อากาศร้อนจัด! ‘เจ้าใบหยก’ ควายไทยตัวละ 5 ล้านตาย

อากาศร้อนทำพิษ! ‘เจ้าใบหยก’ ความไทยพันธุ์ยักษ์ กวาดรางวัลมากว่า 40 สนาม มูลค่า 5 ล้านบาท ตายกะทันหัน

วันนี้ 10 มี.ค. ที่บิ๊กไอซ์ฟาร์มควายไทย ต.ทับยายเชียง อ.พรมพิราม จ.พิษณุโลก นายสมบัติ ธรรมละเอียด นายกสมาคมอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย พร้อมด้วยผู้เลี้ยง นิมนต์ พระสงฆ์มาทำพิธีสวดมนต์บังสกุลให้กับ เจ้าใบหยก ควายไทยพันธุ์ยักษ์ ที่หล่อที่สุด อายุ 7 ปี 4 เดือน น้ำหนักประมาณ 1,200 กิโลกรัม หลังจากตายลง เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.ของวันที่ 9 มี.ค. ที่ผ่านมา

IMG_7168

จากการสอบถาม นายสมบัติ เปิดเผยว่า เจ้าใบหยก สามารถคว้าแชมป์รางวัลชนะเลิศกระบือรุ่นใหญ่เพศผู้ จำนวนมากกว่า 40 ถ้วยรางวัล มีค่าตัวสูงถึง 5 ล้านบาท จึงมีผู้สนใจเดินทางมาดู มาศึกษาเป็นจำนวนมาก จึงทำให้มันเหนื่อย ที่ผ่านมา บิ๊กไอซ์ฟาร์มควายไทย ได้ปั้นหุ่น เจ้าใบหยกเอาไว้เพื่อลดการโชว์ตัวหรือภาวะเครียดให้มันแล้ว แต่มันก็ตายไปในที่สุด ประกอบเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมามันต้องขึ้นรถเดินสายไปโชวว์ตัวที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่

ซึ่งการเดินทางบ่อยท่ามกลางสภาพอากาศร้อนอาจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้มันตายลง นอกจากนี้ยังพบอาการผิดปกติว่า เจ้าใบหยกมันกินอาหารแล้วไม่ย่อย หรือท้องอืด และปัสสาวะไม่ออก จนเกิดอากาศบวม ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ผ่านมาได้พยายามให้สัตวแพทย์เข้าช่วยเหลือดูแลรักษามันแล้ว แต่ก็พบว่า มันอาการหนักมาก จนตายในที่สุด

IMG_7200

อย่างไรก็ตามอยากฝากแจ้งเตือนประชาชนผู้เลี้ยงกระบือ ในช่วงฤดูแล้ง ให้ตระหนักและมองเห็นถึงความสำคัญของสภาพอากาศร้อน ด้วยการจัดเตรียมหาแหล่งน้ำให้เพียงพอ ควรมีก ปักโคลน ปักเทียม ให้มันคลายร้อน ไม่เกิดภาวะเครียดจนเป็นต้นเหตุทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยจนเสียชีวิตได้ เบื้องต้น ผู้เลี้ยงกระบือ หากเลี้ยงในคอกก็ควรลดอุณหภูมิด้วยการฉีดน้ำให้ หรือเปิดสปริงเกอร์ และดูแลพวกมันอย่างใกล้ชิด.

IMG_7202

IMG_7184

IMG_7178

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ไทยพาณิชย์ ร่วมมือกับ บ้านมั่นคง ปล่อยกู้ 1 ล้าน ผ่อน 3,900

ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับ บริษัท มั่นคงเคหะการ  จัดแคมเปญ ผ่อนสบาย ล้านละ 3,900 บาท

วันนี้ (10มี.ค.) นางพิกุล ศรีมหันต์ รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและธุรกิจรายย่อย ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับ นายวรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) จัดแคมเปญ “Ready To Move In”

มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าผ่อนสบายเพียงล้านละ 3,900 บาท เป็นระยะเวลา 2 ปี พร้อมรับบัตรของขวัญพิเศษมูลค่า 100,000 บาท ทันที สำหรับลูกค้าที่ขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านใหม่ในโครงการของกลุ่มมั่นคงเคหะการทุกแห่ง โดยเบิกจ่ายเงินกู้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2559

phpThumb_generated_thumbnail

ทั้งนี้นายวรสิทธิ์เผยว่า แคมเปญพิเศษดังกล่าวจะครอบคลุมถึงโครงการบ้านคุณภาพทั้ง 8 โครงการของมั่นคงฯ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 3 – 11 ล้านบาท บนทำเลที่อยู่อาศัยสุดฮ็อตทั่วกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นสุขุมวิท 62, วัชรพล, วิภาวดี, ปทุมธานี, บางนา, พระราม 7, และจรัญสนิทวงศ์ ซึ่งทุกโครงการเป็นบ้านที่สร้างเสร็จแล้วพร้อมย้ายเข้าอยู่ได้ทันที

MThai News

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก matichon,บ้านมั่นคง

‘ธาริต’ ซัดกลับ ป.ป.ช.ปมรวยผิดปกติ หากไม่ผิด ใครรับผิดชอบ!

