สหรัฐฯ ประณาม ‘เกาหลีเหนือ’ จับ นศ. ลงดาบใช้แรงงาน 15 ปี

“สหรัฐ” ประณาม “เกาหลีเหนือ” ลงโทษนักศึกษาชาวอเมริกัน ใช้แรงงาน 15 ปี

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีที่นายจอช เออร์เนสต์ โฆษกทำเนียบขาว แถลงเมื่อวันพุธ เรียกร้องให้รัฐบาลเกาหลีเหนือ ปล่อยตัวนายออตโต วอร์มเบียร์ นักศึกษาชาวอเมริกัน หลังถูกศาลฎีกาแดนโสมแดง พิพากษาให้รับโทษด้วยการใช้แรงงานหนักในค่ายกักกันเป็นเวลา 15 ปี ฐานพยายามขโมยแผ่นป้ายโฆษณาชวนเชื่อจากโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเปียงยาง ซึ่งทางเกาหลีเหนือ ถือว่าการกระทำดังกล่าว เป็นการเจตนาก่ออาชญากรรมร้ายแรงต่อรัฐ

17NKOREALISTY-web1-master675-v2
Credit Jon Chol Jin/Associated Press

ซึ่ง วอร์มเบียร์ นักศึกษาวัย 21 ปี จากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย ถูกทางการเกาหลีเหนือจับกุมที่สนามบินในกรุงเปียงยาง เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ที่ผ่านมา ระหว่างเตรียมตัวเดินทางกลับประเทศพร้อมคณะนักท่องเที่ยวชาวอเมริกัน

จากการพิพากษาครั้งนี้ สหรัฐฯมองว่า เกาหลีเหนือลงโทษวอร์มเบียร์ในฐาน “คดีการเมือง” อย่างชัดเจน เพราะโสมแดง ต้องการใช้พลเมืองอเมริกันเป็นเครื่องมือในการต่อรอง

ส่วนทางฝั่ง ประธานาธิบดี ‘บารัค โอบามา’ ประกาศใช้คำสั่งพิเศษในฐานะผู้นำสหรัฐ เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ ขึ้นอีกขึ้น คือการอายัดทรัพย์สินและขึ้นบัญชีดำบุคคลใดก็ตาม ซึ่งรวมถึงผู้ถือสัญชาติอเมริกัน หากตรวจพบมีการทำธุรกรรมร่วมกับธุรกิจภาคสำคัญของเกาหลีเหนือ และการห้ามส่งออกสินค้าทุกรายการไปยังเกาหลีเหนือ ทำให้เป็นการเพิ่มความตึงเครียดระหว่าง 2 ประเทศเข้าไปอีกขั้น

อย่างไรก็ตาม เกาหลีเหนือ เคยจับกุมพลเมืองสหรัฐ มาแล้วหลายราย และส่วนใหญ่ถูกจองจำในค่ายกักกันผู้ใช้แรงงาน ซึ่งปัจจุบันวอร์มเบียร์ถือเป็นนักโทษชาวอเมริกัน 1 ใน 3 คน ซึ่งกำลังถูกควบคุมตัวอยู่ในเกาหลีเหนือ

ที่มา  nytimes.com

พาณิชย์สั่งลุย! จัดมหกรรมลดค่าครองชีพชายแดนใต้ เรียกความเชื่อมั่น

พาณิชย์ รับนโยบายรัฐบาล เร่งจัดกิจกรรมลดค่าครองชีพพัฒนาเศรษฐิจภาคใต้ สร้างความเชื่อมั่นให้กับพื้นที่

วันที่ 17 มี.ค.2559 นายสมชาติ สร้อยทอง รองปลัดกระทรวงพาณชย์ แถลงความคืบหน้าในการดำเนินโครงการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นโครงการตามนโยบายของรัฐบาล ว่า กระทรวงพาณิชย์เร่งดำเนินการส่งเสริมด้านการตลาดตามความต้องการของพื้นที่ 7 เมืองหลักชายแดนภาคใต้ประกอบด้วย 1.อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 2.อ.เมือง จ.ปัตตานี 3.อ.เบตง จ.ยะลา 4.อ.เมือง จ.ยะลา 5.อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส 6.อ.เมือง จ.นราธิวาส 7.อ.ตากใบ จ.นราธิวาส

