นายกฯให้คำมั่น จะไม่ก้าวก่ายรัฐบาลเลือกตั้ง!

นายกฯ ย้ำยึดโรดแมป เร่งยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ยัน จะไม่ก้าวก่ายการทำงานรัฐบาลใหม่เด็ดขาด 

วันที่ 10 มี.ค.59 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดการประชุมรัฐมนตรีกรอบความร่วมมือเอเชีย หรือ ACD โดยมีใจความสำคัญว่า วันนี้ทุกประเทศต้องร่วมกำหนดวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดการนำนโยบายสู่การปฏิบัติให้ได้ นอกจากนี้ ต้องเร่งขับเคลื่อนการพัฒนาให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (78)

โดยประเทศสมาชิกต้องร่วมมือกันทบทวน และหาแนวทางแก้ปัญหา นำอนาคตเป็นตัวกำหนดกรอบการพัฒนา สร้างความเข้าใจกับประชาชนในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ต้องมุ่งลดความเหลื่อมล้ำ แก้ปัญหาความยากจน พร้อมย้ำการเดินหน้าใน 2 มติ คือการเพิ่มขีดความสามารถ และสร้างตลาดร่วมกันสร้างตัวตนในเวทีโลก ต้องผลักดันจุดแข็งแก้ไขจุดอ่อน

นอกจากนี้ จะต้องสร้างการเชื่อมโยงในทุกด้าน ขจัดปัญหาการทุจริต ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี รวมถึงการมีกฎหมายที่ให้ความเป็นธรรมกับประชาชนทุกคน

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกด้วยว่า อย่าพูดเรื่องความขัดแย้ง ทั้งการขัดแย้งในเรื่องของเขตแดนของประเทศ เพราะหากมัวแต่พูดเรื่องนี้ ก็จะไม่สามารถเดินต่อไปได้ ทุกประเทศจะต้องสนับสนุนช่วยเหลือกัน
นายกรัฐมนตรี

ยังกล่าวว่า ประเทศไทยกำลังดำเนินการความร่วมมือแบบประชารัฐ และวันนี้ไทยก็ได้ทำรัฐธรรมนูญให้มีความยั่งยืนและมีความสุข มีแผนการพัฒนาประเทศในระยะ 10 – 20 ปี ข้างหน้า นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวว่าประเทศไทยมีการกำหนดแผนโรดแมปไว้อย่างชัดเจน โดยจะดำเนินการขับเคลื่อนอย่างเป็นระยะ

พร้อมกันนี้ ยังได้ชี้แจงว่าประเทศไทยกำลังก้าวสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ซึ่งจะมีการเลือกตั้งในปีหน้า และจะไม่มีการก้าวก่ายการทำงานของรัฐบาลชุดต่อไป โดยแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่กำหนดขึ้น จะเป็นการขับเคลื่อนสานต่องานให้เกิดความต่อเนื่องและที่สำคัญ คือ

ประเทศไทยใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และแนวทางพระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา มาเป็นแนวทางพัฒนา โดยสามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกงานและทุกระดับ

ข้อมูล INN 

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ไม่รอด! ฟัน ตร.ทางหลวงเรียกเก็บส่วย สั่งสอบด่วน

ไม่รอด! สั่งย้าย ตร.ทางหลวงที่เรียกเก็บส่วย บริเวณถนนสายเอเซีย ช่วง อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ให้ไปช่วยราชการกองบังคับการตำรวจทางหลวงแล้ว

จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอตำรวจทางหลวงเรียกรับส่วยจากคนขับรถบรรทุก ที่บริเวณถนนสายเอเซีย ช่วง อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ที่มีการเผยแพร่อยู่ในสื่อโซเชียลมีเดียในขณะนี้

aHR0cDovL3BlMS5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzM5Mi8xOTYxNzIyL25ld3MxMy5qcGc=

