นายกฯขอบคุณ ‘ช้างศึก’ ทำคนไทยมีความสุข

นายกฯ เชียร์ทีม “ช้างศึก” ขอบคุณทำให้คนไทยมีความสุข ชู ทีมสปิริตทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้ หลังทีมชาติไทย เข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายบอลโลก โซนเอเชีย

วันที่ 25 มี.ค.59 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้ชมการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกรอบสอง ระหว่างทีมชาติไทย และทีมชาติอิรัก เมื่อคืนนี้ พร้อมประชาชน และยังฝากขอบคุณนักฟุตบอลทีมชาติทุกคน ผู้จัดการทีม เจ้าหน้าที่สต๊าฟฟ์โค้ช ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ที่ทำให้ฟุตบอลทีมชาติไทย สามารถเข้าสู่รอบ 12 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกโซนเอเชีย ได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งนำความสุขมาให้แก่พี่น้องคนไทยทั้งประเทศ ถือว่าเราใกล้ความฝันความตั้งใจเข้าไปอีกขั้นหนึ่ง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (12)

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ชื่นชมมาว่า เป็นการแข่งขันที่แสดงถึงความสามารถ ความแข็งแกร่ง และความมีวินัยของนักกีฬาทั้งสองชาติ เป็นเกมที่สนุกสนาน ตื่นเต้นจนนาทีสุดท้าย และสร้างความประทับใจให้กองเชียร์ที่ได้ชม นอกจากนี้ ยังฝากขอบคุณเป็นพิเศษ รวมถึงครอบครัว และผู้อยู่เบื้องหลังของนักกีฬาแต่ละคนเพราะทุกคนมาถึงวันนี้ได้ มิใช่เพียงเพราะผู้ฝึกสอนในปัจจุบันเท่านั้น แต่ความสำเร็จนี้มาจากคุณพ่อคุณแม่ที่ทุ่มเท ลูก ภรรยาที่คอยให้กำลังใจ และครูอาจารย์ที่ถ่ายทอดวิชาให้ตั้งแต่สมัยยังเป็นเยาวชน อยากให้นักกีฬาทุกคน ไม่ลืมขอบคุณผู้อยู่เบื้องหลังและอยู่ข้าง ๆ ที่คอยสนับสนุนนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี จะร่วมเชียร์ทีมชาติไทย ในการแข่งขันรอบต่อไป เชื่อว่าความสามัคคี ความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของทุกคนในทีมงาน จะทำให้ทุกอย่างสำเร็จตามเป้าหมาย

ข้อมูลINN   

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

จ่อชงลดโครงสร้างภาษีอากรระยะที่ 2 กว่า 1พันรายการ

กรมศุลกากร เล็งชงที่ประชุม ครม. ขอมติปรับลดโครงสร้างภาษีอากร ระยะที่ 2 ตามข้อบังคับ WTO

นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากร จะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. พิจารณาและเห็นชอบปรับลดโครงสร้างภาษีอากร ระยะที่ 2 รวมกว่า 1,000 รายการ จาก 56 หมวด ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงที่ทำไว้กับ องค์การการค้าโลก หรือ WTO

tax

ซึ่งส่งผลทำให้การจัดเก็บรายได้หายไปกว่าปีละ 3,000 – 4,000 ล้านบาท เบื้องต้นทางกรมได้เตรียมวิธีรองรับผลกระทบจากการลดโครงภาษีอากรแล้ว ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบเพื่อปิดช่องการหนีภาษี โดยนำระบบไอทีเข้ามาดำเนินการในแต่ละด่านกว่า 48 ด่าน และปรับปรุงฐานข้อมูลให้ตรงกัน ลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ โดยสามารถตรวจสอบได้ทันที ว่าสิ่งของ พิกัด และราคา อัตราอากรต่าง ๆ ถูกต้องหรือไม่ ช่วยให้การจัดเก็บภาษี มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน ทางกรมฯ ยังเร่งพัฒนาระบบเพื่อปกป้องสังคม โดยจะนำระบบอิเล็กทรอนิกส์ เข้ามาใช้ตรวจสอบสินค้าผ่านแดน เนื่องจากที่ผ่านมา ของที่นำออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน จะมัดลวดเท่านั้น ทำให้เปลี่ยนแปลงระหว่างทางได้ หรืออาจไปไม่ถึงจุดปลายทาง