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สร้างรายได้ สร้างโอกาส และส่งเสริมการตลาดสินค้าให้กับผู้ประกอบการที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ โดยที่ผ่านมา ได้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดมากมาย อาทิ ถนนคนเดินลดค่าครองชีพ จ.ยะลา , ของหรอยเมืองนรา จ.นราธิวาส , มหกรรมของดีปัตตานี จ.ปัตตานี ซึ่งถือว่าได้รับการตอบรับจากนักเที่ยวเป็นอย่างดี

สำหรับกิจกรรมต่อไปนั้น ตั้งแต่ เม.ย.-ก.ย. 59 จะมีการจัดเทศกาลอาหารเมืองเบตง ณ สวนน้ำบริเวณลานวัฒนธรรม สัมพันธ์เทศบาลเมืองเบตง จ.ยะลา วันที่ 8-12 เม.ย. 59 อีกทั้งจะมีแผนจัดงานถนนคนเดินกระทรวงพาณิชย์ลดค่าครองชีพประชาชน ในจ.ยะลา รวมถึง ปัตตานี จำนวน 9 ครั้ง

อย่างไรก็ตามทางกระทรวงพาณิชย์มั่นใจว่า ผลรับที่จะได้จากการดำเนินโครงการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น จะทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่เพิ่มขึ้น โดยการจัดกิจกรรมต่างๆ จะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี และสร้างความเชื่อมั่นให้นักเที่ยวหมดความวิตกกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์ความไม่สงบจนนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งในพื้นที่ เกิดการสร้างงานสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

MThai News

คปภ. สั่งเพิ่มเงินผู้ประสบภัยจากรถ แต่ไม่เพิ่มเบี้ย เริ่ม 1 เม.ย.

คปภ.ประกาศเพิ่มวงเงินคุ้มครองพ.ร.บ.ประกันภัยรถภาคบังคับ แต่ไม่ต้องเพิ่มเบี้ยประกันภัย จากเดิม 200,000 บาทเพิ่มเป็น 300,000 บาท หากผู้ประสบภัยเสียชีวิตหรือทุพลภาพถาวร

รายงานข่าวแจ้งว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ออกมาเปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(บอร์ด คปภ.) ได้มีมติเห็นชอบในหลักการให้เพิ่มวงเงินคุ้มครองสูงสุดตามกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถจากเดิม 200,000 บาทเพิ่มเป็น 300,000 บาท หากผู้ประสบภัยเสียชีวิตหรือทุพลภาพถาวร และจาก 50,000 บาท เป็น 80,000 บาท หากบาดเจ็บ โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนนี้

คปภ, ประกันภัย
ประกันภัย

โดย ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คปภ. เผยว่า การปรับเพิ่มจำนวนค่าทดแทนครั้งนี้เป็นเพราะการตรวจสอบอัตราค่าสินไหมทดแทนต่อเบี้ยประกันภัย (Loss Ratio) มีอัตราค่อนข้างต่ำ และเห็นว่าประชาชนเสียประโยชน์ที่ควรจะได้รับ ทาง คปภ. จึงมีการปรับจำนวนเงินความคุ้มครองดังกล่าว ทั้งนี้การปรับเพิ่มค่าทดแทนจะไม่มีการปรับเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด

ขณะเดียวกันคำสั่งนี้จะมีผลครอบคลุมไปถึงผู้ที่ทำประกันภัยรถยนต์ทุกประเภท ที่ทำกรมธรรม์ประกันภัยก่อนวันที่ 1 เมษายน 2559 ด้วย และหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สายด่วน คปภ. 1186 หรือเว็บไซต์ www.oic.or.th หรือ ฝ่ายสื่อสารองค์กร โทรศัพท์ 02-515-3998-9 ต่อ 8307 โทรสาร 02-513-1437 http://www.facebook.com/PROIC2012

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News