ยิ่งลักษณ์ ร่วมพิธีสวดพระอภิธรรม “บรรหาร” สวมกอด ‘หนูนา’ ให้กำลังใจ

“ยิ่งลักษณ์” ร่วมพิธีสวดพระอภิธรรม บรรหาร คืนที่ 3 ขรก. – ปชช.เข้าร่วมต่อเนื่อง
cats
ขอบคุณภาพจาก TV24

บรรยากาศที่วัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหาร บริเวณศาลากลางน้ำ ซึ่งใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีหลวงในพระบรมราชานุเคราะห์ นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 21 ของประเทศไทย โดยในวันนี้ เป็นพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม คืนที่ 3 ก็ยังคงมีบุคคลสำคัญทางการเมือง ข้าราชการระดับสูง และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง โดยในวันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายรัฐมนตรี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย และสมาชิกพรรคเพื่อไทย จะร่วมพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมด้วย

อย่างไรก็ตาม หลังครบกำหนดพระบรมราชานุเคราะห์ 7 วัน ทาง พรรคเพื่อไทย จะร่วมเป็นเจ้าภาพอีกครั้ง ในวันเสาร์ที่ 30 เม.ย. 2559

ขอบคุณเนื้อหาจาก INN

ร้อนตับแตก ! ยอดใช้ไฟสูงทุบสถิติปี 2559 เป็นรอบที่ 3

กฟผ. เผย อากาศร้อนจัด ดันยอดการใช้ไฟฟ้าสูงสุดแตะ 28,475.3 เมกะวัตต์ ทำลายตัวเลขพีค เป็นครั้งที่ 3 ของปี 2559

694558-01
นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ในวันนี้ (25 เมษายน 2559) เวลาประมาณ 14.53 น. มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุด หรือ พีค (Peak) อยู่ที่ 28,475.3 เมกะวัตต์ ทำลายตัวเลขการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในปีนี้เป็นครั้งที่ 3 เมื่อเทียบปี 2558 ที่อุณหภูมิ 36.6 องศาเซลเซียส โดยสูงขึ้นจากพีคครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2559 ที่ 28,351.7 เมกะวัตต์ สาเหตุสำคัญจากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว และเป็นช่วงวันทำงานปกติ จึงมีการใช้ไฟฟ้าทั้งภาคอุตสาหกรรม บริการ และบ้านอยู่อาศัยเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม กฟผ. ได้เตรียมกำลังผลิตไฟฟ้าและเชื้อเพลิงเพียงพอกับความต้องการใช้ไฟฟ้า และขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันประหยัดไฟฟ้าตามมาตรการ “ปิด – ปรับ – ปลด – เปลี่ยน” วันละ 1 ชั่วโมง ในช่วงเวลา 14.00 – 15.00 น. เป็นเวลา 2 เดือน ตั้งแต่ 20 มีนาคม – 20 พฤษภาคม 2559 โดยปิดไฟดวงที่ไม่ใช้ ปรับลดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศมาอยู่ที่ระดับ 26 องศาเซลเซียส ปลดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้งาน และเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ที่ประหยัดไฟฟ้า ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าของประเทศได้เป็นอย่างดี

เนื้อหาจาก INN

ตร.ควบบิ๊กไบค์ขึ้นสะพานเสียหลักล้ม แฟนกระเด็นถูกทับดับ

ตร.ควบบิ๊กไบค์ขึ้นสะพานเสียหลักล้ม แฟนกระเด็นถูกทับดับ

วันนี้ (25 เม.ย.) ได้รับแจ้งอุบัติเหตุจากประชาชนว่า บนสะพานภูมิพล เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่ทราบสังกัด ขี่รถบิ๊กไบค์ โดยมีแฟนสาวซ้อนท้าย เกิดเสียหลักบนสะพาน ส่งผลให้แฟนสาว กระเด็นตกจากรถ ก่อนที่รถบบรรทุกที่ขับตามมาเบรกไม่ทัน เหยียบร่างแฟนสาว เสียชีวิตคาที่

