หลอน! นักศึกษาของขึ้น กรี๊ดลั่นหน้าศาลพระภูมิ (คลิป)

หลอน! ชาวเน็ตแห่แชร์คลิปนักศึกษาพยาบาลของขึ้น กรี๊ดลั่นหน้าศาลพระภูมิ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่

วันนี้ (3 พ.ค.) มีประเด็นฮือฮาในโลกออนไลน์ หลังชาวเน็ตแห่แชร์คลิปชวนพิศวงจากผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก สายลม ที่ว่างเปล่า ซึ่งคลิปดังกล่าวเผยให้เห็นเหตุการณ์หน้าศาลพระภูมิแห่งหนึ่ง มีผู้หญิง 2 คนนอนราบอยู่ที่พื้น มีผู้หญิงหลายคนคอยเช็ดเนื้อเช็ดตัว พร้อมทั้งมีนักศึกษาและประชาชนยืนมุงดู ต่อมา ผู้หญิง 1 ใน 2 คน ซึ่งใส่ชุดนักศึกษาพยาบาล ได้กรีดร้องโหยหวนขึ้นมา พร้อมทั้งดิ้นทุรนทุรายร้องไห้อย่างหนักจนเพื่อนๆ ต้องช่วยกันจับไว้ ด้านคนที่มุงดูอยู่ต่างก็นั่งลงแล้วพนมมือ พร้อมบอกให้เพื่อนดูแลให้ดีๆ เดี๋ยวกระโดดตึกลงมา ก่อนที่เพื่อนๆ จะหามตัวทั้งคู่ออกไปจากบริเวณนั้น

โดยผู้โพสต์ข้อความระบุว่า

นักศึกษาวิชาชีพพยาบาล ของขึ้นกลางอพาร์เม้นท์ #ไม่เชื่ออย่าลบหลู่

หลังจากที่คลิปดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ บรรดาชาวเน็ตต่างตั้งข้อสงสัยว่า นักศึกษาทั้ง 2 คนนั้นอาจไม่ได้ของขึ้น หรือเป็นอาการทางไสยศาสตร์ตามที่เชื่อกัน แต่อาจมีอาการของโรคมือจีบ หรือ Hyperventilation sydrome ซึ่งเกิดจากความเครียด นอกจากนี้ยังมีผู้วิพากษ์วิจารณ์ว่า นักศึกษาหลายคนในที่นั้นเป็นนักศึกษาพยาบาล ควรจะทำการปฐมพยาบาลหรือนำคนป่วยส่งโรงพยาบาลมากกว่านั่งพนมมือ ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นความเชื่อส่วนบุคคล

MThai News

แห่แชร์ ! ภาพบ้านสร้างหลังคามุงหลังคาครอบบ้านกันร้อน

ชาวเน็ตแห่แชร์ ! ภาพบ้านสร้างหลังคามุงหลังคาครอบบ้านกันร้อน แบบนี้ก็ได้หรอ ?

เรียกว่าตอนนี้ประเทศไทยเรากำลังเข้าสู่ฤดูร้อน ที่ร้อนระอุทะลุถึง 40 องศาเซลเซียส ทำเอาหลาย ๆ คนต้องหาสารพัดวิธีคล้ายร้อนกันไปต่าง ๆ นานา ซึ่งล่าสุด (3 พ.ค. 59) โลกออนไลน์ได้เกิดกระแสฮือฮาอย่างมาก หลังผู้ใช้บัญชีทวีตเตอร์ @pleplejung ได้โพสต์ภาพบ้านหลังหนึ่ง สร้างหลังคาครอบบ้านทั้งหลังอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งไม่ได้ระบุว่าอยู่ที่ไหนและไม่รู้ว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงคืออะไร

ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ข่าวนายกฯ, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ประชามติ

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ทั้งนี้ หลังจากภาพดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมาย โดยส่วนใหญ่เกิดคำถามสงสัยว่า เป็นวิธีแก้ร้อนหรือไม่ แต่วิธีนี้มันช่วยได้จริง ๆ หรือ และไม่บดบังทัศนียภาพบ้านหลังอื่นใช่ไหม เราสามารถทำแบบนี้ได้หรอ แล้วแบบนี้ถูกหลักการก่อสร้างหรือไม่

