ผุดแนวคิด! ขึ้นค่าน้ำช่วง ‘สงกรานต์’ อ้างอยากให้ทุกคนประหยัด

กกร.ผุดแนวคิดเก็บค่าน้ำประปาเพิ่มช่วง ‘สงกรานต์’ อ้างอยากให้ทุกคนประหยัดน้ำและหวั่นกระทบภัยแล้ง

นายธวัชชัย ยงกิตติกุล ที่ปรึกษาสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า จากการหารือกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มีแนวคิดเสนอให้รัฐบาลเก็บค่าน้ำประปาส่วนต่างแก่ทุกภาคส่วนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อนในอัตราที่แพงขึ้น เพื่อให้ประชาชนและทุกฝ่ายตระหนักถึงการประหยัดน้ำ รวมถึงตระหนักถึงปัญหาภัยแล้ง ซึ่งถือว่าวิกฤตเป็นอย่างมาก

551995077

กกร.เห็นว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะใช้น้ำสำหรับเล่นสาดน้ำกัน ขณะที่ภาคเกษตรต่างจังหวัดงดทำนา ทำสวนเพราะน้ำไม่เพียงพอ แต่เราคนเมืองจะทำอะไรได้บ้าง ซึ่งกกร.ตระหนักถึงปัญหาภัยแล้งที่ถือว่าวิกฤตสุดอีกปีหนึ่ง

ทั้งนี้ จึงเสนอให้การประปานครหลวง (กปน.) ศึกษาปริมาณการใช้น้ำย้อนหลังของทุกส่วนในช่วงเดือนเม.ย.2558 หรือช่วงแล้งปีที่แล้วมาเปรียบเทียบ หากเดือนเม.ย.2559 ใช้เพิ่มขึ้นกว่าเดิม ส่วนที่เพิ่มขึ้นควรจะจ่ายในอัตราที่สูงขึ้น ส่วนจะราคาเท่าใด ช่วงเวลาใด ถ้ารัฐรับหลักการดังกล่าว กกร.พร้อมที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติม

MThai News

เอาใจไปเลย ร้านน้ำเต้าหู้ใจหล่อ แจกฟรีคุณแม่ตั้งครรภ์จนกว่าจะคลอด

ชื่นชมร้านน้ำเต้าหู้เมืองสมุทรปราการ หลังขึ้นป้ายแจกฟรี น้ำเต้าหู้ ให้คุณแม่ตั้งครรภ์จนกว่าจะคลอด

เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (22 มี.ค. 59) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก @‎Sowuiso Wolove ได้มีการเผยแพร่ภาพสุดประทับใจของร้านน้ำเต้าหู้แห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทราปราการ ที่ใจดีแจกน้ำเต้าหู้ฟรีวันละ 1 ถุงให้กับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์จนกว่าจะถึงวันคลอด

ร้านน้ำเต้าหู้, ตั้งครรภ์, ข่าวจังหวัดสมุทรปราการ
น้ำเต้าหู้

โดยผู้โพสต์คนดังกล่าวเผยว่า

ร้านของคนน้ำใจงาม ได้เห็นเรื่องราวดีๆ แบบนี้แล้วสังคมน่าอยู่ขึ้นเยอะเลยค่ะ ขอให้คุณพี่เจ้าของร้านเจริญรุ่งเรืองนะคะ cr,วุฒิ น้ำเต้าหู้สุขสวัสดิ์ สลัมบอย

ทั้งนี้เมื่อภาพและข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็น ชื่นชมน้ำใจของเจ้าของร้านน้ำเต้าหู้ร้านดังกล่าวเป็นอย่างมาก พร้อมอวยพรให้การค้าการขายเจริญรุ่งเรืองจากการกระทำดังกล่าว ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงน้ำใจเล็กๆ ของคน แต่นับว่าใหญ่ยิ่งสำหรับความห่วงใยที่คนในสังคมมีให้แก่กัน

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ร้านน้ำเต้าหู้, ตั้งครรภ์, ข่าวจังหวัดสมุทรปราการ