694403-01

ด้าน นายตำรวจทำใจไม่ได้ ใช้อาวุธปืนที่พกมาด้วย พยายามฆ่าตัวตายตาม แต่เพื่อนที่เดินทางมาด้วยกัน ห้ามไว้ได้ทัน ส่งผลให้มีปืนลั่นหลายนัด แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระประแดง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว และได้นำร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรที่ ร.พ.ตำรวจ ส่วนรายละเอียด เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ

ล่าสุด พ.ต.อ.ภูมินทร์ สิงหสุตร ผกก.สภ.พระประแดง เผยว่า ได้รับรายงานว่าอุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลา 05.00 น. ผู้หญิงซึ่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ เสียชีวิต ส่วนผู้ขี่รถจักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยถูกนำส่งโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานเกี่ยวกับรายละเอียด จึงไม่สามารถยืนยันว่าผู้ขี่รถจักรยานยนต์คือตำรวจหรือไม่

ด้าน ร.ต.อ.บุญเสริญ กิ่งเกษ ร้อยเวร สภ.พระประแดง เปิดเผยว่า ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบศพหญิงสาวอายุประมาณ 22 ปี ถูกรถทับเสียชีวิต และไม่มีหลักฐานหรือเอกสารแสดงตัวบุคคล ในที่เกิดเหตุก็ไม่พบรถจักรยานยนต์ ส่วนตนอยู่ระหว่างเดินทางไปสอบปากคำผู้ขี่รถจักรยานยนต์ ที่โรงพยาบาล เพื่อตรวจสอบรายละเอียดให้ชัดเจนก่อน จึงยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้

สั่งสอบวินัย ร.ต.ท.ควบบิ๊กไบค์ขึ้นสะพานภูมิพล จนประสบอุบัติเหตุล้มส่งผลให้แฟนสาวเสียชีวิต

วันนี้ (25 เม.ย.) พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณี ร.ต.ท.ชัยยัณห์ ทองคำชุม อายุ 31 ปี รองสารวัตรปราบปราม สน.ลาดพร้าว ขับขี่จักรยานยนต์บิ๊กไบค์ขึ้นสะพานภูมิพล 1 จนประสบอุบัติเหตุล้ม ส่งผลให้แฟนสาวเสียชีวิต ว่า มีความผิดทางวินัย หรือผิดกฎหมายจราจรหรือไม่

เนื่องจาก สะพานภูมิพล เป็น 1 ในสะพานที่ตำรวจนครบาล มีคำสั่งห้ามรถจักรยานยนต์และรถสามล้อขับขึ้น เพื่อลดอุบัติเหตุและความเป็นระเบียบเรียบร้อย ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า หลังเกิดเหตุมีการเคลื่อนย้ายรถจักรยานยนต์ออกจากพื้นที่ เพื่อทำลายหลักฐานหรือไม่นั้น พล.ต.อ.เดชณรงค์ กล่าวว่า ขณะที่มีการเคลื่อนย้าย มีพนักงานสอบสวน ไปตรวจสอบแล้ว ยืนยันว่า ไม่ได้ดำเนินการล่าช้าแต่อย่างใด

พล.ต.อ.เดชณรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีที่มีกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ไปยื่นหนังสือฟ้องศาลปกครอง ให้เพิกถอนคำสั่งข้อบังคับของทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล ห้ามใช้สะพานและอุโมงค์ข้ามแยก 45 แห่ง ว่า เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ และเรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่ในดุลพินิจของศาล ซึ่งทางตำรวจก็จะบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้สังคมดีขึ้น ไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้ง

ส่วนจะพิจารณายกเลิกสะพานหรือทางลอดอุโมงค์หรือไม่นั้น จะมีการประเมินอีกครั้งหลังครบ 90 วัน ส่วนแนวทางการผ่อนผัน ต้องให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล พิจารณา ได้ให้หลักการและแนวคิดไปแล้ว พร้อมระบุที่ผ่านมา วิศวกรรมจราจร ยืนยันว่า การขี่รถจักรยานยนต์ขึ้นบนสะพานและลอดอุโมงค์เป็นอันตราย