‘ผบ.ตร.’ เซ็นคำสั่งแล้ว แต่งตั้ง สว.-รอง ผบก.

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เซ็นคำสั่ง แต่งตั้งโยกย้าย สว.-รอง ผบก. แล้วกว่า 848 ตำแหน่ง

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการประชุมแต่งตั้งโยกย้ายสารวัตร ถึงรองผู้บังคับการ วาระปี 2558 ที่นำเสนอเข้าพิจารณาในคณะกรรมการกลั่นกรองฯ โดยมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เป็นประธาน

14250092701425009376l

โดย ผบ.ตร.มีการพิจารณา แต่งตั้งโยกย้าย โดยประกอบด้วยหลายหน่วย ทั้ง บช.ภ.5 7 9 ศูนย์ปฏบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล กว่า 848 ตำแหน่ง ทั้งนี้รายชื่อที่นำเข้าพิจารณาในบอร์ดกลั่นกรอง ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ปรับย้ายตามนโยบาย โยกข้ามหน่วยงาน เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น โดยรายชื่อทั้งหมดได้ผ่านการพิจารณาในบอร์ด มีการปรับแก้ไขเล็กน้อย เท่านั้น

ขอบคุณ มติชน

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

เปิดภาพตัวจริง “ขุนเดช” ผู้พิทักษ์โบราณวัตถุ-โบราณสถานของชาติ

เพจเมือง ศรีสัชนาลัย เผยภาพ “ขุนเดช” จิระเดช ไวยโกสิทธิ์ ผู้พิทักษ์โบราณวัตถุสถานของชาติ ตัวจริง  ยกเป็นวีรบุรุษต้นแบบให้ลูกหลาน ควรรักชาติเพื่อส่วนรวมไม่ใช่เพื่อตัวเอง  

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 59 ที่ผ่านมา เพจ @ “ศรีสัชนาลัย” ซึ่งเป็นเพจเผยแพร่เรื่องราวของชาวอำเภอศรีสัชนาลัยและจังหวัดสุโขทัย ทั้งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ ได้มีการเผยแพร่ภาพหาชมยากของวีรบุรุษผู้พิทักษ์โบราณวัตถุ โบราณสถานอันเป็นสมบัติของชาติอย่าง “ขุนเดช” จิระเดช ไวยโกสิทธิ์ ผู้ซึ่งถูกนำไปเขียนเป็นวรรณกรรมเรื่อง “ขุนเดช” ก่อนถูกสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์หลายต่อหลายครั้ง

ขุนเดช, จิระเดช ไวยโกสิทธิ์, ข่าวจังหวัดสุโขทัย
ขุนเดช

โดยภาพดังกล่าวได้เผยให้เห็น ขุนเดช ยืนเคียงข้างคณะสำรวจที่วัดสี่อิริยาบท กำแพงเพชร มีสุจิตต์ วงษ์เทศ ซึ่งเป็นผู้เขียนวรรณกรรมเรื่องดังยืนอยู่ด้วย ทั้งนี้มีการคาดภาพเก่าหาชมยากดังกล่าวมาจากมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์

ทั้งนี้ในช่วงหนึ่ง เฟซบุ๊กดังกล่าวยังหยิบยกข้อเขียนจาก คุณ Noppadon Intaptim มาเผยแพร่ โดยระบุว่า

คุณลุงมหาจิระเดช ไวยโกสิทธิ์ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “ขุนเดช” ท่านมีคุณูปการกับวงการประวัติศาสตร์และโบราณคดีในยุคบุกเบิกของสุโขทัย – ศรีสัชนาลัยเป็นอย่างยิ่ง จนเป็นที่มาของวรรณกรรม ภาพยนตร์ และละครโทรทัศน์มาแล้วหลายครั้ง

เรื่องราวของวีรบุรุษบาปผู้พิทักษ์โบราณสถานโบราณวัตถุผ่านบรรยากาศแห่งกรุงศรีสัชนาลัยสุโขทัย ทุกครั้งที่มีการลักลอบโจรกรรมโบราณวัตถุ เหล่ามิจฉาชีพเหล่านั้นจะต้องเผชิญหน้ากับวีรบุรุษบาปผู้นี้ทันที ทุกรายหลายคดีไม่มีการส่งขึ้นโรงขึ้นศาลให้เปลืองเวล่ำเวลาข้าราชการ ตำรวจไทย

