ปิดแล้ว ‘บ้านครูน้อย’ เด็กอำลาทั้งน้ำตา ชี้หนี้ท่วม! เพราะปัญหาระบบจัดการ

ปิดแล้ว “บ้านครูน้อย” เด็กไหว้อำลาทั้งน้ำตา ขณะ เจ้าตัว ย้ำ หนี้ท่วมเพราะระบบจัดการไม่ดี ด้าน พม.-สตช.รับช่วงต่อไกล่เกลี่ย “ปัญหา-หนี้” 

วันที่15 พ.ค. 59 ณ บ้านครูน้อย ซอยราษฎร์บูรณะ 26 เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ บรรยากาศช่วงเช้าขณะทำพิธีมอบพวงลัย โดยมีเด็กๆเข้าร่วมอำลาต่างพากันร้องไห้ หลัง นางนวลน้อย ทิมกุล หรือ ครูน้อย ประกาศยุติการดำเนินกิจการสถานรับเลี้ยงเด็ก เนื่องจากมีภาระหนี้สินจำนวนมาก

โดยวันนี้ พลเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือเด็ก พร้อมทั้งมอบเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้ที่ได้รับผลกระทบเพื่อเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น จากการปิดบ้านครูน้อย

67-1

พร้อมกล่าวว่า จากการสำรวจครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ พบว่าครอบครัวของเด็กและเยาวชนใน อุปการะของครูน้อยมีสภาพปัญหาที่แตกต่างกัน ซึ่งกระทรวงพัฒนาสังคมก็ได้เตรียมแนวทางในการช่วยเหลือด้วยการมอบเงินสนับสนุนครอบครัวเด็กยากจน ให้การช่วยเหลือในรูปแบบการส่งเสริมทางด้านการศึกษา และการฝึกอาชีพพร้อมทั้งให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสุขอนามัย

ขณะที่ นางนวลน้อย (ครูน้อย) กล่าวว่า จากภาระใช้จ่ายที่กู้หนี้ยืมสินมาเจือจุนเด็กภายในบ้าน ทั้งค่าเทอม ค่าอาหาร ค่ากินค่าใช้ ขณะนี้มีหนี้สินกว่า 1 แสนบาท กับเลี้ยงมากว่า 1,200 คน ซึ่ง ณ วันนี้มีทั้งหมด 65 คน แต่เนื่องมาจากภาระหนี้สินและค่าใช้จ่ายที่ดำเนินการต่อไม่ไหว จึงต้องมีการปิดตัวลงในวันนี้ (15.พ.ค.59)

ส่วนในกระแสที่บอกว่าครูน้อยสปอยเด็ก ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยนั้น ยอมรับว่า ไม่มีระบบบริหารจัดการที่ดี ตนเพียงคิดว่าเมื่อเด็กเข้ามาอยู่ด้วยกัน ก็เหมือนเป็นครอบครัว รักเด็กทุกคนเหมือนลูกของตัวเอง จึงอยากให้เด็กมีความสุข

หากเด็กอยากได้อะไรที่พอจะให้ได้ก็ให้ ซึ่งจากนี้ พม. ก็จะได้เข้าช่วยเหลือ และดูแลเด็ก ๆ ต่อไป ตนก็ได้พูดกับเด็ก ๆ เสมอว่า ไปอยู่ที่อื่นก็ไม่ได้เหมือนอยู่ที่นี่ เมื่อต้องไปอยู่ภายใต้การดูแลของ พม. การเลี้ยงดูต่าง ๆ ก็ต้องเป็นไปตามระบบราชการ พร้อมหวังว่า พม. จะให้การดูแลเป็นอย่างดี และเด็ก ๆ ทุกคนจะมีความสุขและเติบโตเป็นคนดีของสังคมต่อไป

ทั้งนี้ หลังยุติบทบาทครูน้อยยังคงเหลือหนี้อยู่จำนวนประมาณ8แสนบาท ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะทำหน้าที่ตรวจสอบที่มาที่ไปอีกครั้งเพื่อเป็นคนกลางในการประนอมหนี้ต่อไป

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ศิษยานุศิษย์ทำบุญ ‘หลวงพ่อคูณ’ ครบ 1 ปี