ที่มา INN

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

สวดยับ! สาวดราม่า ถูกผีแฟนเก่าอำ 5 ปี ทิ้งลูกคนแรกให้ยายเลี้ยง

สวดยับ! สาวมารายการคนอวดผี ดราม่า ถูกผีแฟนเก่าอำ 5 ปี  คุณริว จิตสัมผัสซัดเป็นเพราะทิ้งลูกคนแรกให้ยายเลี้ยง   

กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ สำหรับเรื่องราวของแขกรับเชิญรายหนึ่งในรายการ คนอวดผี ช่วงศูนย์บรรเทาทุกข์ผี เมื่อคืนวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งสาวดังกล่าว เล่าว่า ตนถูกผีอำ นานกว่า 5 ปีเต็ม โดยเชื่อว่าเป็นดวงวิญญาณของแฟนเก่าที่เลิกรากันไปแล้ว จากนั้น ริว จิตสัมผัส ก็ได้อธิบายว่า เป็นเพราะไม่ได้เลี้ยงลูกคนแรกให้ดี นำไปฝากให้ยายของเด็กเลี้ยง ต่างจากลูกอีกคนหนึ่ง ทำให้แฟนเก่าคิดถึงลูกคนแรก และอยากเตือนให้เธออย่าลืมลูกอีกคน และควรจะเลี้ยงดูลูกให้เท่า ๆ กัน

สาวดราม่า ถูกผีแฟนเก่าอำ 5 ปี ทิ้งลูกคนแรกให้ยายเลี้ยง

หลังจากที่รายการได้ออกอากาศไป แฟนรายการจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นในแฟนเพจ คนอวดผี ถึงกรณีของแขกรับเชิญรายนี้จำนวนมาก โดยตั้งข้อสงสัยที่เธอไม่ยอมนำลูกไปเลี้ยงดูเอง ทั้งที่ส่วนตัวก็ไม่ได้ลำบากอย่างที่พยายามบอก มีทองใส่ แถมยังชี้ให้เห็นด้วยว่าแขกรับเชิญคนนี้ออกอาการอึกอัก มีพิรุธในขณะที่ถูก ริว จิตสัมผัส ซักถามว่าเธอเลี้ยงดูลูกคนแรกอย่างไร จนแทบจะกลายเป็นดราม่าในเพจ

นอกจากนี้ ริว จิตสัมผัส ยังโพสต์ภาพหญิงสาวในรายการคนอวดผี ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวด้วย พร้อมระบุว่า  “คนเราทุกคน มีความจำเป็นกันทั้งนั้น แต่เมื่อไหร่ที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อแม่คน ไม่ว่าเหตุผลนั้นจะมีความจำเป็นที่ทำให้เราไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ควรคิดให้มากคือลูก อย่าให้ความจำเป็นนั้น มาทำร้ายลูกด้วยการไม่กล้าบอกความจริงให้ลูกรู้ อย่าคิดแทนลูกว่าถ้าเค้ารู้จะรับไม่ได้ เพราะสุดท้ายแล้วคำตอบที่โกหกลูกจะกลับมาทำร้ายคุณและลูกในภายหลัง ฝากไว้ให้คิด”

ในเวลาต่อมา สาวแขกรับเชิญเจ้าของประเด็นดราม่า ได้ออกมาโพสต์ระบายผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ยืนยันว่ารักลูกเท่ากัน แต่เป็นฝ่ายยายของเด็กที่ไม่ยอมให้เอาลูกมาเลี้ยงเอง เพราะเขาเลี้ยงกันมานานแล้ว สำหรับเรื่องสร้อยทองนั้นก็เป็นของขวัญที่เธอได้มาจากแฟนใหม่ ขอพวกโลกสวยอย่าได้มาต่อว่าอะไรอีก

ที่มา/ภาพ คนอวดผี, workpoint, riew_wp

MThai News