นายกฯ ปัดตอบโต้ ‘ยิ่งลักษณ์’ ย้ำข้อห้ามประชามติชัดแล้ว

นายกรัฐมนตรี ไม่ตอบโต้ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ยัน ใช้กฎหมายตามขั้นตอน ไม่ละเมิดสิทธิ์ แจง ปม ป.ป.ช. เตรียมถอนฟ้องคดีสลายม็อบพันธมิตร ไม่ใช่การรื้อคดี ขออย่านำไปเป็นกระแสสร้างความขัดแย้ง ย้ำข้อห้ามประชามติชัดเจนแล้ว เชื่อปชช.เข้าใจ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความเฟซบุ๊ก โดยขอให้เปิดพื้นที่สำหรับคนเห็นต่าง ถ้าใช้กฎหมายบังคับคนให้ทำงานตามคำสั่งจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้าย ว่า

ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ข่าวนายกฯ, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ประชามติ
ประยุทธ์ จันทร์โอชา

หากอยากโพสต์อะไรก็ให้โพสต์ไป ซึ่งก็ให้เกียรติ เนื่องจากเคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีและไม่เคยรังแกผู้หญิง พร้อมชี้แจงว่าการใช้อำนาจกฎหมายว่าทำด้วยความชอบธรรมและยืนยันว่าการใช้กฎหมายตามมาตรา 44 นั้น ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งรัฐบาลเองก็มีความระมัดระวังในการใช้อำนาจอยู่แล้ว และยืนยันว่าไม่เคยซ้อมคนให้รับผิดด้วย

ทั้งนี้ หากบิดเบือนข้อมูลจะส่งผลให้กระบวนการยุติธรรมเสียหาย พร้อมแนะนำให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์พิจารณานักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง ส่วนการดำเนินการทางคดี 8 ผู้ต้องหาที่โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ คสช. นั้นให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมหากไม่ผิดก็ให้ไปสู้ทางคดีต่อไป

ส่วนกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตั้งคณะทำงานพิจารณาถอนฟ้องคดีการสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551 ซึ่งเป็นคดีที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะเป็นการรื้อฟื้นคดี ว่า

ไม่ใช่การรื้อฟื้นคดี แต่ผู้ถูกกล่าวหาได้ยื่นหนังสือขอให้พิจารณาทบทวน ซึ่งทุกคนยื่นได้ทั้งหมด อยู่ที่การพิจารณาว่าจะรับได้หรือไม่ได้ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย แต่การดำเนินการต่อหลังจากนั้น ต้องดูอีกทีหากมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาเรื่องดังกล่าวก็จะนำไปสู่การปฏิบัติ อย่าไปตีกระแสให้มีความขัดแย้ง ส่วนสังคมจะมองว่าเป็นบรรทัดฐานในการถอนฟ้อง เห็นว่ายังไม่เกิด หากอยากให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกันก็แต่ละฝ่ายก็มายื่นเหมือนกัน

นายกรัฐมนตรี ยังระบุว่า อยู่ระหว่างพิจารณาข้อเสนอของสื่อเนื่องในวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาได้ให้เสรีภาพแก่การทำงานของสื่ออยู่แล้ว ซึ่งส่วนตัวมีทั้งส่วนที่พอใจและไม่พอใจในการทำงานของสื่อ แต่ก็ต้องอดทน พร้อมยังกล่าวว่า สื่อต้องสร้างการรับรู้ ไม่บิดเบือนข้อมูลและเข้าใจกฎหมาย ซึ่งหากยังคิดและเสนอข่าวในรูปแบบเดิมก็จะทำให้ประเทศไม่พ้นจากกับดัก แต่ยืนยันว่าไม่ได้ทะเลาะหรือรังเกียจสื่อมวลชนแต่อย่างใด

ส่วนความชัดเจนของขอบเขตการทำหน้าที่ในช่วงการทำประชามติของสื่อมวลชนซึ่งอาจมีข้อจำกัดนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อให้ทำและห้ามทำในการทำประชามติมีความชัดเจนอยู่แล้ว ผู้มีสติปัญญาพึงสำนึกได้และไม่ต้องมีการตีความให้ยุ่งยาก ส่วนตัวนั้นเชื่อว่า ประชาชนรู้ถึงความชัดเจนดังกล่าว แต่อาจจะได้รับข้อมูลที่ทำให้เกิดความสับสน

ข้อมูลข่าวจาก INN

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News