ล่าสุดวันนี้ 10 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.สมชาย เกาสำราญ ผบก.ทล. ได้สั่งการให้ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 9 มีนาคม ซึ่งการตรวจสอบพบว่า ผู้ที่ปรากฏอยู่ในคลิปภาพ เป็นตำรวจยศ ร.ต.ท. สังกัดสถานีตำรวจทางหลวงสิงห์บุรี

ทั้งนี้ พล.ต.ต.สมชาย ได้สั่งให้ไปช่วยราชการที่กองบังคับการตำรวจทางหลวงทันทีโดยไม่มีกำหนด และให้ตั้งกรรมการสอบสวนเอาผิดทางวินัย ส่วนทางอาญาอยู่ระหว่างการติดตามตัวผู้ขับขี่รถบรรทุกคันที่ถูกเรียกเก็บเงินปรากฏตามคลิปภาพมาสอบสวนเพื่อชี้ตัวยืนยัน หลังจากนั้นจะมีการดำเนินคดีทางอาญาต่อตำรวจนายนี้ทันที

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

เผยโฉมหน้า ‘ถิ่น จอ’ อดีตคนขับรถ อองซาน ซูจี ว่าที่ผู้นำคนใหม่แห่งพม่า

เปิดประวัติ ‘ถิ่น จอ’ คนสนิท อองซาน ซูจี ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่แห่งเมียนมา

อองซาน ซูจี,ประธานาธิบดีเมียนมา,ถิ่นจอ,พม่า
‘ถิ่น จอ’ คนสนิท อองซาน ซูจี ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่แห่งเมียนมา(Photo credit should read SOE THAN WIN/AFP/Getty Images)

วันนี้ (10 มี.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานความคืบหน้า กระบวนการคัดเลือกประธานาธิบดีคนใหม่แห่งเมียน ซึ่งเป็นที่จับตาจากทั่วโลก เนื่องจากการเลือกผู้นำครั้งนี้ เป็นครั้งสำคัญ เพราะเป็นผู้นำที่มาจากการกระบวนการตามระบอบประชาธิบไตยเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ

สมาชิกสภาสังกัดพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) นำโดยนางอองซาน ซูจี ได้เสนอชื่อผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของเมียนมา 2 คน ได้แก่ นาย ถิ่น จอ และ นายเฮนรี วาน เธียว หลังจากที่กระบวนการในครั้งนี้ เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า นางออง ซาน ซูจี จะไม่สามารถนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีเมียนได้ หลังจากนำพรรคเอ็นแอลดี คว้าชัยชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา

‘เมียนมา ไทมส์’ สื่อเมียนมา ระบุถึงการรประชุมสมาชิกรัฐสภาในวันนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเอ็นแอลดี ได้เสนอชื่อ นายถิ่น จอ วัย 69 ปี ที่ปรึกษาคนสนิทของนางซูจี ทั้งยังเคยเป็นคนขับรถให้นางซูจี ซึ่งจบการศึกษาจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยออกฟอร์ด เป็นหนึ่งในผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ ส่วนผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 3 จะถูกเสนอโดยคณะทหารที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภา ซึ่งครองที่นั่งในสภา 25%

สื่อยักษ์ใหญ่อย่าง ‘บีบีซี’ ของอังกฤษ กล่าวถึง นายถิ่น จอ จะได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของเมียนมาค่อนข้างแน่นอน เนื่องจากมีการเจรจาระหว่างนางซูจีกับคณะผู้นำรัฐบาลทหารเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังคงดำเนินอยู่

อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่นางซูจีไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญได้บัญญัติห้ามไม่ให้บุคคลใดที่มีสามี หรือมีบุตรเป็นชาวต่างชาติ ได้เป็นประธานาธิบดี จึงทำให้นางซูจี ซึ่งมีบุตรชาย 2 คน ถือสัญชาติอังกฤษ ถูกกีกกันไม่ให้ก้าว ประธานาธิบดีของเมียนมา

MThai News
ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com
ที่มา straitstimes