ศาลตัดสิน! ประหารชีวิตมือฆ่าทายาทตระกูล ‘เปาอินทร์’

ศาลจังหวัดนนทบุรี ตัดสินประหารชีวิต คิม เลิศลักษณากุล มือฆ่า ทายาทตระกูล ‘เปาอินทร์’ แต่ให้การเป็นประโยชน์ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

วันนี้ 28 เม.ย. ที่บัลลังก์ 16 ชั้น 3 ศาลจังหวัดนนทบุรี ได้อ่านคำพิพากษา คดีดำที่ อ.3432 /2558 คู่ความคดีที่อัยการจังหวัดนนทบุรีเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายเขมทัต หรือ คิม เลิศลักษณากุล เป็นจำเลย เรื่องความผิดต่อชีวิต , พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ฯลฯ ลหุโทษ

IMG_7111

โดยมี พ.ต.อ.อนันต์ เปาอินทร์ บิดาของผู้ตาย และน้องชายผู้ตายมานั่งรออยู่ก่อน เมื่อเดินมาถึงหน้าห้อง นายเขมทัต ได้ยกมือไหว้ด้วยใบหน้าเรียบเฉยก่อนจะเดินต่อเข้าไปนั่งรอ ศาลได้อ่านคำตัดสิน พิพากษาประหารชีวิตจำเลย แต่เนื่องจากจำเลยให้การเป็นประโยชน์ในชั้นจับกุม จึงลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

ส่วนคดีแพ่งที่ผู้เสียหาย 3 คนยื่นฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายด้วยนั้น ศาลได้พิจารณาให้จำเลยชดใช้ตามสัดส่วน โดยพ่อแม่ผู้ตายได้รับคนละ 1 ล้านบาท

ทางด้าน พ.ต.อ.อนันต์ เปาอินทร์ อดีต ผกก.สภ.ภาชี ภ.จว.อยุธยา กล่าวภายหลังรับทราบคำพิพากษาว่า พอใจในคำตัดสินของศาลแล้ว ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ตนมีเวลาจะมานั่งฟังการสืบพยานที่สืบต่อเนื่องในศาลตลอด วันนี้ศาลได้อ่านคำพิพากษาแล้วก็มีความรู้สึกพอใจ มอบหมายให้ทนายคัดคำพิพากษา ซึ่งต้องใช้เวลาร่วมเดือน ส่วนนายเขมทัต จะอุทธรณ์ก็เป็นสิทธิของเขา

ทั้งนี้ได้ติดตามคดีมาตลอด คิมเขาให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน แต่มากลับคำในชั้นสอบสวน แต่ต่อสู้อ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายข่มขู่ให้รับสารภาพ จนมีการเบิกพยานผู้สื่อข่าวที่ไปทำข่าวในวันพาตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านเกิดเหตุด้วย 2 ราย

ซึ่งศาลไม่เชื่อว่าตำรวจจะทำร้ายหรือข่มขู่จำเลยเพราะชุดจับกุมกับชุดสอบสวนเป็นคนละชุดกัน ไม่มีประโยชน์หรือมีส่วนได้เสียอะไรที่จะต้องไปข่มขู่จำเลยแล้ว

อย่างไรก็ตามขอชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนในคดี ที่ทำงานแบบมืออาชีพจริงๆ มีการแบ่งทีมทำงานกันเป็นขั้นเป็นตอน ทั้งชุดสืบสวนที่มีทั้งของ อ.เมือง นนทบุรี ภ.จว.นนทบุรี และ บช.ภ. 1 ทุกทีมทำงานอย่างละเอียดเป็นขั้นเป็นตอน เป็นสัดส่วน สอดรับเป็นเหตุเป็นผลกันทั้งหมด ทำให้ศาลเชื่อในพยานที่รวบรวมมาฟ้อง แม้จำเลยจะปฏิเสธภายหลังก็ตาม

สำหรับคดีนี้ มือปืนสไนเปอร์ดักซุ่มยิงนาย ทิวะพันธุ์ เปาอินทร์ อายุ 31 ปี บุตรชายของพ.ต.อ.อนันต์ เปาอินทร์ และเป็นหลานชายของพล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ อดีตรมช.มหาดไทย อดีตผบช.น. และรักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จนเสียชีวิตที่หน้าบ้านพักย่านนนทบุรี ในขณะที่ยังอุ้มลูกสาววัย 1 ขวบไว้ในอก

