เสี่ยตันน้อมรับ รัฐขึ้นภาษีเครื่องดื่มน้ำตาลสูง แต่ขอให้เป็นธรรม

เสี่ยตัน ขอความเป็นธรรม ขึ้นภาษีเครื่องดื่มน้ำตาลสูง ด้านเพจดังแนะนำเงินภาษีไปให้กระทรวงต่างๆ พัฒนาแทนการเอาเงินเข้ากองกลางและนำไปผลาญจนไร้ประโยชน์

จากกรณีที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือ สปท. ได้มีมติเสนอให้รัฐบาลปรับขึ้นภาษีเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลเกินเกณฑ์มาตรฐานสุขภาพ อาทิ น้ำอัดลม ชาเขียว กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง นมเปรี้ยว นมถั่วเหลือง น้ำผลไม้ เพื่อเป็นการลดการบริโภคเครื่องดื่มรสหวานของประชาชนลง เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจนั้น

ภาษีน้ำตาล, น้ำอัดลม, ชาเขียว, ตัน ภาสกรนที, บันทึกหมอโหด
ตัน ภาสกรนที

ล่าสุด นายตัน ภาสกรนที หรือ ตัน อิชิตัน ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงเรื่องดังกล่าวว่า หากเป็นนโยบายของรัฐผู้ประกอบการก็พร้อมจะทำตาม แต่ควรดำเนินการให้เป็นธรรม คือเก็บภาษีทุกเซ็กเม้นท์ให้ครบถ้วน ทั้งรายเล็กและรายใหญ่ สำหรับบริษัทเองจะดำเนินการปรับใน 2 ส่วนคือ การลดปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่ม และการปรับราคาสินค้า แต่อาจจะต้องมาพิจารณาเป็นรายผลิตภัณฑ์ว่าควรจะปรับอย่างไรให้เหมาะสม

ขณะที่เพจ บันทึกหมอโหด ก็ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงเรื่องดังกล่าวข้างต้นด้วยว่า ขึ้นภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง โดยอ้างว่า เพื่อลดน้ำตาลในประชากรทั่วไป และผู้ป่วยเบาหวาน

ดังนั้น ภาษีตรงนี้ ควรเอาไปกระทรวงสาธารณสุขพัฒนาการดูแลรักษา, เอาไปกระทรวงศึกษาฯ ให้ประชากรมีความรู้, เอาไปกระทรวงวิทยาศาสตร์วิจัยพัฒนายาใหม่ๆ อาหารใหม่ๆ เอาไปให้กระทรวงเกษตรฯ พัฒนาสารให้ความหวานทดแทนน้ำตาลที่มาจากธรรมชาติ ถ้าได้แบบนี้ ตนเห็นด้วย

แต่ถ้าเข้ากองกลาง เอาไปดูงาน เอาไปทำถนน เอาไปซื้ออาวุธ ซื้อปืน รถถัง เรือดำน้ำ เครื่องบิน ถนน รถไฟ หรือเอาไปไหนก็ไม่รู้ ตรวจสอบไม่ได้ เอาไปบริจาคแล้วหายกัน … แบบนี้ อย่าอ้างเหตุผลเรื่องสุขภาพ … แค่บอกมาตรงๆ ว่า อยากได้ตังค์ก็จบ แล้วผลักภาระไปผู้บริโภคโดยไม่มีอะไรตอบแทนเป็นชิ้นเป็นอัน

ปล. แต่ผมเห็นด้วยไม่เห็นด้วยก็เท่านั้นอะนะ … ที่นี่ที่ไหนก็รู้ๆ อยู่ 555

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

จนท.บุกตรวจท่าจอดเรือเจ้าสัว CP เหตุรุกพื้นที่ป่าสงวน

กรมทรัพยากรทางทะเลฯ ตรวจสอบที่ดินท่าเรือยอชต์ตระกูลเจียรวนนท์รุกป่าสงวน

รายงานข่าวแจ้งว่าวันนี้ (28 เม.ย. 59) เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นำโดยนายศักดา วิเชียรศิลป์ รองอธิบดีได้เข้าตรวจสอบที่ดินหลายแปลงในพื้นที่บ้านอ่างกะป่อง ต.ท่าโสม อ.เขาสมิง จ.ตราด ภายหลังพบว่ามีการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ

ป่าสงวน, เจ้าสัวซีพี, CP, ซีพี, คุณหญิงเอื้อปราณี เจียรวนนท์, กรมทรัพยากรทางทะเล, ท่าเรือซีพี
ท่าเรือซีพี

