รัฐทุ่มงบฯเปิดร้านประชารัฐขายสินค้าโอท็อปในปั๊มปตท.

รัฐทุ่มงบฯ 100 ล้าน เปิด “ร้านประชารัฐ” ขายสินค้าโอท็อปในปั๊มปตท.ทั่วประเทศ หวังสร้างรายได้ชุมชน-กระตุ้นการจ้างงาน 

เมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า รัฐบาลเตรียมเปิด “ร้านประชารัฐสุขใจ Shop” ที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท.จังหวัดละ 2 แห่ง รวม 148 แห่งทั่วประเทศ วันที่ 1 เม.ย.นี้ เพื่อเป็นศูนย์จำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอท็อป) และให้บริการข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยวในท้องถิ่น โดยคัดเลือกและพัฒนาคุณภาพสินค้าและบรรจุภัณฑ์ก่อนนำขึ้นชั้นวางจำหน่ายทุกร้านค้า

The PTT Pcl logo is displayed at a gas station in Bangkok, Thailand, on Wednesday, Feb. 29, 2012. PTT is Thailand's biggest company. Photographer: Brent Lewin/Bloomberg via Getty Images

โดยรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ 100 ล้านบาท ระยะ 3 ปี (2559-2561) เพื่อผลักดันโครงการประชารัฐเพื่อวิสาหกิจชุมชน หรือร้านประชารัฐสุขใจ เป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าให้ผู้ผลิตสินค้าโอท็อปและวิสาหกิจชุมชน โดยจะคัดสรรสินค้าโอท็อปเด่นของแต่ละจังหวัดในระดับเกรดเอและบี มาวางจำหน่ายพร้อมทั้งจะพัฒนาคุณภาพและรูปแบบบรรจุภัณฑ์ของสินค้าโอท็อปทั่วไปให้มีมาตรฐานเทียบเท่าเกรดเอและบี เพื่อวางจำหน่ายต่อไป

เบื้องต้นรัฐบาลวางเป้าหมายว่าจะมีสินค้าวางจำหน่ายปีละ 7,400-30,000 รายการ มีสินค้าที่จะได้รับการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ปีละ 500 รายการ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนทั่วประเทศปีละ 50 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงานหรือประชาชนร่วมผลิตสินค้าปีละ 1.48 แสนราย โดยหลังจากดำเนินการไปแล้ว 3 ปี ร้านประชารัฐสุขใจแต่ละร้านจะสามารถดูแลตนเองได้

สำหรับรูปแบบการบริหารจัดการร้านค้าได้กำหนดไว้ 3 รูปแบบ คือ ขับเคลื่อนโดยเครือข่ายโอท็อปของจังหวัด ขับเคลื่อนโดยสำนักงานพัฒนาชุมชนของจังหวัดประสานกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้า หรือขับเคลื่อนโดยอาศัยผู้ขายอาชีพ ทำหน้าที่รวบรวมและจัดส่งสินค้าเข้าร้าน โดยช่วงเดือนมีนาคม 2559 ได้ดำเนินการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่และคัดเลือกสินค้าเรียบร้อยแล้ว

อ่านข้อมูลทั้งหมดที่ >>> matichon

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

หนุ่มอ้างทำงานในบริษัท’แม่ประนอม’ โพสต์อีกมุมของลูกสาวโกงกิจการ

คดีพลิก!? หนุ่มอ้างทำงานในบริษัท’แม่ประนอม’ เผยอีกด้านของลูกสาวคนโตของแม่ประนอม 

จากกรณีที่ นางประนอม แดงสุภา ผู้ก่อตั้งธุรกิจ “น้ำพริกเผาแม่ประนอม” ร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกลูกสาวคนโต รวมหัวกับลูกเขย ฮุบที่ดิน-กิจการ แถมไล่แม่ออกจากบ้าน ทำให้เรื่องราวดังกล่าวกลายเป็นกระแสฮือฮา รวมถึงทำให้ลูกสาวคนโตถูกวิพากษวิจารณ์อย่างหนักในขณะนี้

ล่าสุดในโลกออนไลน์มีการแชร์ข้อความของผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Satit Kuadnok ซึ่งอ้างว่าตนเป็นหนึ่งในพนักงานในบริษัทพิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม โดยโพสต์ระบุว่า

