UAE ทุ่มงบสร้าง ‘ภูเขาเทียม’ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แก้ปัญหาฝนแล้ง

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีโครงการก่อสร้างภูเขาเทียมเพื่อกระตุ้นการเกิดฝน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน อ้างรายงานจาก อาราเบียนบิสเนส ที่ระบุว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ยูเออี เตรียมวางแผนจะสร้างภูเขาเทียม ซึ่งเป็นประวัติการณ์ของการสร้างภูเขาเทียมที่สร้างขึ้นโดยฝีมือของมนุษย์เป็นครั้งแรก

ยูเออี,ภูเขาเทียม,ฝนแล้ง,สร้างภูเขา

การสร้างภูเขาเทียมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้น และเพิ่มปริมาณน้ำฝน จากกรณีที่ ทะเลทรายในประเทศต้องประสบวิกฤตจากภัยแล้ง โดยภูเขาเทียมอาจมีส่วนช่วยกระตุ้นให้เกิดเมฆ และเกิดฝนตามมา

มีรายงานด้วยว่า ศูนย์เพื่อการวิจัยบรรยากาศแห่งชาติ (เอ็นซีเออาร์) ในสหรัฐฯ ได้รับเงินทุนจำนวนกว่า 400,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อศึกษารายละเอียดการสร้างภูเขาเทียม ว่าจะสามารถเพิ่มปริมาณเมฆได้หรือไม่ ?

นายโรลอฟ บรันต์เจส ผู้นำการวิจัยในโครงการนี้ เปิดเผยผ่าน ‘อาราเบียนบิสเนส’ ว่า สิ่งที่พวกเขากำลังตรวจสอบคือผลกระทบของภูเขารูปแบบต่างที่จะมีผลต่อสภาพอากาศ ซึ่งขึ้นอยู่กับความสูง และความชัน ทว่าขณะนี้ยังไม่อาจประเมินงบประมาณที่ใช้ในการสร้างได้ แต่ยอมรับว่าโครงการนี้จะได้ไปต่อก็ต่อเมื่อมันไม่แพงเกินไปสำหรับรัฐบาลยูเออี หากผ่านขั้นตอนดังกล่าวแล้ว ขึ้นตอนต่อไป จะเป็นหน้าที่ของบริษัทวิศวกร เพื่อประเมินว่าการสร้างภูเขาเทียมนั้นเป็นไปได้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม ตามทฤษฎี ภูเขาคือปัจจัยสำคัญในการเกิดฝน เพราะจะทำให้อากาศที่อบอุ่นและชื้น ลอยตัวสูงขึ้นและเย็นตัวลง และสามารถจับตัวกันเป็นก้อนเมฆ และเป็นฝนตกลงมา

ที่มา  citylab

งานเข้า!2รองผู้ว่าฯกทม.ปชป.ยื่นเอาผิดเอี่ยวโกงไฟ39ล.

“วิลาศ” จ่อยื่น สตง. เอาผิด 2 รองผู้ว่าฯ กทม. เอี่ยวโกง “อุโมงค์ไฟ” พ่วง “คิวริโอฯ” จงใจจดทะเบียนเพิ่มรับงาน กทม.

วันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม พรรคประชาธิปัตย์ เตรียมยื่นเรื่องให้ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. สอบและเอาผิดเพิ่มรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 2 คน คือ นายจุมพล สำเภาพล ดูแลงบประมาณ และเป็นผู้เซ็นใช้งบฉุกเฉิน และ นายอมร กิจเชวงกุล ที่ถูกร้องเรียนในเรื่องเดียวกัน โดยเห็นว่า 2 คนนี้ ควรเป็นผู้ถูกกล่าวหาเพิ่มเติม เนื่องจากมีส่วนรู้เห็นกับโครงการประดับไฟลานคนเมือง และเชื่อว่ามีการทุจริตแน่นอน

