ผบ.ตร. ชี้มี ตร. เอี่ยวมาเฟีย หนักสุดยาเสพติด-ปืน

‘พล.ต.อ.จักรทิพย์’ ผบ.ตร. ยันพร้อมลุย ‘ปราบมาเฟีย’ ระบุไม่เจาะจงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ชี้มีรายชื่อตำรวจเอี่ยวด้วย 

วันนี้ 10 มี.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ยืนยัน ถึงนโยบายการปราบปรามผู้มีอิทธิพล ตามนโนบายของรัฐบาลนั้น ยืนยันว่าไม่ใช่การปราบปรามในส่วนของการเมือง เพราะเป็นการทำในภาพรวมทั้งประเทศ ไม่เฉพาะเจาะจงกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด ส่วนรายชื่อนั้นมีทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่

S__7962656-450x300

ส่วนเรื่องที่ได้สั่งการให้ทำการสำรวจรายชื่อตำรวจ หรือข้าราชการที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มที่มีอิทธิพลนั้น มีกำหนดส่งรายชื่อภายในวันศุกร์นี้ ซึ่งกลุ่มที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเลิกพฤติกรรมไปแล้วก็จะมีการหารืออีกครั้ง ว่า ข้อเท็จจริงเป็นไปตามนั้นหรือไม่ ส่วนที่ยังมีพฤติกรรมก็จะดำเนินการตามขั้นตอน

ทั้งนี้ จะดำเนินการทั้งผู้ที่มีอิทธิพลโดยตรงหรือผู้ที่เกี่ยวข้องตาม 16 ฐานความผิดที่กำหนดไว้ ซึ่งขณะนี้ฐานความผิดที่มีมากที่สุดคือยาเสพติด ขณะที่ฐานความผิดเกี่ยวกับอาวุธสงคราม โดยยืนยันว่า ตำรวจไม่หนักใจ เพราะถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ แต่คนที่หนักใจคือคนที่มีรายชื่อ ดังนั้น จึงขอให้ ลด ละ เลิก พฤติกรรม และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่

ขอบคุณข้อมูล INN

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ผลวิจัยชี้ ‘คนอวดผัว’ บนโลกโซเชียล แท้จริงไม่มั่นใจในความรัก

ผลวิจัยชี้ คนที่ชอบโพสต์ภาพคู่รักผ่านโลกโซเชียล แท้จริงแล้วไม่มั่นใจในความสัมพันธ์กับฝ่ายตรงข้าม

เป็นประเด็นพูดคุยอย่างสนุกสนาน สำหรับคนโสด หรือ คนไร้คู่ ที่มักออกอาการอิจฉาตาร้อนคนที่ชอบโพสต์ภาพคู่กับคนรักผ่านโลกโซเชียลอยู่บ่อยครั้ง

คนอวดผัว,ไม่มั่นใจในความรัก,โลกออนไลน์
ผลวิจัยชี้ ‘คนอวดผัว’ บนโลกโซเชียล แท้จริงไม่มั่นใจในความรัก

ล่าสุดผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยถึง 4 แห่งสหรัฐฯ และ แคนาดา ได้แก่ มหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น, มหาวิทยาลัยมิซซิสเซากา, มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน เมดิสัน และวิทยาลัยฮาเวอร์ฟอร์ด เปิดเผยว่า ผู้ที่มักจะโพสต์ภาพคนรักผ่านโลกออนไลน์ แท้จริงแล้วพวกเขามีปมบางอย่างในความสัมพันธ์

ผลการวิจัยดังกล่าว ถูกตีพิมพ์ลงในวารสารชื่อ บุคลิกภาพและจิตวิทยาสังคม (Personality and Social Psychology Bulletin) กล่าวถึง กลไกทางจิตวิทยา ซึ่งการโพสต์ภาพคู่ หรือภาพคนรัก เป็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง “ความสัมพันธ์ที่ทำให้มองเห็นได้” ผ่านทางช่องทางต่าง ๆ บนโซเชียล เพื่อย้ำเตือนสังคมเห็นว่า เขาและคนรักยังมีความสัมพันธ์ที่ดี ซึ่งนั่นเป็นพฤติกรรมที่สร้างขึ้นมาและตรงข้ามกับความเป็นจริง