‘ธาริต’ เตรียมตั้งทนายต่อสู้ ปม ป.ป.ช.ชี้มูลฐานร่ำรวยผิดปกติ ชี้ หากศาลตัดสินไม่ผิด ป.ป.ช.จะรับผิดชอบอย่างไร

วันที่ 10 มีนาคม 2559 หลังจากที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติ 7 ต่อ 0 ชี้มูลความผิด นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่ำรวยผิดปกติ ล่าสุดนายธาริตได้ออกประกาศชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว และ ตั้งคำถามต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการตัดสิน โดยมีรายละเอียดดังนี้

ข้าพเจ้าขอแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนดังต่อไปนี้

ข้อ 1. อนุกรรมการไต่สวนฯ ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อข้าพเจ้าถึง 2 ครั้ง ทั้งนี้ อนุกรรมการได้นำเอาเงินฝากหมุนเวียน ผ่านบัญชีของข้าพเจ้าและภรรยา ที่เปิดไว้กับธนาคารต่างๆ ซึ่งเป็นการฝากและใช้จ่ายตามปกติทุกรายการที่ปรากฏในบัญชีธนาคาร ตลอดเวลาที่ข้าพเจ้าดำรงตาแหน่งอธิบดีฯ (พ.ศ.2552 – 2557) และย้อนหลังไปก่อนดำรงตำแหน่งหลายปีบวกทบๆกัน โดยไม่ได้พิจารณาว่า เป็นเงินทุนหมุนเวียนและเป็นการคิดคำนวณที่ไม่เป็นตามหลักบัญชี รวมทั้งทรัพย์สินอื่นมาบวกรวมกันให้เห็นว่า ข้าพเจ้ามีทรัพย์สินที่มากเกินความเป็นจริง

แล้วกล่าวหา ข้าพเจ้าว่าร่ำรวยผิดปกติ ทั้งทรัพย์สินส่วนใหญ่ก็ไม่มีอยู่จริง และทุกรายการก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า การมีหรือได้มาทรัพย์สินตามที่กล่าวหานั้น เป็นการไม่ชอบหรือไม่มีเหตุอันควรหรือมีพฤติการณ์ ที่ร่ำรวยผิดปกติอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น บัญชีธนาคารแห่งหนึ่ง ภรรยาของข้าพเจ้าใช้ฝากเงิน เพื่อหมุนเวียนซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ประมาณ 6 ล้านบาท ตลอดเวลา 5 ปี ที่ข้าพเจ้าดำรงตำแหน่ง ย่อมมีการถอนออกแล้วฝากเข้าเป็นปกติของการซื้อขายหุ้น

แต่อนุกรรมการ ป.ป.ช. ใช้วิธีนำเอาเฉพาะรายการฝากทุกๆ ครั้งบวกทบๆ กัน จึงทาให้ยอดบัญชีสูงถึง 86 ล้านบาท ทั้งที่ตัวเงินจริงมีเพียง 6 ล้านบาทที่หมุนเวียนเป็นต้น การกล่าวหาว่าข้าพเจ้าร่ารวยผิดปกติ จึงมี ความคลุมเครือไม่ชัดเจนเพียงพอที่จะทำให้เข้าใจข้อกล่าวหาได้ดี และไม่อยู่ในวิสัยที่วิญญูชนจะสามารถจดจำนำหลักฐานมาชี้แจงข้อกล่าวหาได้ ซึ่งเป็นการไม่ชอบด้วยระเบียบตามข้อ 37 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 47 และมาตรา 125 ประการสำคัญ อนุกรรมการ ป.ป.ช. ใช้วิธีคิดคำนวณรายได้จากเงินเดือน และค่าตอบแทนเฉพาะการรับราชการของข้าพเจ้าและภรรยาเท่านั้น ไม่ได้ตรวจสอบถึงรายได้จาก การทำธุรกิจเช่น

การซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ การซื้อขายที่ดิน และการลงทุนในทรัพย์สินอื่นๆ เช่น ทองคำ และอัญมณี ซึ่งในปัจจุบันการมีรายได้จากธุรกิจต่างๆ ของข้าราชการเป็นเรื่องปกติ ที่กระทำได้โดยชอบ ยิ่งไปกว่านั้น ไม่มีพยานหลักฐานหรือพฤติการณ์ใดๆ เลยที่แสดงว่า ข้าพเจ้า มีทรัพย์สินเหล่านั้น หรือได้มาจากการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบหรือโดยไม่ถูกต้อง

ข้อ 2. ข้าพเจ้าขอตั้งคำถามต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดังต่อไปนี้
(1) วิธีคิดคำนวณทรัพย์สินของข้าพเจ้าเป็นไปตามหลักการทางบัญชีที่คนปกติเขาใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวันหรือไม่
(2) การปฏิบัติต่อข้าพเจ้าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่
(3) ได้ปฏิบัติกับข้าพเจ้าเท่าเทียมกับปฏิบัติต่อบุคคลอื่นๆ หรือไม่

ข้อ 3. ข้าพเจ้าจะได้แต่งตั้งทนายความขึ้นต่อสู้ในชั้นศาลยุติธรรมต่อไป และหาก ในที่สุดศาลตัดสินว่า ข้าพเจ้าไม่ได้กระทำผิดตามที่ ป.ป.ช. มีมติแล้ว ถึงตอนนั้น ป.ป.ช. จะรับผิดชอบต่อความไม่เป็นธรรมที่ได้กระทำกับข้าพเจ้าหรือไม่ อย่างไร


ป.ป.ช.ชี้มูล ‘ธาริต’ ร่ำรวยผิดปกติ จ่อยึดทรัพย์กว่า 300ล้าน

ป.ป.ช. มีมติ 7 ต่อ 0 ชี้มูลความผิด ‘ธาริต’ ร่ำรวยผิดปกติ เตรียมส่งอัยการฟ้องศาลยึดทรัพย์กว่า 346 ล้านบาท

นายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่า นายธาริต เพ็งดิษฐ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่ำรวยผิดปกติ และคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการร่ำรวยผิดปกติของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ , นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ คู่สมรส และ บุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นการชั่วคราวตามมาตรา 78 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 รวมมูลค่า 90,260,687.40 บาท

dsi-11
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดี ดีเอสไอ

ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณารายงานผลการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่า นายธาริต และ นางวรรษมล มีทรัพย์สินจำนวนมาก หรือมีทรัพย์สินมากหรือมีหนี้สินลดลงมาก เกินกว่าฐานะและรายได้ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐจะพึงมีได้ อีกทั้งยังปรากฏพฤติการณ์โอน ยักย้าย แปรสภาพ หรือซุกซ่อนทรัพย์สิน รวมทั้งให้บุคคลอื่นถือทรัพย์สินแทน กล่าวคือ ให้นายปิยฤกษ์ อรรถกานต์รัตน์ ซึ่งเป็นหลานชายของนายธาริตและนางวรรษมล และบริษัท ปิยธนวรรษ จำกัด ซึ่งมีนายปิยฤกษ์ และนางกานดา เผือดจันทึก น้องสาวของนางวรรษมล เป็นกรรมการบริษัท มีชื่อเป็นผู้ถือครองทรัพย์สินจำนวนมากแทนนายธาริต และนางวรรษมล จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า นายธาริต ร่ำรวยผิดปกติ รวมมูลค่า 346,652,588.52 บาท

โดยมีทรัพย์สินมากผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ หรือหนี้สินลดลงมากผิดปกติแต่เนื่องจากทรัพย์สิน ที่ร่ำรวยผิดปกติดังกล่าวบางส่วนได้มีการโอน ยักย้าย แปรสภาพ หรือซุกซ่อนทรัพย์สิน ทำให้ไม่สามารถติดตามทรัพย์สินได้ คงเหลือทรัพย์สินที่นายธาริต ได้มาโดยร่ำรวยผิดปกติที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีคำสั่งอายัดไว้เป็นการชั่วคราว จำนวน 90,260,687.40 บาท ทรัพย์สินที่ได้มาโดยร่ำรวยผิดปกติในส่วนที่เหลือจำนวน 256,391,901.12 บาท ให้บังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของนายธาริต และนางวรรษมล โดยให้ส่งรายงานและสำนวน การไต่สวนให้อัยการสูงสุดยื่นคำร้องต่อศาล ซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเพื่อขอศาลสั่งให้ทรัพย์สินตก เป็นของแผ่นดิน ตามมาตรา 80 และมาตรา 83 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

1111

333

MThai News