สุดจะทน! สาวกระโดดถีบหนุ่ม แค้นถูกจับหน้าอก

สาววัย 26 ปีกระโดดถีบหนุ่มเมียนมา แค้นถูกจับหน้าอก บนสะพานลอยคนข้าม

วานนี้ (8 พ.ค.)  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าควบคุมตัว นายโจตูน อายุ 29 ปี หนุ่มสัญชาติเมียนมา หลังเจ้าตัวได้ก่อเหตุลวนลาม นางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี โดยการจับหน้าอก บนสะพานลอยคนข้าม หน้าตลาดบางโฉลง อ.บางพลี จ. สมุทรปราการ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมผู้ต้องหา ผู้เสียหายเก็บอารมณ์ไม่อยู่กระโดดถีบผู้ต้องหาอย่างจัง จนเจ้าหน้าที่ต้องเข้าระงับเหตุและนำตัวผู้ต้องหาส่ง สภ.บางพลีทันที

13124852_235707326798553_4336476263602978034_n

นางสาวเอซึ่งเป็นผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เหตุเกิดขณะตนเองกำลังข้ามสะพานลอยเพื่อกลับห้องพักหลังเลิกงาน ระหว่างเดินลงสะพานลอย สังเกตเห็นผู้ต้องหากำลังเดินสวนทางขึ้น ซึ่งในขณะนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร เนื่องจากสะพานลอยนี้มักมีคนใช้จำนวนมาก และเมื่อผู้ต้องหารายนี้เดินเข้ามาใกล้ ก็ใช้มือบีบเข้าที่หน้าอกตนเองอย่างแรง จนตัวเองสะดุ้งและร้องด้วยความตกใจ ก่อนจะวิ่งหนีลงมาขอความช่วยเหลือคนขับจักรยานยนต์รับจ้าง

ทั้งนี้ยังมีนางสาว บี (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี ถูกผู้ต้องหาคนเดียวกันก่อเหตุจับหน้าอกในบริเวณเดียวกันอีก จนต้องวิ่งหนีลงมาด้านล่าง ประชาชนที่อยู่ในบริเวณนั้นช่วยกันไล่จับตัวคนร้ายเอาไว้ได้ และนำตัวส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีต่อไป

MThai News

ขอบคุณภาพ/ข้อมูลจาก Workpoint News – ข่าวเวิร์คพอยท์

‘แห่นาคโหด’ ประเพณีสุดแปลก แห่งเดียวในโลก

ชัยภูมิ จัดยิ่งใหญ่ประเพณี “แห่นาคโหด” แห่งเดียวในโลก สืบสานวัฒนธรรมให้ลูกหลานแทนคุณ บิดา – มารดา

วันนี้ 9 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านโนนเสลา – โนนทัน ต.หนองตูม อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ จัดงานสืบสานประเพณีโบราณ แห่นาคโหดในปีนี้อย่างยิ่งใหญ่ โดยนายชูศักดิ์ ตรีสาร ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เปิดเผยว่า ประเพณีแห่นาคโหด ที่บ้านโนนเสลาถือเป็นประเพณีโบราณและปฏิบัติสืบทอดต่อกันมาหลายร้อยปีหลายชั่วอายุคนที่มีแห่งเดียวในโลก เพื่อให้ลูกหลานได้บวชแทนคุณบิดามารดา ด้วยความตั้งใจขอจะบวชเอง และไม่เคยมีการบังคับให้เข้าร่วม ซึ่งปีนี้มีผู้ประสงค์จะบวชทั้งหมด 13 คน

697402-01

สำหรับประเพณีแห่นาคแบบแปลกประหลาดและโหดที่สุดในโลก มีธรรมเนียมคือจะให้คนหนุ่มที่ยังไม่ได้บวชของแต่ละหมู่บ้าน มาช่วยกันหามแคร่ไม้ไผ่ แห่นาคไปรอบหมู่บ้านที่มีระยะทางยาวกว่า 3 กิโลเมตร และเขย่า โยนนาค อย่างรุนแรง เพื่อความสนุกสนาน

โดยถือเป็นการทดสอบความตั้งใจว่าผู้บวชจะมีความมุ่งมั่นอดทนจริงจังที่จะบวชแทนคุณบิดามารดา ให้ตัวเองผ่านพิธีนี้ไปได้หรือไม่ ขณะที่นาคทุกคนต้องประคองตัวเองไม่ให้ตกลงมา เพราะหากตกลงมาถูกพื้นดินจะถือว่าขาดคุณสมบัติ เข้าบวชไม่ได้ทันที และต้องไปบวชตามประเพณีธรรมดาที่อื่นแทน