อย่างไรก็ตามเมื่อ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่มั่นใจหรือหวาดระแวงในความสัมพันธ์ระหว่างคู่รัก ทำให้มีแนวโน้มที่จะแสดงออกให้ผู้อื่นรับรู้เรื่องราวระหว่างคู่ของตน ด้วยการใช้สิ่งที่เรียกว่า “ความสัมพันธ์ที่ทำให้ผู้อื่นมองเห็นได้” ซึ่งนั่นเป็นการวาดภาพสิ่งที่ตนอยากให้คนอื่นเข้าใจ ผ่านโลกออนไลน์ เพื่อปกปิดความจริง และความกังวลใจที่มีต่อความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั่นเอง

MThai News

‘ธ.ออมสิน’ ลุยปล่อยกู้บ้านประชารัฐ คิดดอกเบี้ยต่ำกว่าตลาด

ธ.ออมสิน ลุยโครงการบ้านประชารัฐวงเงิน 20,000 ล้านบาท คิดดอกเบี้ยต่ำกว่าตลาด พร้อมชง ครม. 15 มี.ค. นี้

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ในวันที่ 15 มีนาคม ทางธนาคารจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาโครงการบ้านประชารัฐ จะปล่อยสินเชื่อให้ผู้มีรายได้น้อย วงเงินรวมทั้งสิน 60,000 ล้านบาท จากทั้ง 3 ธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ ธนาคารละ 20,000 ล้านบาท จากจะช่วยให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยได้ไม่ต่ำกว่า 20,000 ราย

711

สำหรับอัตราดอกเบี้ย จะคิดเป็นขั้นบันได ไม่ใช่อัตราดอกเบี้ยเรทเดียว เฉลี่ยไม่เกิน ร้อยละ 3 – 4 ระยะเวลา 6 ปี ต่ำกว่าปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยในตลาดเฉลี่ย 5 ปี จะอยู่ที่ร้อยละ 5 ขึ้นไป โดยจะปล่อยสินเชื่อบ้านโดยตรงให้กับรายย่อย ไม่ได้ปล่อยให้กับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ราคาบ้านไม่เกิน 1.5 ล้านบาท โดยผู้ซื้อบ้านจะสามารถกู้เพื่อซ่อมแซ่ม ซื้อบ้านมือ 2 และบ้านใหม่ราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัย

นายชาติชาย กล่าวต่อว่า การปล่อยสินเชื่อผ่านโครงการบ้านประชารัฐ วงเงิน 20,000 ล้านบาทของทางธนาคาร จะไม่มีผลกระทบต่อสภาพคล่องของธนาคารอย่างแน่นอน เนื่องจากทางธนาคารมีเงินฝากสูงถึง 2.1 ล้านล้านบาท มีสภาพคล่อง 3 – 4 แสนล้านบาท

ปัจจุบันธนาคารออมสินปล่อยสินเชื่อบ้านที่ต่ำกว่าราคา 1 ล้านบาท อยู่ประมาณร้อยละ 30 – 40 ของพอร์ตสินเชื่อ รวมทั้งสิ้น 3 แสนล้านบาท โดยในแต่ละปีจะปล่อยสินเชื่อกลุ่มราคาบ้านต่ำกว่า 1 ล้านบาท ประมาณ 6 – 7 หมื่นล้านบาท ส่วนการปล่อยสินเชื่อให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไปพัฒนาโครงการ ธนาคารออมสินพร้อมสนับสนุอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งธนาคารปล่อยสินเชื่อให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มโครงการบ้านราคาต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท มีสัดส่วนร้อยละ 30 ของพอร์ตสินเชื่อที่ให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์โครงการบ้านราคา 1.5 ล้านบาท ถึง 3 ล้านบาท มีสัดส่วนร้อยละ 20 และที่เหลือ เป็นกลุ่ม 3 ล้านบาทขึ้นไป

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News