โดยจุดแรกที่ทำการตรวจสอบคือ บ้านเลขที่ 79 หมู่ 4 ต.ท่าโสม ติดแม่น้ำเวฬุ มีท่าเรือที่สามารถจอดเทียบเรือยอชต์ได้กว่า 10 ลำ บริเวณบ้านยังมีอู่ต่อเรือและลานจอดเฮลิคอปเตอร์ โรงไม้ และสิ่งปลูกสร้างอีกจำนวนหนึ่ง ก่อนจะทราบต่อมาว่าที่ดินดังกล่าวบางส่วนมีชื่อของคุณหญิงเอื้อปราณี เจียรวนนท์ ภรรยานายจรัญ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการกิตติมศักดิ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี เป็นเจ้าของ

ทั้งนี้จากการสอบสวนนายอนันต์ สว่างไสว ผู้ดูแลบ้าน และผู้นำเอกสารสิทธิดังกล่าวมาแสดงทราบว่า เรื่องที่ดินของคุณจรัญนั้นไม่ใช่ทั้งหมด มีทั้งของตนและของคนอื่นหลายคน คุณจรัญมีเรือสำราญที่นำมาฝากไว้ แต่นานๆ ครั้งจะเดินทางมาไม่บ่อยนัก ทั้งนี้การซื้อที่ดินดังกล่าวได้ดำเนินมากว่า 20 ปี ซึ่งท่าเรือได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่าอย่างถูกต้อง มีบางส่วนเช่าพื้นที่ของกรมเจ้าท่ามานานกว่า 15 ปี

ด้าน นายศักดา กล่าวว่า บ้านดังกล่าวปลูกสร้างอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ แต่หากมีการนำหลักฐานเอกสารสิทธิมาแสดง ก็ต้องมาสู้กันว่าการได้มาซึ่งเอกสารสิทธิถูกต้องหรือไม่ การได้มาซึ่งที่ดินนั้นผู้มีเงินสามารถซื้อต่อจากประชาชนที่ครอบครองได้เป็นสิทธิ แต่การได้มาซึ่งเอกสารสิทธิหากไม่ถูกต้องก็จะต้องถูกเพิกถอน

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

เศร้า! ช้างถูกบังคับแบกนักท่องเที่ยวกลางอากาศร้อนจัด หัวใจวายตาย

เศร้า! ช้างถูกบังคับแบกนักท่องเที่ยวกลางอากาศร้อนจัด ทำให้หัวใจวายตาย

เว็บไซต์เดลี่เมลรายงานเหตุชวนสลดจากประเทศกัมพูชา เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีช้างเพศเมียอายุประมาณ 40-45 ปี เป็นลมล้มพับลงไปกองที่พื้น เนื่องจากความอ่อนเพลียขณะแบก 2 นักท่องเที่ยวเยี่ยมชมวัด จนเป็นเหตุให้จากไปอย่างน่าเศร้าสลดใจ

ทั้งนี้ ช้างตัวดังกล่าวมีชื่อว่า เจ้าแซมโบ มันถูกใช้งานมาเป็นเวลานานราว 40 นาที ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด อุณหภูมิอากาศพุ่งสูงถึง 40 องศาเซลเซียล ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ระบุว่า เจ้าแซมโบเกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลัน เพลียแดดและขาดลมพัดที่จะช่วยให้ร่างกายเย็นขึ้น จนทำให้มันล้มลงและตายในที่สุด

โดยเจ้าแซมโบ ทำงานให้กับบริษัททัวร์ Angkor Elephant Company มาตั้งแต่ปี 2544 และนอกจากเจ้าแซมโบแล้วยังมีช้างตัวอื่น ๆ ถูกนำมาใช้แรงงานอีก 13 ตัวด้วยกัน ซึ่งหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทางผู้จัดการได้ออกมาเผยว่า ทางบริษัทรู้สึกเสียใจต่อการจากไปของมันมาก

หลังจากนั้น ภาพของเจ้าแซมโบที่หัวใจวายตาย ถูกนำไปโพสต์ลงโซเชียลและถูกแชร์ต่อกันเป็นจำนวนมากถึง 8,000 ครั้ง บรรดากลุ่มคนรักสัตว์ได้พากันออกเสียงวิจารณ์ว่า เพราะเหตุใดถึงนำช้างแก่แบบนี้มาใช้งานหนักในสภาพที่อากาศร้อนจัดถึงขนาดนี้ พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการยุติการใช้แรงงานช้างที่ทรมาน รวมไปถึงขอให้นักท่องเที่ยวไม่สนับสนุนการท่องเที่ยวที่ต้องใช้ช้างเป็นพาหนะอีก

MThai News