สาวใจเด็ด! ขึ้นรถทัวร์ถูกให้ตั๋วยืน ขอคืนตั๋ว จนโดนโชเฟอร์ขู่ทำร้าย

สาวร้อยเอ็ดใจเด็ด! ขึ้นรถทัวร์ถูกให้ตั๋วยืน ขอคืนตั๋วแต่โดนมีปากเสียงกับพนักงานรถ และโชเฟอร์ขู่ทำร้าย 

กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ ซึ่งกำลังแห่แชร์ภาพ และคลิปของสาวรายหนึ่ง หลังเจ้าตัวอ้างว่า เมื่อวันอาทิตย์ (20 มี.ค.) ที่ผ่านมา ได้เดินทางจากร้อยเอ็ด ไปยังจังหวัดนครราชสีมา ปรากฎว่ารถเต็ม ได้ยืน ทำให้สาวรายนี้ตัดสินใจคืนตั๋ว ขณะที่ผู้โดยสารรายอื่นๆ จะคืนตั๋วเช่นเดียวกัน ทำให้เกิดปากเสียงกันกับพนักงานรถ โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ Sirilak Fongyoi ได้โพสต์เรื่องราวของตนบนรถทัวร์ ระบุว่า

สาวใจเด็ด! ขึ้นรถทัวร์ถูกให้ตั๋วยืน ขอคืนตั๋ว จนโดนโชเฟอร์ขู่ทำร้าย

“การบริการรถโดยสาร กับพฤติกรรมของผู้ขับรถ วันนี้จะขึ้นรถไปโคราช ได้ซื้อตั๋วรถ กรุงเทพฯ-อุบล ป.1. 25-59 พอรถมาขึ้นไป ปรากฎว่า รถเต็ม มีคนยืนมากกว่า10 และจะขึ้นไปอีกว่า 20 คน พอขึ้นไปถึงให้ยืน ไล่คนที่จะลงใกล้ๆ สารคามฯ บ้านไผ่ให้ยืน ให้คนที่จะลง กทม. นั่ง เลยตัดสินใจ ขอคืนตั๋ว เพราะกลัวเกิดอุบัติเหตุ และทุกคนที่จะได้ยืมพร้อมจะคืนตัวทุกคน ปรากฎว่า มีปากเสียงกัน แล้วบอกว่าตนเป็นต้นเหตุ ที่ทำให้ทุกคนลง และเสียเวลาตนเลยถามกลับว่าหนูก็เสียเวลาคะ ซื้อตั๋วทุ่มครึ่ง

รถมา 20.20น.คนขับรถ และคนคุมรถด่าใช้คำไม่สุภาพ และจะตีตน ทั้งสองคน แต่พี่ๆ ที่อยู่ บขส ก็พร้อมช่วย พูดไม่เพราะ มารยาทไม่ดี แต่วันนี้ตนไม่ยอมให้ผู้ที่ต้องเดินทางโดยสาร ต้องถูกเอาเปรียบ การบริการไม่ดี รับผู้โดยสารเกินอัตรา และยังขู่ และจะใช้กำลังกับผู้โดยสาร ขู่ว่าเจอที่ไหนจะฆ่า ไม่ยอมแน่ๆ การให้บริการกับผู้รับบริการมันต้องถูกต้องตามข้อตกลง เพราะทุกคนซื้อตั๋วมาเหมือนกัน ถ้าทำแบบนี้ได้เขาก็ต้องทำกับคนอีกได้อีก ช่วยกันแชร์ รถโดยสารคันนี้หน่อยนะคะ เพื่อความปลอดภัยกับผู้โดยสารค่ะ”

หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ บรรดาชาวเน็ตต่างแชร์จำนวนมาก จนกลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโซเชียล พร้อมเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของพนักงานรถอีกด้วย

ทั้งนี้ ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน 1584  ได้สั่งบริษัทต้นสังกัด หยุดเดินรถ 7 วัน  พร้อมไล่ออกคนขับรถพร้อมคนรถในคลิปฉาว พร้อมเสียค่าปรับ เป็นจำนวนเงิน 5,000 บาท และข้อหาแต่งกายไม่สุภาพเรียบร้อยอีก 5,000 บาท รวมทั้งสิ้น 10,000 บาท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ขอบคุณภาพ Sirilak Fongyoi 

MThai News