ยิ่งลักษณ์ขึ้นศาลสู้คดีข้าวนัด5มั่นใจพยาน

เกาะติด! “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ” อดีตนายกฯ เดินทางฟังการไต่สวนคดีจำนำข้าว ครั้งที่ 5 

วันที่ 23 มี.ค.59 ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถนนแจ้งวัฒนะ นัดไต่สวนพยานโจกท์ครั้งที่ 5 ในคดีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลอาญามาตรา 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 (ทุจริตจำนำข้าว) ที่ละเลยไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวสร้างความเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท

40-8

โดยเวลา 9.00น. เมื่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางมาถึงได้มีประชาชนและแฟนคลับแห่มอบดอกกุหลาบสีแดงพร้อมส่งเสียงให้กำลังใจ พร้อมระบุเพียงสั้นว่า ขึ้นศาลวันนี้มั่นใจในพยาน ปัด พูดเรื่องแก้ร่างรัฐธรรมนูญ เพียงแต่ขอให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย ขณะที่พยานโจทก์คดีจำนำข้าววันนี้ คือ รอง ผอ.สบน.’ศิรสา กันต์พิทยา’ ขึ้นเบิกความหนี้สาธารณะของโครงการฯ

นอกจากนี้ ก่อนเดินทางมาศาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ทวีตข้อความ ระบุว่า  “วันนี้เดินทางมาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อฟังการซักค้านพยานโจทก์ ครั้งที่ 5 ค่ะ” 

41

ภาพ @brnititorn

‘ยิ่งลักษณ์’ พร้อมผู้สนับสนุนในวันไต่สวนพยานโจทก์นัด 5 คดีข้อกล่าวหาปล่อยปละละเลยทุจริตรับจำนำข้าว (2) pic.twitter.com/Y1vor7DkFf

— beernititorn (@brnititorn) 23 มีนาคม 2559

ตร.เร่งสอบคดี ‘ทายาทกระทิงแดง’ หลังบางข้อหาหมดอายุความ

ตร.เร่งสอบคดี ‘ทายาทกระทิงแดง’ หลังบางข้อหาหมดอายุความ ผบช.น. ชี้ไม่กระทบ เนื่องจากยังเหลืออีก 2 ข้อหาหนัก

เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เปิดเผยถึงกรณีที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.สั่งการให้พล.ต.ท.ศานิตย์ ทำรายงานชี้แจงคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทกระทิงแดง หมดอายุความหลังอัยการศาลอาญากรุงเทพใต้ส่งสำนวนกลับมาให้พนักงานสอบสวนสอบเพิ่มในบางประเด็นในข้อหาขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดว่า

1458636759_41444e6a8daf4990b9303f3e8fe6f4f6

ทั้งนี้คดีดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2555 และพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เจ้าของพื้นที่ก็ได้ทำสำนวนส่งอัยการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 26 ก.พ.2556 ตั้งข้อหา 3 ข้อหา ได้แก่ ขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ,ไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือผู้ถูกชน และขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งแท้จริงแล้วก็ไม่ได้มีผลอะไร

เนื่องจากข้อหาอื่นๆ ก็ยังมีอยู่ และโทษหนักกว่า ตนจึงมองว่าที่ข้อหาดังกล่าวหมดอายุความไปนั้น ก็ไม่ได้กระทบต่อรูปคดีแต่อย่างใด เนื่องจากในส่วนของข้อหาขับรถเร็วฯ นั้น มีอัตราโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท อายุความเพียง 1 ปี  จึงเหลือ 2 ข้อหาที่รอพิจารณา คือขับรถประมาทฯ และข้อหาไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือฯ อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่ากฎหมายต้องเสมอภาค ไม่ว่าจะมีเงินหรือไม่ หากผิดก็ต้องติดคุกเช่นกัน ขอให้สบายใจได้

รายงานข่าวแจ้งอีกด้วยว่า เนื่องจากมีการระบุข้อมูลจากทางพนักงานสอบสวนด้วยว่า พนักงานอัยการแจ้งทางพนักงานสอบสวนให้ทำการสอบสวนเพียง 1 วัน ทางพนักงานสอบสวนรับปากจะดำเนินการสอบสวนในประเด็นต่างๆ ให้ ก่อนครบกำหนดอายุความในคดีข้อหาข้อหาขับรถเร็วเกินกว่ากำหนด พร้อมนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้อง