ขุนเดช, จิระเดช ไวยโกสิทธิ์, ข่าวจังหวัดสุโขทัย

หลายรายกลายเป็นศพให้ชาวบ้านร้านตลาดก่นด่าสาปแช่งไล่หลังให้ด้วย บทสุดท้ายในละครขุนเดชได้ชำระแค้นให้บิดาด้วยการบั่นหัวคนฆ่าพ่อของตนเพื่อบูชาพระศิลาและหนี้แค้นที่จุกอกตั้งแต่วัยเยาว์ สิ้นสุดเวรกรรมที่จองล้างกันมาแต่อดีต…

บทประพันธ์ก็คือตัวหนังสือที่เขียนขึ้นตามจินตนาการของผู้เขียนจะเสกสรรค์อะไรลงไปย่อมตามใจเจ้าของปากกาด้ามนั้น แต่สิ่งนึงที่ขาดไม่ได้คือ “แรงบันดาลใจ” ขุนเดชเป็นตัวละครที่มีตัวตนจริงในสังคมไทย บุคคลคนนี้มีชื่อว่า “จิระเดช ไวยโกสิทธิ์” หรืออามหา ของนักศึกษาโบราณคดี ม.ศิลปากร บุคคลที่สุจิตต์ วงษ์เทศ ถือว่าเป็นครูอีกท่านนึง

ด้วยความเป็นลูกจ้างกรมศิลป์แกจึงมีความชำนาญด้านพื้นที่และการขุดแต่งโบราณสถานในสุโขทัยอย่างดีเยี่ยม จนได้รับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับนักศึกษาวิชาโบราณคดีในแต่ละปี จนเป็นแรงบันดาลใจให้สุจิตต์ วงค์เทศ นำเอาเรื่องราว บุคลิกของแกมาปั้นแต่งเป็นตัวละครให้โลดแล่นบนแวดวงวรรณกรรมและละครโทรทัศน์ อย่างน้อยๆ ก็ 2 ครั้งปาเข้าไปแล้ว

ขุนเดช, จิระเดช ไวยโกสิทธิ์, ข่าวจังหวัดสุโขทัย

แม้นว่าทุกวันนี้จิระเดช ไวยโกสิทธิ์ หรืออามหา ได้ลาลับโลกไปนานแล้ว แต่ชื่อของ “ขุนเดช” คงเข้มขลังสะกิดเตือนความละโมบและสร้างจิตสำนึกในการสร้างความรักและหวงแหนมรดกแผ่นดินที่บรรพชนสร้างไว้ให้ลูกหลานสืบนานเท่านาน

ทั้งนี้เมื่อภาพและข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็น โดยส่วนใหญ่ยกย่องขุนเดชเป็นบุคคลตัวอย่างที่ทำเพื่อประโยชน์บ้านเมืองอย่างแท้จริง และขอให้ลูกหลานคนไทยถือเป็นแบบอย่างในการทำเพื่อชาติ อย่าอ้างความรักชาติเพื่อประโยชน์ส่วนตน แต่ต้องทำเพื่อส่วนรวม

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

เพจดังโพสต์ปมไฟไหม้ป่า’ดอยสุเทพ’ อ่านง่ายในสรุปเดียวจบ !

เพจดังโพสต์ปมไฟไหม้ป่า’ดอยสุเทพ’ ตั้งแต่เหตุการณ์เริ่มต้น ยันถึงปัจจุบัน อ่านเข้าใจง่าย ในสรุปเดียวจบ !