55-1-2

ขณะเดียวกัน จะยื่นให้ สตง. ตรวจสอบบริษัท คิวริโอ ทัวร์ แอนด์ แทรเวิล จำกัด ซึ่งไปจดทะเบียนเพิ่มวัตถุประสงค์ในวัน 16 มิถุนายน 2553 เพื่อมารับงานอีเว้นท์และงานโฆษณาให้ กทม. ถึง 9 ครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 36 ล้านบาท และการจัดซื้อเครื่องดนตรีไทย 2,685,000 บาท ซึ่งมีการจดทะเบียนเพิ่มเติมวัตถุประสงค์เพื่อขายเครื่องดนตรีไทย เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2558 โดยบริษัทไม่สามารถหลบเลี่ยงความผิดได้เนื่องจากขั้นตอนและวิธีการความผิดคล้ายกับโครงการไฟประดับลานคนเมือง

สนับสนุนเนื้อหา inn 

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

เจ้าของมึน! รถยนต์หรูจอดอยู่เฉยๆ แอร์แบ็คระเบิด

สุดงง! รถยนต์หรูจอดไว้เฉยๆ ถุงลมนิรภัยระเบิดสนั่น เหตุเกิดที่โรงแรมในพื้นที่พัทยา จ.ชลบุรี

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.นครราช นนสีลาด รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุถุงลมนิรภัย หรือแอร์แบ็ค รถยนต์ของนักท่องเที่ยวเกิดระเบิดทำให้กระจกรถแตกได้รับความเสียหายแต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณลานจอดรถของโรงแรมเค.ที.เท. รีเจ้นท์ สวีท ในซอย 12 ถนนพัทยากลาง หมู่ 9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

_DSC0265

ที่เกิดเหตุบริเวณลานจอดรถชั้น 1 ซึ่งอยู่ใต้อาคารของโรงแรมติดกับทางขึ้นล็อบบี้ พบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อเบ๊นซ์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ณร-1144 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในสภาพกระจกหน้าด้านฝั่งที่นั่งข้างคนขับแตกร้าว ส่วนในตัวรถพบว่าถุงลมนิรภัย หรือแอร์แบ็ค แตกออกมาทั้งบริเวณหน้าคอนโซลรถ และที่นั่งโดยสารด้านหลัง

จากการสอบถามพนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงแรม เล่าว่า เจ้าของรถคันนี้มาเช็คอินน์เข้าพักเมื่อช่วงเวลาประมาณ 23.00 น.คืนวานนี้ (7 พ.ค.) และได้จอดรถที่บริเวณลานจอดรถใต้ถุนโรงแรมไว้ตลอดทั้งคืนโดยไม่ได้ขับออกไปไหน ก่อนเกิดเหตุขณะตนอยู่ในป้อมยามได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นที่ลานจอดรถเลยรีบวิ่งมาดู พบว่าที่มาของเสียงเกิดจากถุงลมนิรภัยรถเก๋ง ยี่ห้อเบ๊นซ์ เกิดทำงานโดยไม่ทราบสาเหตุ

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบที่ สภ.เมืองพัทยา พบนายวีระชัย กวินวงศ์ไพบูลย์ อายุ 51 ปี อาชีพวิศวกรของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร กำลังให้ปากคำเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เมื่อสอบถามถึงสาเหตุของแอร์แบ็คระเบิดในครั้งนี้ ทางนายวีระชัย ได้กล่าวเพียงสั้นๆ ว่าไม่สะดวกที่จะให้สัมภาษณ์และปฏิเสธไม่ขอเปิดเผยข้อมูลใดๆ

อย่างไรก็ตาม มีคนตั้งข้อสังเกตว่าจู่ๆ ทำไมแอร์แบ็คของรถยนต์เก๋งคันนี้ถึงได้เกิดทำงานขึ้นมา ทั้งๆ ที่จอดอยู่ในร่มไม่ได้ตากแดดจนเกิดความร้อน นอกจากนี้หากแอร์แบ็คเกิดทำงานขึ้นในระหว่างขับขี่บนท้องถนนอาจะทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับอันตรายหรือไม่อย่างไร จึงอยากให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยหาคำตอบเกี่ยวกับกรณีนี้

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News