“‎คนไทยใจเย็นๆ‬ ผมก็คือหนึ่งคนที่อยู่ บริษัทพิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม ณ ตอนนี้บริษัทโดนสังคม
โจมตีทางด้านลบต่างๆ นานา ด่าว่าในสิ่งที่เสียหายทั้งนั้น เพราะบุคคลเหล่านั้นที่เข้ามาด่าว่าทางบริษัทพวกคุณไม่รู้จักไม่ได้สัมผัสไม่ได้มาอยู่เลยไม่รู้ว่า คุณศิริพร แดงสุภา และคุณสุชาติ ภาษาประเทศ ท่านเป็นคนอย่างไร กับข่าวที่ออกมานั้นมันแตกต่างจากนิสัยใจคอของท่านโดยสิ้นเชิง ท่านเป็นคนดี มีเมตตา และก็ช่วยเหลือพนักงานทุกๆ คนที่มีเรื่องเดือดร้อน ตัวผมเอง และครอบครัวของผมก็ได้รับการช่วยเหลือ และดูแลจากท่านเช่นกัน

ส่วนเรื่องที่ท่านโดนกล่าวหาในสังคมนั้นว่าเป็น ลูกทรพี เนรคุณ นั้นตัวผมเองยังเสียใจแทนท่านเลยครับเพราะขนาดคุณแม่ของผมเอง ท่านยังให้มาอยู่ในบริษัทดูแล และห่วงใยมาโดยตลอด หยุดเถอะครับ พอเถอะครับ พวกคุณไม่รู้จักเขาจริง อย่ามาด่าว่าเขาเลย มันไม่ทำให้คุณมีความสุขเอาชีวิตของพวกคุณหรือเวลาว่างของพวกคุณไปทำมาหากินเถอะครับ อย่ามายุ่งเรื่องของครอบครัวเขาเลย เรื่องราวมันเป็นยังไงจะจบลงแบบไหนให้พวกคุณรอดูต่อไป”

หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจทางฝ่ายของคุณศิริพร แดงสุภา จำนวนมาก รวมถึงแชร์เรื่องราวของตน หลังได้รับการช่วยเหลือจากคุณศิริพร

ภาพจาก Satit Kuadnok

MThai News

ภาพว่อน ใบสั่งข้อหาคนนั่งหลัง ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย

เพจดังเมืองพัทยา แนะผู้โดยสารนั่งรถยนต์ส่วนบุคคล คาดเข็มขัดนิรภัย หลังมีคนถูกจับปรับในข้อหาดังกล่าว ด้านคนออนไลน์ยกข้อกฎหมายอ้างไม่ผิดเพราะบังคับไว้แค่คนนั่งแถวหน้า แถวเดียวกับคนขับเท่านั้น

วันนี้ (28 มี.ค. 59) เพจเฟซบุ๊ก @เรารักพัทยา ได้มีการโพสต์ภาพเตือนให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎจราจร ด้วยการให้ทุกคนที่โดยสารอยู่ในรถยนต์ส่วนบุคคลคาดเข็มขัดนิรภัย ไม่อย่างนั้นอาจจะถูกจับปรับดำเนินคดีได้

ใบสั่ง, เข็มขัดนิรภัย, ตำรวจ, ข่าวจังหวัดชลบุรี
ใบสั่ง

โดยภาพเตือนดังกล่าวเป็นภาพใบสั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ผู้โพสต์เผยว่า เป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาจอมเทียน ระบุข้อหาไม่คาดเข็มขัดนิรภัย (คนด้านหลัง) ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีกขอให้ผู้โดยสารที่นั่งเบาะหลังรถยนตร์ส่วนบุคคล อย่าลืมคาดเข็มขัดนิรภัยด้วย

ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่เผยว่าไม่ถูกต้อง เนื่องจากกฎหมายไม่ได้บังคับให้ดยสารในรถยนต์นั่งส่วนบุคคลคาดเข็มขัดนิรภัยทั้งหมด แต่เป็นรถตู้โดยสารสาธารณะต่างหากที่ทุกคนจะต้องคาดเข็มขัดนิรภัย

เนื่องจากมีกฎหมายบังคับใช้เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 57 ที่ผ่านมาว่า หากผู้โดยสารที่โดยสารทั้งรถตู้ และรถโดยสารสาธารณะ ไม่คาดเข็มขัดตลอดเส้นทางจะถูกปรับ 5,000 บาท ส่วนผู้ประกอบการที่ไม่ติดตั้งเข็มขัดนิรภัยถูกปรับ 50,000 บาท ซึ่งมาตรการดังกล่าวถูกประกาศออกมาเพื่อบังคับใช้ช่วยลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุ

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News