จากกรณีเหตุการณ์ไฟไหม้ป่า บริเวณป่าขุนช่างเคี่ยน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ในเส้นทางเดียวกับพระธาตุดอยสุเทพ กินพื้นที่หลาย 100 ไร่ ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างมาก ตามข่าวที่นำเสนอไปนั้น

ล่าสุด เฟซบุ๊กเพจ”สรุป” ได้อธิบายเกี่ยวกับกรณีนี้ไว้ให้ชาวเน็ตได้ทราบเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น จนถึงปัจจุบันกันได้ฉบับเข้าง่าย เนื้อหามีดังนี้

“#‎สรุป‬ สถานการณ์ไฟป่าดอยสุเทพ ลำดับเหตุการณ์อะไรยังไง อัพเดทกันไปใน ‪#‎สรุปเดียว‬

1. คืองี้… ตอนแรกที่มีคนเห็นกลุ่มแสงกับควันไฟบริเวณดอยสุเทพคืนวันที่ 7 พ.ค. มันยังไม่เยอะเท่าไหร่ คนก็คิดกันว่า เดี๋ยวมันก็คงดับไปเอง หรือเจ้าหน้าที่คงไปดับได้แหละ

2. แต่เช้ามากลุ่มควันก็ยังไม่หายยังมีควันขึ้นเรื่อย ๆ ทีนี้มาจนบ่ายเมื่อวาน (วันที่ 8) กลุ่มควันไฟเริ่มหนาขึ้น จนเย็น ๆ วันที่ 8 เห็นแสงจากไฟไหม้บนดอยสุเทพชัดเจน โดยใครที่อยู่สนาม 700 ปี ตอนที่ดูเชียงใหม่เอฟซีลงเตะนั้น ได้กลิ่นควันชัดเลย

3. พอค่ำวันที่ 8 ไฟลามลงมาเรื่อย ๆ แนวกันไฟเอาไม่อยู่ละ ลามลงมาจนเกือบจะถึงบ้านพักที่ข้างสนาม 700 ปี กันเลยทีเดียว ส่วนราชการจังหวัดเชียงใหม่เลยระดมเจ้าหน้าที่กู้ภัย, ทหารและอาสาสมัคร เดินเท้าเข้าไปทำแนวกันไฟและควบคุมไฟที่กำลังลาม

4. พอซักห้าทุ่มก็มีประชาชนชาวเชียงใหม่เอาน้ำและเสบียงไปให้คุณเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครที่ศูนย์ประชุมนานาชาติที่หนองฮ่อและที่ศูนย์ควบคุมไฟป่าที่ทางขึ้นดอยสุเทพ

5. ประมาณตีสามถึงควบคุมการลามของไฟไว้ได้ แต่ก็ยังต้องเฝ้าเผื่อว่ามีเชื้อประทุขึ้นมาอีก

6. ช่วงเช้าวันนี้ (9 พค.) ทางเจ้าหน้ากู้ภัยที่ได้โพสต์ของคุณทุกท่านที่นำเสบียงมาช่วยเหลือ และจะได้นำส่วนของอาหารแห้งใส่บาตรในช่วงเช้าและนำไปบริจาคต่อไป

‪#‎สรุป1‬ อยากให้ช่วยเป็นหูเป็นตากันด้วย เจอไฟไหม้ริมถนนข้างทางหรือเห็นควันบนดอย อย่านิ่งนอนใจ โทรแจ้งกันเลยนะ จากไฟวงเล็ก ๆ ก็ลามได้ โทร 199 ซึ่งเป็นเบอร์ของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ตลอด 24 ชั่วโมง พวกงูเข้าบ้าน ต้นไม้ล้มขวางทางจราจร ก็โทรแจ้งได้ที่เบอร์นี้นะ

‪#‎สรุป2‬ ส่วนสาเหตุนั้นยังสรุปไม่ได้ว่าเกิดจากอะไร แต่จากข้อสันนิษฐานเป็นไปได้ว่าต้นเพลิงคือคนนี่แหละ

‪#‎สรุป3‬ ต้องขอขอบคุณคุณเจ้าหน้าที่กู้ภัย, ทหารและอาสาสมัครทุกท่านที่ได้ออกปฏิบัติภารกิจทั้งคืน รวมไปถึงพี่น้องชาวเชียงใหม่ที่ได้ร่วมบริจาคเสบียงให้ด้วยครับ ถ้ามีไรเพิ่มเติม แอดจะอัพเดทสรุปนี้อันเดียวเลย แต่ขออย่าให้มีไรเพิ่มจะดีกว่า”

ภาพจาก @reviewchiangmai

MThai News