นายกรัฐมนตรี ไม่ตอบโต้ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ยัน ใช้กฎหมายตามขั้นตอน ไม่ละเมิดสิทธิ์ แจง ปม ป.ป.ช. เตรียมถอนฟ้องคดีสลายม็อบพันธมิตร ไม่ใช่การรื้อคดี ขออย่านำไปเป็นกระแสสร้างความขัดแย้ง ย้ำข้อห้ามประชามติชัดเจนแล้ว เชื่อปชช.เข้าใจ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความเฟซบุ๊ก โดยขอให้เปิดพื้นที่สำหรับคนเห็นต่าง ถ้าใช้กฎหมายบังคับคนให้ทำงานตามคำสั่งจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้าย ว่า
ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หากอยากโพสต์อะไรก็ให้โพสต์ไป ซึ่งก็ให้เกียรติ เนื่องจากเคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีและไม่เคยรังแกผู้หญิง พร้อมชี้แจงว่าการใช้อำนาจกฎหมายว่าทำด้วยความชอบธรรมและยืนยันว่าการใช้กฎหมายตามมาตรา 44 นั้น ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งรัฐบาลเองก็มีความระมัดระวังในการใช้อำนาจอยู่แล้ว และยืนยันว่าไม่เคยซ้อมคนให้รับผิดด้วย
ทั้งนี้ หากบิดเบือนข้อมูลจะส่งผลให้กระบวนการยุติธรรมเสียหาย พร้อมแนะนำให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์พิจารณานักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง ส่วนการดำเนินการทางคดี 8 ผู้ต้องหาที่โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ คสช. นั้นให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมหากไม่ผิดก็ให้ไปสู้ทางคดีต่อไป
ส่วนกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตั้งคณะทำงานพิจารณาถอนฟ้องคดีการสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551 ซึ่งเป็นคดีที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะเป็นการรื้อฟื้นคดี ว่า
ไม่ใช่การรื้อฟื้นคดี แต่ผู้ถูกกล่าวหาได้ยื่นหนังสือขอให้พิจารณาทบทวน ซึ่งทุกคนยื่นได้ทั้งหมด อยู่ที่การพิจารณาว่าจะรับได้หรือไม่ได้ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย แต่การดำเนินการต่อหลังจากนั้น ต้องดูอีกทีหากมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาเรื่องดังกล่าวก็จะนำไปสู่การปฏิบัติ อย่าไปตีกระแสให้มีความขัดแย้ง ส่วนสังคมจะมองว่าเป็นบรรทัดฐานในการถอนฟ้อง เห็นว่ายังไม่เกิด หากอยากให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกันก็แต่ละฝ่ายก็มายื่นเหมือนกัน
นายกรัฐมนตรี ยังระบุว่า อยู่ระหว่างพิจารณาข้อเสนอของสื่อเนื่องในวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาได้ให้เสรีภาพแก่การทำงานของสื่ออยู่แล้ว ซึ่งส่วนตัวมีทั้งส่วนที่พอใจและไม่พอใจในการทำงานของสื่อ แต่ก็ต้องอดทน พร้อมยังกล่าวว่า สื่อต้องสร้างการรับรู้ ไม่บิดเบือนข้อมูลและเข้าใจกฎหมาย ซึ่งหากยังคิดและเสนอข่าวในรูปแบบเดิมก็จะทำให้ประเทศไม่พ้นจากกับดัก แต่ยืนยันว่าไม่ได้ทะเลาะหรือรังเกียจสื่อมวลชนแต่อย่างใด
ส่วนความชัดเจนของขอบเขตการทำหน้าที่ในช่วงการทำประชามติของสื่อมวลชนซึ่งอาจมีข้อจำกัดนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อให้ทำและห้ามทำในการทำประชามติมีความชัดเจนอยู่แล้ว ผู้มีสติปัญญาพึงสำนึกได้และไม่ต้องมีการตีความให้ยุ่งยาก ส่วนตัวนั้นเชื่อว่า ประชาชนรู้ถึงความชัดเจนดังกล่าว แต่อาจจะได้รับข้อมูลที่ทำให้เกิดความสับสน
ข้อมูลข่าวจาก INN
ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com
MThai News