เกิดเหตุคาร์บอมบ์โจมตีโรงงานแก๊สในอิรัก ตาย-เจ็บอื้อ

คนร้ายบุกโจมตีโรงงานแก๊สหุงต้ม ทางตอนเหนืออิรัก มีผู้บาดเจ็บ 21 คน เสียชีวิตอย่างน้อย 11 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดระเบิดโจมตีโรงงานแก๊สหุงต้มที่ดำเนินการโดยรัฐบาล ในพื้นที่ทางตอนเหนือของกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก วันนี้ ( 15 พ.ค.) เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บราว 21 คน และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 11 ราย โดยระเบิดคาร์บอมบ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ทางเข้าโรงงานในเมืองทาจิ เมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนที่คนร้ายอีก 6 คนพร้อมเสื้อกั๊กประกอบระเบิด เข้าไปยังโรงงานดังกล่าวและปะทะกันกับเจ้าหน้าที่มั่นคง

698975-01
โฆษกหน่วยปฏิบัติการของแบกแดด กล่าวว่า คลังแก๊ส 3 แห่ง เกิดไฟลุกท่วม ท่ามกลางความรุนแรงที่เกิดขึ้น ก่อนที่หน่วยมั่นคง จะสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานว่า กลุ่มก่อการร้ายกลุ่มใดออกมาแสดงตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว แต่กลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลามอิรักและซีเรีย หรือ ไอซิส กำลังควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ทางตอนเหนือและตะวันตก และก่อเหตุระเบิดสังหารประชาชนไปแล้วกว่า 100 ราย ภายในช่วงสัปดาห์นี้

ขอบคุณ INN

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ทนายคดีชายพิการจ่อบุกโรงพัก ร้องตร.เมินแจ้งข้อหากลุ่มโจ๋อีกกระทง

ทนายคดี “ฆ่าชายพิการ” จ่อบุกโรงพักพรุ่งนี้ ขอแจ้งข้อหาฆ่าโดยไตร่ตรอง หลังตร.ยังไม่ปฏิบัติตามคำร้องทุกข์ของญาติ วอน ศาลเป็นผู้ตัดสินผิดจริงหรือไม่
วันที่ 15 พ.ค.59 นายอนันตชัย ไชยเดช ทนายความของชายพิการ ที่ถูก 6 วัยรุ่น รุมแทงจนเสียชีวิต เผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (16 พ.ค.) เวลา 10.00 น. ตนเองและญาติของ นายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ชายพิการ ที่ส่งขนมปังที่ถูก 6 วัยรุ่นรุมทำร้าย และแทงจนเสียชีวิต ย่านโชคชัย 4 จะเข้ายื่นจดหมายร้องขอความเป็นธรรม ต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ทางพนักงานสอบสวนของ สน.โชคชัย แจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองเอาไว้ก่อนกับผู้ต้องหาทั้งหมด หลังตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อหาดังกล่าวตามคำร้องทุกข์ก่อนหน้านี้

66-10-0

ทั้งนี้ เพราะพยานหลักฐานที่ตนเองมีและพฤติกรรมที่เกิดขึ้น เข้าข่ายองค์ประกอบที่ชัดเจนในข้อหาฆ่าคนตายโดยไตร่ตรอง แต่หากไม่แจ้งข้อหานี้ พอคดีไปถึงศาล ญาติของคนเสียชีวิตก็จะเสียสิทธิ์ในข้อหานี้ได้

ทั้งนี้ ทนายความยังกล่าวอีกว่า ขอให้ตำรวจแจ้งข้อหานี้ไปก่อน ส่วนจะผิดหรือไม่นั้น ขอให้อยู่ในดุลยพินิจของศาลว่าอย่างไร หากพบว่าไม่ผิดในข้อหานี้ ก็ถือว่าเป็นธรรมแก่คนตาย เพราะได้พิสูจน์แล้ว จะเหลือเพียงผิดในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเสียชีวิตไป และขณะนี้ในพื้นที่ไม่มีกลุ่มหรือบุคคลใดมาก่อนกวนหรือข่มขู่พยานแต่อย่างใด

ด้าน พันตำรวจเอก ชัยรพ จุณณวัตต์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย เผยถึงคดีดังกล่าวว่า ตำรวจยังคงเดินหน้าหาหลักฐานเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบคลุมและรอบด้าน ซึ่งล่าสุดยังไม่มีการพิจารณาแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน กับกลุ่มผู้ต้องหาแต่อย่างใด และยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มตามที่ญาติได้ร้องขอหรือไม่

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ ของผู้เสียชีวิต และพยานในคดี เตรียมเข้ายื่นหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอความเป็นธรรม หลังจากคณะกรรมการที่รับผิดชอบคดีนี้ ยังไม่พิจารณาแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน กับกลุ่มผู้ต้องหา พันตำรวจเอก ชัยรพ กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของผู้เสียหายที่สามารถทำได้ แต่ยืนยันว่าตำรวจจะดำเนินคดีไปตามพยานหลักฐาน และข้อเท็จจริงที่ปรากฏ

อ่านเพิ่มเติม INN

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ร้อนทะลุ 43 องศา ชาวเชียงใหม่แห่เล่นน้ำห้วยตึงเฒ่า

ชาวเชียงใหม่หนีร้อนแห่เล่นน้ำที่ ห้วยตึงเฒ่า อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ หลังวัดอุณหภูมิเมื่อช่วงกลางวันได้ที่ 43 องศาเซลเซียล

วันนี้ 15 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสภาพอากาศที่ร้อนจัดที่ จ.เชียงใหม่ อุณหภูมิในช่วงกลางวันสูงถึง 43 องศาเซลเซียส ทำให้ชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวจำนวนมาก พากันเดินทางไปพักผ่อนเล่นน้ำคลายร้อนที่อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ซึ่งแม้ปริมาณน้ำที่อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่าจะลดลง แต่ก็ยังมีเพียงพอต่อสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจคลายร้อนของบรรดานักท่องเที่ยว ส่งผลให้บรรยากาศคึกคักตลอดทั้งวัน

150559ร้อนทะลุ 43 องศา ชาวเชียงใหม่หนีร้อนเล่นน้ำห้วยตึงเฒ่า.mp4_20160515_111056.378
โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่พากันเช่าห่วงยางลงไปเล่นน้ำบริเวณชายหาด ขณะที่บางคนเลือกนั่งพักผ่อนตามซุ้มอาหารริมหาดที่เรียงรายรอบอ่างเก็บน้ำกว่า 500 ซุ้ม ทางด้านที่เจ้าหน้าที่ได้ขับเรือตระเวนรักษาความปลอดภัยเป็นระยะ เพื่อป้องกันและให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในกรณีฉุกเฉิน

สำหรับอากาศที่ร้อนจัดตลอดสัปดาห์นี้ มีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 40 – 43 องศาเซลเซียส แม้จะมีผลกระทบกับประชาชนทั่วไป แต่กลับเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการร้านค้าที่อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า ซึ่งประชาชนและนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาในช่วงฤดูร้อนปีนี้ ทำให้มีรายได้จากการค้าขายเพิ่มขึ้นจากฤดูร้อนปีก่อนมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ โดยในแต่ละวันมีเงินสะพัดจากการค้าขายที่อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่าวันละเกือบล้านบาท

150559ร้อนทะลุ 43 องศา ชาวเชียงใหม่หนีร้อนเล่นน้ำห้วยตึงเฒ่า.mp4_20160515_111102.609

150559ร้อนทะลุ 43 องศา ชาวเชียงใหม่หนีร้อนเล่นน้ำห้วยตึงเฒ่า.mp4_20160515_111117.379

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News