697402-02

ที่มา… INN

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ตะลึง! ผลสำรวจอาชญากรรมเศรษฐกิจ พบ บจ.ไทยทุจริตอื้อ

ตะลึง! PwC เผยผลสำรวจอาชญากรรมเศรษฐกิจ พบ บจ.ไทยทุจริตอื้อเกือบ 40% ยอมรับตรวจพบการทุจริตสูงกว่าปีที่ผ่านมา

PwC Consulting (ประเทศไทย) เปิดเผยถึงผลสำรวจอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ประจำปี 2559 โดยในปีนี้เป็นปีแรกที่ประเทศไทยมีผู้ตอบแบบสอบถามสูงสุดเป็นประวัติการถึง 261 ราย จากครั้งก่อนมีเพียง 76 ราย ซึ่งกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามมาจากองค์กรธุรกิจหลายประเภท ทั้งบริษัทจดทะเบียน บริษัทเอกชน และหน่วยงานภาครัฐว่า ปีนี้มีการตรวจพบการทุจริตในบริษัทจดทะเบียนไทยสูงกว่าครั้งก่อน

Man at work

โดยผลสำรวจพบว่า 39% ของบริษัทจดทะเบียนไทย (Listed companies) ยอมรับว่ามีการตรวจพบการทุจริตในปีนี้ ขณะที่มีบริษัทเอกชนที่ไม่ได้จดทะเบียน (Private companies) เพียง 16% ที่มีการตรวจพบทุจริต เปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 41% และ 30% ตามลำดับ

สำหรับปัญหาอาชญากรรมเศรษฐกิจของไทยนั้น มีสัญญาณดีขึ้น โดยอัตราการทุจริต (Fraud rate) อยู่ที่ 26% ลดลงจากผลสำรวจครั้งก่อนที่ 37% เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา ภาครัฐและภาคเอกชนเริ่มตื่นตัวร่วมกันป้องกัน ตรวจสอบ และปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจทุกรูปแบบอย่างจริงจัง อย่างไรก็ดี ยังมีหลายองค์กรเช่นกันที่ไม่มั่นใจว่า ระบบการป้องกันของตนมีประสิทธิภาพเพียงพอในการตรวจจับการกระทำความผิดจนอาจเป็นที่มาของอัตราทุจริตที่ลดต่ำลงในปีนี้

ทั้งนี้จากผลสำรวจพบว่าประเภทของการทุจริตที่ตรวจพบมากที่สุด 3 อันดับแรกของไทย ได้แก่ การยักยอกสินทรัพย์ ที่ 78% ตามด้วยอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ ที่ 24% และ การรับสินบนและคอรัปชั่น ที่ 19%

นาย วรพงษ์ สุธานนท์ หุ้นส่วนสายงาน Forensic services บริษัท PwC Consulting (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า การยักยอกสินทรัพย์ยังคงเป็นประเภทของการทุจริตที่พบมากที่สุดในไทย โดยสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกกว่า 10% ซึ่งองค์กรส่วนใหญ่ยังคงมีความกังวลในเรื่องนี้อย่างมาก ขณะที่ผู้ที่กระทำการทุจริตส่วนใหญ่เกือบ 80% ล้วนเป็นพนักงานในองค์กรทั้งสิ้น โดยในปีนี้เราพบว่า พนักงานระดับล่างประกอบทุจริตมากที่สุด ต่างจากปีก่อนที่ตรวจพบมากในหมู่พนักงานระดับผู้จัดการขึ้นไป

ส่วนตัวมองว่าหลายองค์กรยังขาดนโยบายระบบการจัดการที่มีมาตรฐานและเป็นรูปธรรม อีกทั้งพนักงานส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดว่าการรายงาน หรือ ร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตในองค์กร จะต้องมีหลักฐานที่ชัดเจน หรือรอจนมีข้อมูลครบถ้วนก่อนจึงจะแจ้งได้ แต่ที่จริงแล้ว พนักงานสามารถแจ้งเบาะแสได้ในทันทีที่พบความผิดปกติ โดยบริษัทจะเป็นผู้นำข้อมูลดังกล่าวไปสืบหาข้อเท็จจริงในขั้นต่อไป ยิ่งแจ้งเร็ว ฝ่ายที่กำกับดูแลก็จะยิ่งหาข้อมูล และหาทางรับมือกับการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News