มติ ครม.สั่งข้าราชการ เดินทางสายการบินชั้นประหยัด

มติ ครม.สั่งข้าราชการ เดินทางดูงานภายในประเทศ-ต่างประเทศบินต่ำกว่า 9 ชม.จะต้องเดินทางสายการบินชั้นประหยัด

พลตรี สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมครม.อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ โดยกำหนดให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งทั้งประเภทผู้บริหารระดับสูง และผู้ที่ดำรงตำแหน่งในระดับต้น ที่จะเดินทางภายในประเทศ ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด

1.47

จะต้องเดินทางโดยชั้นประหยัดเท่านั้น ขณะที่การเดินทางไปต่างประเทศ หากใช้เวลาเดินทางเกินกว่า 9 ชั่วโมง ผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง อาทิ อธิบดี  ผู้ว่าฯ  เอกอัครราชทูต และรองปลัดกระทรวง ให้นั่งชั้นธุรกิจ แต่ถ้าเป็นผู้บริหารในระดับปลัดกระทรวง ให้นั่งชั้นเฟิร์สคลาสได้

MThai News

ราชกิจจาฯ ประกาศคำสั่งหัวหน้า คสช.ปลด ‘ชาญณรงค์’ ผอ.สมศ.

ราชกิจจาฯ ประกาศคำสั่งหัวหน้า คสช.ปลด ‘ชาญณรงค์’ ผอ.สมศ. ชี้ เพื่อพัฒนาการประเมินผลการจัดการศึกษา

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ออกประกาศคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 23/2559 เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือสมศ. อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 ให้ นายชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสมศ. ระงับการปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว

111

โดยให้นายคมศร วงษ์รักษา รองผู้อำนวยการสมศ. รักษาราชการแทน จนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา พร้อมให้เหตุผลว่า เพื่อให้การพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพภายนอก และการประเมินผลการจัดการศึกษาอันเป็นกลไกสำคัญของการตรวจสอบคุณภาพการศึกษาในแต่ละระดับ เป็นไปตามจุดมุ่งหมาย และหลักการตามที่กำหนด  จึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้ นายชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์การมหาชน) ระงับการปฎิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราวจนกว่าหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ข้อ 2 .ให้นายคมศร วงษ์รักษา รองผู้อำนวยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) จนกว่าหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ข้อ 3 คำสั่งให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ลงคำสั่ง ณ วันที่ 16 พฤษภาคม พุทธศักราช 2559

MThai News

เกษตรกรชาวสงขลา ปลูกผักเหลียงในสวนยาง สร้างรายได้ถึงหลักหมื่นต่อเดือน

ส่งเสริมปลูกผักเหลียง แซมในสวนยางพาราหรือไร่นาสวนผสม สร้างรายได้ระยะยาว ตลาดต้องการสูงราคาดีไม่มีตก

วันนี้ (17 พ.ค.) ผักเหลียง หรือ ผักเหมียง พืชกินใบที่เกษตกรชาวสวนยางใน จ.สงขลา นิยมนำไปปลูกแซมในร่องยางพารา เพื่อสร้างรายได้เสริม และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้ที่สนใจที่กำลังหาพืชผัก เพื่อนำไปปลูกสร้างรายได้เสริม ไม่เฉพาะปลูกในสวนยางพาราเท่านั้น แต่ยังสามารถปลูกได้ทุกที่

699261-01

นางบุญชู มะกรูดทอง เกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่หมู่ 8 ต.ทุ่งตำเสา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ปลูกผักเหลียงในร่องยางพารา จำนวน 2 ไร่ มากว่า 10 ปี และขณะนี้ยังคงเก็บยอดผักเหลียงขายได้อย่างต่อเนื่อง โดยหากเก็บขายเองราคากิโลกรัมละ 90 บาท แต่ถ้ามีแม่ค้ามารับจะขายกิโลกรัมละ 70 บาท ซึ่งราคาของผักเหลียงไม่เคยตก และจะอยู่ในระดับนี้ตลอด สร้างรายได้เสริมได้เป็นอย่างดี โดยที่แทบไม่มีต้นทุนทั้งการปลูกและการดูแล โดยเฉพาะในช่วงยางพาราผลัดใบมีนาคม – พฤษภาคม ซึ่งต้องหยุดกรีด ผักเหลียงจะสร้างรายได้หลักทดแทนยางพารา มีรายได้ตั้งแต่หลักพันถึงหมื่นต่อเดือนเลยทีเดียว

699261-02
นาย สุนันต์ ถีราวุฒิ ผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสงขลา เปิดเผยว่า กำลังส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกผักเหลียงแซมในสวนยางพาราหรือตามไร่นาสวนผสม เนื่องจากตลาดต้องการสูงมาก เพราะกำลังเป็นที่นิยมของผู้บริโภค และจากการลงพื้นที่แปลงตัวอย่างในหลาย ๆ แห่งที่เกษตรกรที่นำผักเหลียงไปปลูกทั้งในส่วนยางพาราหรือตามร่องสวนต่างพอใจและมีรายได้เสริม ข้อดีของผักเหลียงคือปลูกแทบไม่ต้องดูแลอะไรเลย ขึ้นได้ทุกที่ ทนต่อสภาพอากาศ ยิ่งปลูกในสวนยางยิ่งได้ผลเพราะอาศัยปุ๋ยที่ใส่ยางพารา และจะแตกแขนงออกไปเรื่อย ๆ และอายุยืนสามารถมีรายได้ในระยะยาว ซึ่งเกษตรกรหรือผู้ที่สนใจสามารถติดตามสอบถามรายละเอียดจากสำนักงานเกษตรในพื้นที่ได้

MThai News

ที่มา INN