ระทึก! สารเคมีรั่วไหล ย่านพหลฯ 24 ก่อนพบเป็น อีลีเดียม 192

ระทึก! สารเคมีรั่วไหล ย่านพหลฯ 24 ก่อนพบเป็น อีลีเดียม 192

เมื่อเวลาประมาณ 15.20 น. ที่ผ่านมา เพจ FM. 91 Trafficpro ได้รายงานว่าเกิดเหตุสารเคมีรั่วไหล ในโกดังสินค้าแห่งซ.พหลฯ 24 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จากสำนักงานปรมณูเพื่อสันติ เข้าตรวจสอบแล้ว พร้อมสั่งเร่งอพยพคนออกจากพื้นที่ และประกาศให้ประชาชนที่อยู่บริเวณดังกล่าว ปิดประตูและหน้าต่างเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

13177048_1244567742220420_6410403477225255127_n

เบื้องต้นคาดว่า เป็น สารกัมมันตรังสีโคบอลต์ 60 ซึ่งเป็นสารอันตราย ที่ใช้สำหรับรักษาผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ที่ถูกรังสีนี้จะให้เกิดเม็ดเลือดขาวต่ำ มีอาการอ่อนเพลีย มือไหม้พอง และสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งบางคนมีอาการตื่นกลัวไม่ยอมรักษาโดยวิธีฉายรังสีจากโคบอลท์-60 หรือสารรังสีหรือแร่โคบอลท์-60 ประกอบด้วย รังสีแกมม่าและรังสีเบต้าและรังสีที่ใช้เป็นตัวรักษาเป็นอันตราย

คือ รังสีแกมมา มีแรงทะลุทลวงมากกว่า รังสีเบต้ามากโคบอลท์-60 เป็นสารรังสีที่ใช้ในทางการแพทย์ในไทย ตั้งแต่ พ.ศ.2501 โดยปัจจุบันใช้เป็นต้นกำเนิดรังสีแกมม่า สำหรับรักษาโรคมะเร็ง โดยอาศัยคุณสมบัติของรังสีที่สามารถทำลายเซลล์มะเร็ง ทำให้ผู้ป่วยหายจากโรคมะเร็งได้ และปัจจุบันนี้ก็มีผู้ป่วยมะเร็งชาวไทยจำนวนมากมายที่รอดชีวิตจากโรคมะเร็งเกิน 10-30 ปี

13179306_1244567745553753_1995257441109586458_n

แต่ทั้งนี้หลังจากการเข้าตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่ากล่องสารเคมีที่พบเป็นเพียง อีลีเดียม 192 ใช้ตรวจรอยเชื่อมในภาคอุตฯ ระดับรังสีหมดลงแล้ว พร้อมระบุว่าแม้ตรวจจสอบพบว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้จะใช้งานและระดับรังสีหมดไปแล้ว ก็จะเคลื่อนย้ายไปไว้ที่สำนักงานเพื่อให้ประชาชนมั่นใจ

โดยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากนี้สามารถตรวจสอบได้ว่าบริษัทใดเป็นผู้นำเข้าอุปกรณ์ชิ้นนี้ การนำมาทิ้งไว้เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนต่อไปเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ส่วนใครที่พบเจอวัตถุต้องสงสัยที่มีสัญลักษณ์เกี่ยวกับรังสี สามารถแจ้งได้ที่ 089-200-6243 ได้ตลอด 24 ชม.

ตั้งข้อสงสัย ? รมว.ต่างประเทศ เชิญ “ทูตสหรัฐฯ พบถกปมสหรัฐฯประณามไทย !

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของไทย เชิญ “ทูตสหรัฐฯ” พบบ่ายนี้ ถกกรณีสหรัฐฯประณามไทย

Thailand's Minister of Foreign Affairs Don Pramudwinai arrives for the 12th Asia-Europe. Foreign Ministers (ASEM) Meeting in Luxembourg city. For which the theme is "Working together for a sustainable and secure future". (Photo by Jonathan Raa / Pacific Press) (Photo by Pacific Press/Corbis via Getty Images)
นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ

นายเสธ วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในวันนี้ (12 พ.ค.) เวลา 16.00 น. นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ เชิญนายกลิน ที เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย เข้าพบ ที่กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อพูดคุยในเรื่องทั่ว ๆ ไป

พร้อมกันนี้ ได้มีการตั้งข้อสังเกตุว่า การเชิญเข้าพบในครั้งนี้ อาจมีความเกี่ยวโยงกับประเด็นการรายงานข่าว เกี่ยวกับท่าทีของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ต่อสถานการณ์ในประเทศไทยที่คลาดเคลื่อน เกี่ยวกับตามที่สื่อต่างประเทศบางสำนักได้รายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประณามประเทศไทย กรณีการจับกุมผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ จนเป็นประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews

ภาพข่าวสุดฮา หนุ่มมารยาทงาม เขียนป้ายขอโทษ หลังจอดรถขวางหน้าบ้าน

หนุ่มมารยาทงาม เขียนป้ายขอโทษหลังจอดรถขวางหน้าบ้าน บอกหากไม่สะดวกเข็นออกได้เพราะปลดเบรคมือ ใส่เกียร์ว่างให้แล้ว

เกิดเป็นที่ฮือฮาบนโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กหลายรายได้มีการส่งต่อภาพสุดฮาของชายคนหนึ่ง ที่เขียนป้ายขอโทษเจ้าของบ้านหลังต้องจอดรถขวางหน้าบ้านไว้ หากไม่สะดวกสามารถเข็นรถที่จอดอยู่ออกได้เพราะไม่ได้ใส่เบรคมือ และปลดเกียร์ว่างไว้ให้แล้ว

รถแบ็คโฮ, ภาพตลก,

โดยภาพได้เผยให้เห็นป้ายข้อความถูกติดไว้บนรถที่เจ้าตัวจอดทิ้งไว้ พร้อมข้อความที่ระบุว่า “ขอโทษที่จอดขวางทางเข้าบ้านพี่ครับ แต่รถไม่ได้ใส่เบรคมือ เข้าเกียร์ว่างไว้ เข็นได้เลยครับ ลงชื่อ ช่างกิต”

ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็น โดยส่วนใหญ่ตลกไปกับอารมณ์ขันในความขี้เล่นของเจ้าของภาพ เพราะต่อให้ไม่ใส่เบรคมือ แล้วปลดเกียร์ว่างไว้ ก็ไม่ใครสามารถเข็นให้พ้นทางเข้าบ้านได้ เพราะรถคันดังกล่าวเป็นรถแบ็คโฮตักดินตีนตะขาบนั่นเอง

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News