ศิษยานุศิษย์ ร่วมทำบุญ หลวงพ่อคูณ ครบ 1 ปี ด้านเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้มงวด

วันนี้ 15 พ.ค. รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) พร้อมด้วย รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุลคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข. นำพุทธศาสนิกชนจากทั่วทั้งประเทศร่วมในการทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ รวมทั้งพระภิกษุสามเณร 100 รูป

698878-02
ตามกำหนดตารางการดำเนินงานบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานครบรอบ 1 ปี การมรณภาพ พระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ซึ่งได้กำหนดจัดให้มีพิธีบำเพ็ญกุศลต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงเย็นของเมื่อวานที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ โดยเป็นการกำหนดจัดงานบำเพ็ญกุศลพร้อมกันกับคณะศิษยานุศิษย์และคณะสงฆ์ที่วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา

ทางด้าน รศ.นพ.ชาญชัย กล่าวว่า การประกอบพิธีทางศาสนาและการทอดผ้าไตรบังสุกุลจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเวลาประมาณ 15.00 น. วันนี้ ขณะที่การคุมเข้มมาตรการรักษาความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่จะเข้ากราบสรีระสังขารหลวงพ่อคูณนั้น ยังคงเป็นไปอย่างเข้มงวด โดย คณะแพทยศาสตร์เปิดโอกาสให้เข้ากราบได้จนถึงเวลา 16.00 น. เท่านั้น

698878-04

ขอบคุณ INN

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

แฉซ้ำ!วัฒนางัดหลักฐานซัด ‘คสช.-อผศ.’ เอี่ยวปมขุดบึง

แฉต่อเนื่อง! วัฒนา งัด หลักฐานซัด  “คสช.-อผศ.” ตัวการร่วมหลักหลีกประกวดราคา “ขุดบึงหนองพล”  
วันที่ 15 พ.ค. 59 นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดเผยต่อกรณีการขุดลอกบึงหนองพล ตำบลหินลาด อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก โดยระบุว่า  งานขุดลอกบึงหนองพล ตำบลหินลาด อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ตกลงว่าจ้าง อผศ. เป็นผู้ดำเนินการโดยไม่ต้องประกวดราคานั้น เป็นผลมาจากที่ประชุม คสช. เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2557 ลงมติรับทราบมติคณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ ที่ให้ อผศ. ได้รับสิทธิพิเศษในการรับจ้างทำงานจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐโดยไม่ต้องประกวดราคาตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฯ ซึ่ง อผศ. จะต้องเป็นผู้ดำเนินการเอง

66-7

แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า อผศ. ไม่มีความพร้อมมาแต่ต้นซึ่ง คสช. ทราบดีอยู่แล้ว เพราะเป็นหน่วยงานของกองทัพและรองหัวหน้า คสช. ยังเป็นนายกสภาทหารผ่านศึก ดังนั้น คสช. และ อผศ. จึงเป็นตัวการร่วมกันในความผิดฐานหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

งานที่ อผศ. ได้ทำสัญญารับจ้างจากหน่วยงานของรัฐเฉพาะในปีงบประมาณ 2558 มาจากงบกลางที่ ครม. เป็นผู้อนุมัติจำนวน 7,801,333,800 บาท ดังนั้น มูลค่าความเสียหายอันเกิดจากการทุจริตของ อผศ. จึงมิได้มีเพียงการขุดลอกบึงหนองพลที่มีมูลค่างาน 9,743,000 บาทเท่านั้น

ส่วนงานที่ อผศ. ได้รับไปจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐโดยไม่ต้องประกวดราคาจะมีกี่โครงการและมูลค่าเท่าไร คนที่รู้ดีที่สุดคือนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการใช้จ่ายเงินงบกลาง

จึงนำเอาเอกสารหลักฐานแสดงการทุจริตของผู้ที่เกี่ยวข้องคือ อผศ. และผู้ที่ประชุมรับทราบให้ อผศ. ได้รับสิทธิพิเศษคือ คสช. มาให้หัวหน้า คสช. ในฐานะประธานคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ได้ดำเนินการต่อไปตามอำนาจหน้าที่แล้ว

อ่่านเพิ่มเติม Watana Muangsook

ดูเอกสารทั้งหมด >>>>

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News