่งผ่าน จึงทำให้เกิดปฏิกริยาติดไฟทันที

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News