แต่ไม่สามารถส่งตัวผู้ต้องหาเพื่อฟ้องร้องได้ทัน ตามที่พนักงานอัยการทำหนังสือแจ้งมา เนื่องจากผู้ต้องหาอยู่ระหว่างเดินทางไปยังต่างประเทศช่วงเวลานั้น อย่างไรก็ตาม การดำเนินการลักษณะดังกล่าวคล้ายกับเป็นการดึงสำนวนไว้เพื่อให้ขาดอายุความหรือไม่ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

ที่มา… ข่าวสด

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ลุ้น! หุ้นไทยทะลุ 1,400จุด จับตาเหตุระเบิดที่บรัสเซลส์ส่อกระทบ SET

เอเซีย พลัส ชี้ ลุ้นหุ้นไทยยืนทะลุ 1,400จุด ขณะ เหตุรุนแรงที่บรัสเซลส์คาดส่งผลกระทบเชิงลบต่อการลงทุน

บล.เอเซีย พลัส ชี้หุ้นไทยผันผวนปรับตัวพุ่งขึ้น จากแรงซื้อหุ้นสื่อสารหลัง JAS ทิ้งใบอนุญาต 4G คลื่น 900 MHz ทำให้คลายความกังวลว่าการแข่งขันจะรุนแรงขึ้นแต่โดนแรงขายทำกำไรออกมา หลังดัชนีขึ้นแตะระดับ 1,400 จุด ซึ่งเป็นแนวต้านสำคัญ แต่ต้องติดตามความคืบหน้าถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ทั้งการฟ้องร้องจาก กสทช. และความชัดเจนการจัดประมูลรอบใหม่

174-e1422593628899

ขณะที่ มี Sentiment เชิงลบจากสถานการณ์ต่างประเทศ จากกรณีเหตุการณ์ลอบวางระเบิดที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม แนะเลือกลงทุนในหุ้นที่ปันผลเด่น คือ ADVANC มองแนวโน้มตลาดระยะสั้นคาดหุ้นไทยแกว่งผันผวน เหตุรุนแรงที่บรัสเซลส์ อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อการลงทุน โดยให้ติดตามอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินในยุโรป ที่อาจจะอ่อนค่า รวมทั้งให้ติดตามผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายหรือไม่

แนะกลยุทธ์ลงทุนให้ทยอยขายทำกำไรเป็นหลัก ในช่วงที่ดัชนีเข้าใกล้ระดับ 1,400 จุด หรือเลือกเก็งกำไรหุ้นในกลุ่มโรงแรมและค้าปลีก

ขณะที่ บล.โนมูระ พัฒนสิน แนะกลยุทธ์ลงทุน แบ่งสัดส่วนลงทุนใน หุ้น 70% ทองคำ 2.5% ตลาดบอนด์ 5% และเงินสด 22.5% โดยสะสม และ ทยอยสะสมหุ้นพลังงาน คือ PTT, PTTEP, PTTGC รับราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง

รวมถึงหุ้นกลุ่มแบงก์อย่าง BBL, SCB ที่ Valuation เด่น บวกคลายกังวลต่อการปล่อยกู้ 4G และคาด กนง. คงดอกเบี้ยในการประชุม หนุนตลาดแกว่งขึ้นเหนือระดับ 1,400 จุด ส่วนหุ้น Mid & Small Caps ที่ยังคงมีสตอรี่เด่นที่น่าสนใจ เช่น กลุ่มน้ำตาล (BRR) แนวโน้มราคาน้ำตาลโลกฟื้นต่อเนื่อง ทำจุดสูงสุดในรอบ 16 เดือน

สำหรับหุ้นที่ได้รับอานิสงส์นโยบายภาครัฐ มาตรการลดหย่อนภาษีท่องเที่ยว-อาหาร หุ้นเด่น ERW, MINT, ROBINS บ้านประชารัฐ PS, LPN โครงการโครงสร้างพื้นฐาน CK, SCC, PYLON รวมทั้งหุ้นที่คาดกำไรปี 59 เติบโตเด่น ERW, CI, BCH, PLANB, SPA

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News