ทางด้านตำรวจตรวจพบจุดที่คาดว่าคนร้ายใช้เป็นจุดซุ่มยิง อยู่ห่างจากบ้านไป 200 เมตร เชื่อคนร้ายเชี่ยวชาญเรื่องอาวุธปืน ส่วนกระสุนที่ใช้ก็น่าจะเป็นขนาด .223 ที่ใช้ได้กับปืนทาโวร์ เอ็ม 16 หรือไรเฟิล มีพยานเห็นคนร้ายขึ้นรถเก๋งซีวิคป้ายแดงหลบหนี ส่วนสาเหตุมุ่งปมสังหารไปที่เรื่องขัดแย้งธุรกิจนำเข้ารถหรูกับหมอไฮโซชื่อดัง และประเด็นทวงหนี้ 10 ล้านจากลูกน้องเก่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 พ.ค.58

IMG_7823

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ชาวบ้านลุกฮือ! ขับไล่ ผู้ว่าฯ-รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต

ชาวภูเก็ตกว่าร้อย เคลื่อนไหวชุมนุมหน้าศาลากลางจังหวัด ขับไล่ ผู้ว่าฯ-รองผู้ว่า ภูเก็ต ด้านเจ้าหน้าที่วางกำลังเข้ม หวั่นปะทะ

จากกรณีที่มีการแชร์ข้อมูลในกลุ่มไลน์ต่าง ๆ ในจังหวัดภูเก็ต ว่า วันนี้จะมีกลุ่มมวลชนจากพื้นที่ต่าง ๆ มาร่วมกันชูป้าย เพื่อให้รัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พิจารณาโยกย้าย นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และนายโชคดี อมรวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ออกจากพื้นที่

695228-02

ทั้งนี้สืบเนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตและรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้ดำเนินการจัดระเบียบชายหาดทุกหาด โดยได้มีการเข้าไปรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่เป็นร้านค้า ร้านอาหาร บุกรุกชายหาด อย่างต่อเนื่องจริงจัง ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2557

และล่าสุด เมื่อวันที่ 20 และ 27 เม.ย. ที่ผ่านมาได้นำกำลังเข้ารื้อถอนร้านค้าที่หาดสุรินทร์ และหาดเลพัง – ลายัน อ.ถลาง จนทำให้กลุ่มผู้ประกอบการร้านค้าเหล่านั้นได้รับความเดือดร้อน ไม่สามารถเข้าไปประกอบอาชีพบนชายหาดได้อีก และได้มีการรวมตัวกันชูป้ายเพื่อขับไล่ผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ ดังกล่าว

อย่างไรก็ตามนอกจากจะมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนแล้ว ได้มีกลุ่มมวลชนอีกกลุ่ม ที่จะเดินทางมาร่วมให้กำลังใจผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง คสช. ในเวลา 11.30 น. วันเดียวกันนี้อีกด้วย

โดยพบว่าขณะนี้ กลุ่มพลังมวลชนทั้งสองกลุ่ม ซึ่งมีประมาณ 100 คน ได้ทยอยเดินทางมารวมตัวกันที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตแล้ว โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ ทหารเรือทัพเรือภาคที่ 3 และฝ่ายปกครองจังหวัด ประมาณ 60 นาย คอยดูแลความสงบเรียบร้อยด้วยเกรงว่าจะเกิดจากการเผชิญหน้ากัน

ที่มา… inn

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ดราม่า ! ช่างภาพ VS บัณฑิต ใครผิดใครถูก

ดราม่า ! ช่างภาพ VS บัณฑิต จ้างวานถ่ายภาพนอกรอบรับปริญญา แต่ภาพออกมาไม่พึงพอใจ งานนี้ใครผิดใครถูก

กลายเป็นประเด็นดราม่าร้อนในโลกออนไลน์ สำหรับเรื่องราวของช่างภาพรายหนึ่งและบัณฑิตมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งตกลงกันจ้างถ่ายภาพความประทับใจในวันสำคัญอย่างวันรับปริญญา แต่ดันมีปัญหาหลังจากที่ช่างภาพได้ให้ภาพที่ถ่าย ซึ่งไม่เป็นที่พึงพอใจของฝ่ายจ้างวาน

โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ Papatsorn Sriprom ได้โพสต์ภาพกลุ่มบัณฑิต หลังถ่ายภาพนอกรอบรับปริญญา ภาพดังกล่าวมีสีซีดจางมองไม่เห็นทัศนียภาพแต่อย่างใด พร้อมข้อความระบุว่า

ลาออกจากการเป็นช่างภาพเถอะค่ะ!!! เอาเลนส์ไปขายทิ้งแล้วเปลี่ยนอาชีพซะ มืออาชีพคงไม่ใช่แบบนี้ ส่งไปให้ถึง (นามแฝง)วฒน. อยากบอกว่าเสียดายเงิน 7,000 ขอบคุณที่ส่งกล่องเปล่ามาให้ด้วย เปิดมาข้างในไม่มีแผ่นซีดีรูป แล้วพึ่งส่งมาให้ทีหลัง ชุ่ยดีเนอะ!  เนื่องจากมีการแชร์ไปเป็นจำนวนมาก และถามถึงชื่อช่างภาพและเพจ เราขอไม่พูดถึงเนอะ แค่อยากแบ่งปันประสบการณ์ในการเลือกช่างภาพให้เก็บภาพในวันสำคัญของเราเท่านั้นจ๊ะ จะได้ไม่มานั่งเสียใจแบบกลุ่มเราเนอะ

หลังจากที่ภาพดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวเน็ตต่างแชร์เป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์การถ่ายภาพของช่างภาพรายนี้ แต่ล่าสุดช่างภาพที่ถูกพาดพิงได้ออกมาชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก Wattana Watcharapongwanith รายละเอียดดังนี้ ..

ชี้เเจง
1. ตามที่ตกลงกันไว้ คือก่อนจ้างก็ถามน้อองที่มาจ้างว่าชอบงานเเนวนี้เเล้วใช่ไหมคัฟ น้องก็ส่งรูปให้ดูว่าชอบประมาณนี้ โอเคต่อ
2. วันจริง ไปถ่าย คือร้อนมาก โอเค น้องตากเเดดไม่ค่อยได้ อันนั้นผมก็พลาดตรงที่เป็นนอกรอบกลุ่มคุ้ม ไม่ได้ทั้งหมด
3. DVD ผมเอาไปส่งให้นางเองกะมือ เเละ 7 กล่องนั้น ผมลืมใส่ CD ให้ 1 กล่อง เเละ ก็กลับมาผมก็ส่ง อีก 1 เเผ่นไปให้
4. รูปทั้งหมด 1,000 กว่ารูป ที่ส่ง ด้วยตกลงไว้ว่าจะส่งให้ทั้งหมด เเละจะมีภาพที่เสีย โอเวอ หรือ อันเดอเกิน เเต่ในมุมนั้นๆ มันไม่ใช่ทุกภาพ ผมก็รู้ว่าผลเสียในการส่งทุกภาพ คือจะมีภาพหลุด เพราะทั้งให้วิ่ง เเละเดินไปมาตามเเนวภาพที่ผมถ่าย
5. โอเคเมื่อน้องสรุปไม่พอใจในงาน น้องก็เอาเเต่ภาพเสียๆไปลง โดยหลังไมค์ผมก็บอกน้องว่าเดียวจะลองเเต่งโทนใหม่ให้ เเล้วก็ส่งตัวอย่างไปเเต่ไม้ทั้งหมดกับโทนใหม่ที่ยังไม่ดันเเสง ให้ดูก่อน สรุปน้องบอกไม่เอาสักอย่างเเล้วจะมาขอเงินคืนทั้งหมด โอเคผมก็บอกผมรับผิดชอบให้ได้ 3,000 บาท เเต่น้องก็ไม่เอา จนเมื่อเช้านี้หลายสายมากที่โทรมาหา ก็เลยรู้ว่าเกิดดราม่านี่แหละ

ภาพจาก Papatsorn Sriprom , Wattana Watcharapongwanith

MThai News